พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงปัญหาภัยแล้ง
ที่รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในขณะนี้ และสาเหตุส่วนหนึ่งเนื่องจากพื้นที่ป่าที่เป็นแหล่งกักเก็บน้ำถาวรตามธรรมชาติลดลงอย่างมาก โดยนายกรัฐมนตรีระบุว่า“ที่ผ่านมารัฐบาลประชาธิปไตยทำพื้นที่ป่าต้นน้ำหายไปถึง 8.6 ล้านไร่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาคเหนือและอีสานที่ปัจจุบันเป็นเขาหัวโล้นทั้งสิ้น แล้วเราจะเอาน้ำมาจากไหน”
รัฐบาลประชาธิปไตยในความหมายของพล.อ.ประยุทธ์ น่าจะหมายถึงรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ตามระบอบประชาธิปไตย แม้ว่าทุกรัฐบาลจะมีนโยบายการดูแลพื้นที่ป่า แต่หากปัญหาการบุกรุกทำลายป่าที่เกิดขึ้นก็ไม่เคยลดน้อยลง บางครั้งการบุกรุกไปเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นและมีความสัมพันธ์กับนักการเมือง ดังที่เกิดขึ้นหลายครั้งในอดีต และพล.อ.ประยุทธ์อาจต้องการเปรียบเทียบกับรัฐบาลปัจจุบันที่มีนโยบายยึดคืนผืนป่าที่มีการบุกรุกอย่างผิดกฎหมาย
การกล่าวโทษรัฐบาลประชาธิปไตย ของพล.อ.ประยุทธ์เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะอย่างน้อยไม่ใช่กรณีแรก ที่มีการกล่าวโทษรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง โดยเฉพาะในช่วงความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมานั้น รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแทบจะไม่สามารถบริหารประเทศได้ ทำให้ปัญหาต่างๆของประเทศไม่ได้รับการแก้ไขเท่าที่ควร ในทางตรงกันข้ามกับส่งผลกระทบรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะในความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจของประเทศ
หากมองในแง่การเมือง การกล่าวโทษนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง อาจเป็นการตอบโต้กระแสวิจารณ์ เรื่องรัฐบาลทหารที่ยึดอำนาจรัฐบาลพลเรือน ซึ่งในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เริ่มมีกระแสวิจารณ์และความเคลื่อนไหวมากขึ้น แม้ยังไม่ยกระดับเป็นการต่อต้านที่ส่งผลกระทบต่อการบริหารงานของรัฐบาล แต่หากมองอีกด้าน ก็สะท้อนให้เห็นว่าการจัดการปัญหาในรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งนั้นมีปัญหาจริง ซึ่งไม่ใช่เฉพาะเรื่องพื้นที่ป่าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงนโยบายอื่นที่สร้างผลกระทบจนถึงปัจจุบัน
คำถามก็คือเกิดอะไรขึ้นกับรัฐบาลประชาธิปไตยของไทย จึงทำให้เกิดการจัดการปัญหาได้แย่กว่ารัฐบาลที่มาจากทหาร หรืออย่างน้อยก็ถูกกล่าวหาจากรัฐบาลทหารว่าไม่ได้บริหารประเทศ แต่มุ่งเล่นแต่การเมืองจนปัญหาคั่งค้างจนยากแก่การแก้ไข ซึ่งแน่นอนว่าโดยธรรมชาติของนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งทั่วโลก มักจะมีลักษณะคล้ายกัน คือ ไม่ค่อยยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากการบริหารงานของตัวเอง หรือพยายามอธิบายว่าตัวเองได้กระทำอะไรที่เป็นประโยชน์เสมอ
กรณีที่พล.อ.ประยุทธ์หยิบยกเรื่องพื้นที่ป่าข้างต้นและหากเป็นจริง ก็แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลประชาธิปไตย ที่ยึดตัวบทกฎหมายเป็นสาระสำคัญของการบริหารประเทศ มีปัญหาในเรื่องการบังคับใช้กฎหมายอย่างรุนแรง เพราะหาไม่แล้วก็ไม่เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น ทั้งๆที่ทุกรัฐบาลมีนโยบายการรักษาพื้นที่ป่าไม้ของชาติเอาไว้ ซึ่งที่ผ่านมาได้สูญเสียงบประมาณไปเป็นจำนวนมากเพื่อดูแลพื้นที่ป่า เช่นเดียวกับการสูญเสียทรัพยากรของชาติให้กับการกระทำที่ผิดกฎหมาย
เราเห็นว่าการวิพากษ์วิจารณ์ของพล.อ.ประยุทธ์ เป็นสามัญสำนึกที่มีอยู่ทั่วไป ของคนไทยที่มีต่อนักการเมือง ซึ่งแน่นอนว่าการอ้างอำนาจจากประชาชนนั้นไม่มีใครเถียง แต่ต้องแยกประเด็นการได้อำนาจกับการใช้อำนาจให้ชัดเจน หากการใช้อำนาจทำให้เกิดปัญหามากมาย ก็จำเป็นอย่างยิ่งต้องกลับมาคิดว่าเรามีปัญหาอะไรที่ต้องปรับแก้ไข และเราเชื่อว่าจากบทเรียนความขัดแย้งทางการเมืองในอดีต และการปฏิรูปการเมืองที่กำลังจะเกิดขึ้นจากนี้ น่าจะสอนบทเรียนสำคัญยิ่งให้กับนักการเมือง








