วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กาสิโน : ผลได้ที่ยังไม่ได้ลบต้นทุนสังคม

แม้ว่าข้อเสนอการตั้งกาสิโนจะมีข้อยุติแล้ว เนื่องจากรัฐบาลยืนยันว่าไม่มีนโยบายดังกล่าว

แต่เรื่องกาสิโนก็คงยังไม่จบสิ้นง่ายๆ ล่าสุด ผู้สื่อข่าวกรุงเทพธุรกิจรายงานว่าบริษัท มาริน่า เบย์ แซนด์ ประเทศสิงคโปร์ ได้ทำหนังสือเชิญสื่อมวลชนไทยเดินทางไปประเทศสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 1-3 ก.ค.นี้ โดยมีกำหนดการให้เยี่ยมชม มาริน่า เบย์ แซนด์ ทั้งสถานที่ประชุม กาสิโน ศูนย์การค้า สถานที่แสดงนิทรรศการ โรงละคร สปา พิพิธภัณฑ์ ซึ่งระบุชัดเจนว่าจะมีการให้สื่อมวลชนเข้าชมกาสิโนแบบเอ็กซ์คลูซีฟ (กรุงเทพธุรกิจ 23 มิ.ย.58) ดังนั้น จึงควรเอาข้อมูลผลได้ผลเสียมายืนยันกันให้เข้าใจก่อน แต่ก่อนอื่นมาดูวิธีคิดของผู้วางนโยบายและผู้มีอำนาจกันก่อน

ฝ่ายค้านได้แก่ รองนายกฯ ปรีดิยาธร เห็นว่ากาสิโนส่งผลกระทบสังคมสูง“ถ้ามีคนสนุกสักแปดสิบคน บ่อนกำไร เศรษฐกิจดูเฟื่องฟู แต่อีกยี่สิบคนต้องเดือดร้อนเป็นหนี้สินเพิ่ม ลูกเมียเป็นทุกข์ ถูกฟ้องร้อง เป็นหนี้ มันไม่คุ้มหรอกที่เราจะมองแค่ผลทางเศรษฐกิจ เพราะถ้ามองแค่เรื่องเศรษฐกิจก็มีแต่เรื่องดี เรื่องนี้ต้องมองจากมุมปัญหาสังคมเป็นหลัก ไม่ใช่มองจากมุมทางเศรษฐกิจ ว่ารัฐบาลจะได้เงินมาใช้ในงบประมาณเท่านั้น เท่านี้ เพราะมาจากความทุกข์ของคนที่ขาดทุน” (กรุงเทพธุรกิจ เพิ่งอ้าง)

ส่วนฝ่ายสนับสนุนได้แก่ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ได้ชี้แจงกับสื่อมวลชนในวันที่ 22 มิ.ย.58 โดยระบุว่า มีบ่อนการพนันในพื้นที่ใกล้เคียงประเทศไทยทั้งสิ้น 75 แห่ง ประกอบด้วย พม่า 14 แห่ง ลาว 4 แห่ง กัมพูชา 21 แห่ง มาเลเซีย 1 แห่ง สิงคโปร์ 2 แห่ง และมาเก๊าอีก 33 แห่ง เป็นบ่อนในประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกับไทย 40 แห่ง ท่านยังย้ำว่า “การปล่อยให้เงินคนไทยไหลออกไปพัฒนาประเทศเพื่อนบ้านจำนวนมาก ก็เปรียบเสมือนว่า คนไทยเป็นพระเวสสันดร” (กรุงเทพธุรกิจ เพิ่งอ้าง)

เรื่องกาสิโน สร้างรายได้นั้น ผู้เขียนไม่ขอเถียง แต่อย่าลืมว่าตอนวิกฤติต้มยำกุ้ง ขณะภาคเศรษฐกิจท่องเที่ยวของไทยเป็นเสาหลักในการกู้ชีพตอนนั้น เศรษฐกิจท่องเที่ยวมาเก๊าที่อาศัยกาสิโนเป็นหลักกลับย่ำแย่

งานวิจัยในต่างประเทศยืนยันว่า แม้กาสิโนจะสร้างรายได้ให้กับอุตสาหกรรม และรัฐบาล แต่ผลเสียตกกับนักพนันและสังคม การศึกษาในสหราชอาณาจักรพบว่า ผู้ติดพนันงอมแงมมักสูญเสียงานทำ ส่วนที่ยังทำงานก็มีผลิตภาพ (productivity) ต่ำ เพราะไปทำงานสาย สุขภาพเสื่อมโทรมประมาณ 60% ของผู้ติดพนันประสบปัญหาซึมเศร้า และ 9% คิดอยากฆ่าตัวตาย

ทั้งนี้ 87 % ของผู้ติดพนันมีปัญหาด้านการเงิน และต้องแสวงหาความช่วยเหลือด้านการเงิน และ 40% ต้องขายทรัพย์สินไปใช้หนี้พนัน ในสหราชอาณาจักร นักพนันที่แสวงหาการเยียวยา มีหนี้เฉลี่ยรายละ 28,000 ปอนด์ (GamCare Services Report 2003) ข้อนี้สนับสนุนคำพูดของคุณชายอุ๋ยที่ว่า รายได้ที่มาจากหนี้ของคนจน จะคุ้มหรือ เมื่อนักพนันติดพนันงอมแงม แล้วก็ไม่มีแหล่งเงิน ปัญหาอาชญากรรมก็ตามมา

ลองดูปัญหาที่ครอบครัวต้องเผชิญ การศึกษาของออสเตรเลียพบว่า ปัญหาการเงินและความเครียดของนักพนัน ทำให้เกิดการหย่าร้างมากขึ้นถึงประมาณ 1,600 คู่ ต่อปี เด็กจากครอบครัวนักพนันมีแนวโน้มติดยาเสพติดและปัญหาสุขภาพจิต และมีปัญหาในโรงเรียน ภรรยานักพนันมักประสบปัญหาจิตตก มีปัญหาโต้เถียง และลงไม้ลงมือในครอบครัว ตลอดจนมีความพยายามที่จะฆ่าตัวตาย (Lorenz and Yaffe 1988)

การศึกษาของคณะกรรมการผลิตภาพออสเตรเลีย (Australian Productivity Commission) พบว่า ประมาณ 2 ใน 3 ของผู้ติดพนันที่มารับการเยียวยา เคยก่ออาชญากรรมเพราะต้องการเงินมาเล่นพนัน แม้จะไม่ใช่อาชญากรรมแบบรุนแรง การศึกษาตัวอย่างนักพนัน 400 คน พบว่า คนเหล่านี้ได้เคยขโมยเพื่อเอาเงินไปเล่นการพนัน รวมกันแล้วถึง 30 ล้านเหรียญ (Leiseur 1987, NGISC 1999)

การศึกษา 100 ชุมชนที่อยู่ในรัศมี 50 ไมล์ใกล้กาสิโนในสหรัฐฯ พบว่า เกือบทั้งหมดยกเว้นเพียง 1 ชุมชน มีอัตราเป็นหนี้ และการล้มละลายสูงขึ้น การศึกษาระยะยาว (longitudinal study) ใน 300 เคาตี้ ในสหรัฐฯ พบว่า การมีกาสิโนเพิ่มอัตราล้มละลาย 5.4 % (Basson 2002)

การศึกษาในต่างประเทศมีข้อสังเกตว่า กาสิโนใหญ่ตั้งอยู่ในที่ห่างจากชุมชน มีเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยว อาจจะมีผลกระทบน้อยกว่ากาสิโนขนาดเล็กที่ตั้งในชุมชน แต่ก็ยังไม่มีการศึกษามายืนยัน เพราะต้นทุนการวิจัยสูง ต้องมีการเปรียบเทียบข้ามพื้นที่ประเทศ เพราะต่างมีภูมิหลังทางวัฒนธรรม และกฎหมายต่างกัน แต่ในประเทศที่ตำรวจก็ยังถูกจับในข้อหาอาชญากรรมรุนแรง เช่น ค้ามนุษย์ เช่นประเทศไทย ซึ่ง WEF จัดลำดับตำรวจไทยเกือบต่ำที่สุดใน ASEAN เราคงหวังพึ่งกฎหมายไม่ได้

ล่าสุด มาเก๊าที่เป็นแหล่งกาสิโนใหญ่ ชาวบ้านเริ่มประท้วงการเข้ามาเล่นกาสิโนของชาวจีนแผ่นดินใหญ่ว่า มามากไปทำให้เกิดความแออัด และเมื่อจีนเริ่มปราบคอร์รัปชันอย่างเข้มงวด ขณะนี้รายได้ของกาสิโนมาเก๊าตกต่ำลง 8 เดือนติดต่อกัน ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ได้ขอให้มาเก๊าลดการพึ่งพากาสิโนลง และปรับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่แท้จริงมากขึ้น

สุดท้ายนี้หากสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งล้วนแต่เป็นคนดีมีคุณธรรม คิดอะไรมาสวนกระแส ก็กรุณาหาข้อมูลมาสนับสนุนและถกเถียงกันให้เกิดปัญญาก่อนที่จะปักธง !!

 ------------------

มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด

มูลนิธิสถาบันศึกษานโยบายสาธารณะ