วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผู้นำรุ่นใหม่ วัยฉกาจฉกรรจ์

เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้ง ดร.วิรไท สันติประภพ เป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนใหม่

กระแสหนึ่งที่พูดและเขียนกันเยอะก็คือ เรื่องของอายุของท่านผู้ว่า ธปท.ท่านใหม่ที่ยังอยู่ในวัย 40 กลางๆ ประกอบกับเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีบทความหนึ่งที่ลงในหนังสือพิมพ์ Wall Street Journal ภายใต้ชื่อ Why the Boss is Younger than you are ซึ่งเขียนถึงผู้นำที่เป็น CEO รุ่นใหม่ของบริษัทขนาดใหญ่ในสหรัฐ ที่มาจากคนรุ่น Generation X (Gen X) กันมากขึ้น ก็ทำให้ชวนคิดถึงการที่ผู้ที่อายุช่วง 40-50 ต้นๆ ที่ต้องขึ้นมาเป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กรธุรกิจต่างๆ กันมากขึ้นในปัจจุบัน (ไม่ใช่แค่ ธปท.ที่เดียวนะครับ ลองดูครับว่าในธุรกิจธนาคารในประเทศไทยในปัจจุบัน มี CEO ที่เป็นกลุ่ม Gen X กันกี่แห่ง?)

ในสหรัฐนั้น องค์กรขนาดใหญ่หลายแห่งก็ถึงเวลาของการผลัดใบจากผู้นำรุ่นเก่าอายุประมาณ 60 ถึง 60 กว่าๆ มาเป็นผู้นำรุ่นใหม่ที่อายุประมาณ 50 หรือต่ำกว่า ทั้ง McDonald, Harley-Davidson, Microsoft, CISCO หรือ 21st Century Fox และถ้าดูจากโครงสร้างประชากรแล้ว ผู้นำรุ่นใหม่วัยฉกาจฉกรรจ์เหล่านี้ ก็เรียกได้ว่าเป็นพวก Gen X ที่เกิดระหว่าง ค.ศ.1965-1980 หรือพอจะฝืนว่าเป็นพวก Baby Boomers แบบปลายๆ ได้

ประเด็นที่น่าสนใจของ Gen X CEO คือ คนเหล่านี้เติบโตมาพร้อมกับคอมพิวเตอร์ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่ให้ความสนใจกับเทคโนโลยี และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้ทั้งในชีวิตส่วนตัวและการทำงาน CEO Gen X เหล่านี้ เพียงแค่พกมือถือ และ Tablet ติดตัว ก็สามารถทำงานจากที่ไหนในโลกก็ได้ ส่งผลให้ผู้นำยุคใหม่เหล่านี้จะมีการตัดสินใจที่รวดเร็วขึ้น และกล้าที่จะรับต่อความเสี่ยงได้มากขึ้น

สำหรับเรื่องการบริหารบุคคลนั้น มีตัวอย่างว่าผู้นำ Gen X เหล่านี้ จะให้ความสำคัญกับการบริหารคนรุ่นใหม่ในองค์กรมากขึ้น เขาจะเข้าใจต่อความต้องการของพนักงานรุ่นใหม่มากขึ้น อีกทั้งเข้าใจว่าพนักงานรุ่นใหม่ในปัจจุบัน ไม่ได้เข้ามาทำงานแล้วเกิดความจงรักภักดีต่อองค์กรตลอดไปเหมือนในอดีต การที่พนักงานที่มีความสามารถจะอยู่กับองค์กรได้ ไม่ใช่แค่เพราะชื่อเสียงหรือความเป็นองค์กรนั้นอีกต่อไป ในขณะเดียวกันผู้นำ Gen X นั้น ก็จะมีความเข้าใจต่อเรื่องของ Work-Life Balance มากกว่าผู้นำยุคก่อนๆ เนื่องจากคน Gen X ส่วนใหญ่ก็จะผ่านช่วงชีวิตที่ต้องการความสมดุล ระหว่างงานและชีวิตส่วนตัวมาก่อนแล้วทั้งสิ้น

อย่างไรก็ดี ใช่ว่าชีวิตการเป็น CEO ของผู้นำยุค Gen X นั้นจะราบรื่น โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป เนื่องจาก Gen X เหล่านี้ จะเข้าไปเป็นผู้นำที่เรียกได้ว่า คั่นกลางหรืออยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านระหว่างพวกคนรุ่นเก่า (Baby Boomers) กับคนรุ่นใหม่ที่กำลังเข้าสู่กระแสการทำงาน และความปวดหัวก็คือ ความต้องการและความคาดหวังของคนสองยุคจะแตกต่างกัน    

คนกลุ่ม Baby Boomers บางท่านที่ยังทำงานกันอยู่ หรือพวกผู้ใหญ่ที่ขยับขึ้นไปเป็นบอร์ด หรือดูในเชิงภาพรวมขององค์กรต่างๆ ก็มักจะนำเอาประสบการณ์หรือสิ่งที่ตนเองเผชิญมาในอดีต มาเป็นความคาดหวังกับคนรุ่นใหม่ที่กำลังก้าวเข้าสู่ชีวิตการทำงาน ในขณะเดียวกัน ชีวิตการทำงานของคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันก็จะมีทางเลือกมากขึ้น ทั้งทางเลือกในการทำงาน หรือการไปทำงานแบบอิสระ (Freelance) อีกทั้งคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมาด้วยเทคโนโลยีและการเลี้ยงดูที่แตกต่างจากอดีต จึงทำให้ค่านิยมของคนรุ่นใหม่แตกต่างจากคนทำงานในอดีต ความท้าทายสำหรับ Gen X CEO อย่างหนึ่งคือ จะบริหารองค์กรท่ามกลางมุมมองและความแตกต่างทั้งสองขั้วได้อย่างไร?

นอกจากการบริหารงานภายในองค์กรแล้ว การทำงานร่วมกับทั้งลูกค้าและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องภายนอกองค์กรสำหรับผู้นำกลุ่ม Gen X ก็น่าสนใจและติดตาม ในกรณีของ McDonald’s ที่สูญเสียลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่ให้กับร้านอาหารที่มีคุณภาพมากกว่า ก็ต้องจ้าง CEO คนใหม่ที่มีอายุ 47 ขึ้นมาบริหาร และนโยบายแรกๆ ที่ออกมาของ CEO วัย 47 นั้น ก็จะเกี่ยวเนื่องกับความต้องการของผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่เช่นเดียวกัน นั้นคืออาหารที่มีประโยชน์และดีต่อสุขภาพมากขึ้น

ในกรณีของ Microsoft ที่ CEO คนปัจจุบัน Satya Nadella ที่มีอายุเพียงแค่ 47 ปี ก็ปรับเปลี่ยนนโยบายของบริษัทให้มีการทำงานร่วมกับบรรดาบริษัทใหม่ๆ ทางเทคโนโลยีมากกว่าสมัยอดีต CEO ของบริษัท ที่มักจะเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการจากภายในบริษัทเป็นหลัก

ดังนั้น จะเห็นได้นะครับว่าการแต่งตั้ง CEO รุ่นใหม่ที่เป็นกลุ่ม Gen X นั้นกำลังเริ่มเป็นสิ่งที่องค์กรชั้นนำหลายๆ แห่งของโลกเขาทำกันมากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถรองรับต่อการเปลี่ยนแปลงของทั้งเทคโนโลยีกับรูปแบบการทำงานของคนรุ่นใหม่มากขึ้น อย่างไรก็ดีCEO Gen X เหล่านี้ก็มีความท้าทายที่จะต้องเผชิญหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การบริหารและนำองค์กรภายใต้ความคาดหวัง และความต้องการของคนสองกลุ่ม ที่มีความแตกต่างกันในด้านความคิดและค่านิยม ก็ขอเป็นกำลังใจให้ CEO Gen X ทั้งหลายต่อไปนะครับ