วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

น่าห่วง คนไทยเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ในระดับ “พอใช้”

แทบทุกวันนี้มีข่าวคดีอาชญากรรม ข่าวผู้คนเดือดร้อน ข่าวน่าสลดใจที่มีคนไม่รู้อีโหน่อีเหน่ตกเป็นเหยื่อ

จนหลายคนอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า เกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย

หากจับอุณหภูมิคนในสังคม ความรู้สึกอึดอัดที่เกิดขึ้น นอกจากจะเป็นเพราะการเกิดเหตุการณ์เหล่านี้แล้ว ก็ยังเกิดจากการที่หลายต่อหลายครั้ง เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้เกิดความรู้สึกว่า ผู้เสียหายไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากกระบวนการยุติธรรมได้ดีพอ 

คำถามที่น่าสนใจก็คือ จริงๆ แล้วคนไทยเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะกระบวนการยุติธรรมทางอาญาได้ดีแค่ไหน? ผู้ที่จะให้คำตอบได้ดีที่สุดก็คือประชาชนเอง

ข้อมูลที่แสดงไว้ในตาราง เป็นการสรุปผลการสำรวจการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของครัวเรือน  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการจัดทำ ดัชนีการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมทางอาญา และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานกิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม ร่วมกับมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ด้วยการสอบถามความเห็นของตัวแทนของครัวเรือนจำนวน 3,901 ครัวเรือน จาก  21 จังหวัดทั่วประเทศ 

ประเด็นคำถามที่ใช้ในการประเมินความสามารถ ในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม มีทั้งหมด 11  ข้อ โดยการให้คะแนน 1 ถึง 5 แล้วนำมาแปลงเป็นร้อยละ โดยมีเกณฑ์การประเมินดังนี้ ระดับดีเยี่ยม 80%-100% ระดับดีมาก 75%-79%  ระดับดี 70%-74% ระดับค่อนข้างดี 58%-69% ระดับพอใช้  50%-57%ระดับต่ำ 45%-49% ระดับต่ำมาก 44% หรือน้อยกว่า

โดยภาพรวมแล้วจะเห็นได้ว่า คะแนนที่ได้คิดเป็นร้อยละ 54.6 สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มครัวเรือนที่ทำการสำรวจ มีความสามารถในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมแค่ในระดับ “พอใช้”  โดยมีเพียง 3 ด้านที่ได้ผลการประเมินในระดับค่อนข้างดี เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับช่องทางในการระงับข้อพิพาท และการติดต่อกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อจำเป็นต้องพึ่งพากระบวนการยุติธรรม 

ที่น่าสนก็คือ ประเด็นที่มีคะแนนการประเมินต่ำที่สุด 3  เรื่อง ได้แก่ การทราบถึงช่องทางใช้บริการจากหน่วยงาน เพื่อเจรจาตกลงเรียกร้องค่าเสียหายกับฝ่ายกระทำความผิดความกังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี และการทราบถึงช่องทางในการเข้าถึงกลไกในการเยียวยาความเสียหาย ซึ่งประเด็นเหล่านี้เป็นเรื่องที่มักปรากฏเป็นข่าวตามสื่อต่างๆ อยู่เสมอ  

นอกจากนี้แล้ว หากพิจารณาตามฐานะทางสังคมและเศรษฐกิจแล้ว กลุ่มผู้มีรายได้น้อย การศึกษาไม่สูง เป็นกลุ่มที่มีคะแนนใน 3 ด้านนี้ต่ำ จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวล เพราะคนกลุ่มนี้มีความเสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อของการก่ออาชญากรรมประเภทต่างๆ มากกว่าคนกลุ่มที่มีฐานะสูงกว่า แต่จากผลที่ได้แสดงให้เห็นว่า เมื่อเกิดเหตุขึ้น พวกเขาจะไม่สามารถเข้าถึงช่องทางในการต่อสู้และเยียวยาได้ดีพอ 

หากเป็นกรณีที่คู่คดีเป็นผู้ที่มีฐานะสูงกว่าด้วยแล้ว เมื่อไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้มากพอ โอกาสที่จะใช้ประโยชน์จากสิทธิตามกฎหมายของตนเองได้ก็ลดลงไปด้วย จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าเหตุใดภาพที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ คู่ความที่เป็น “คนจน” มักเป็นฝ่ายถูกรังแก 

จริงอยู่ที่สังคมเรายังมีการเลือกปฏิบัติ แต่เรายังไม่มีมาตรวัดออกมาอย่างชัดเจนว่า มีการเลือกปฏิบัติอย่างไรและมีความรุนแรงแค่ไหน เรายังไม่สามารถทำให้ปัญหาการเลือกปฏิบัติให้หมดไปได้ในเร็ววัน สิ่งที่น่าจะทำได้เร็วกว่าคือ การเพิ่มความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชน เพื่อให้ทราบว่าตนเองมีสิทธิอะไรบ้าง สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างไร รวมถึงข้อมูลด้านค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ และความช่วยเหลือที่หน่วยงานต่างๆ มีให้กับประชาชน 

ความรู้เหล่านี้จะช่วยเพิ่มแต้มต่อให้กับผู้ที่เคยตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ในกระบวนการยุติธรรมเพราะความไม่รู้แม้ว่าการเพิ่มการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ยังไม่ใช่สูตรสำเร็จในการแก้ปัญหาทั้งหมด  แต่ก็เป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยบรรเทาปัญหาให้กับผู้เดือดร้อน ซึ่งเห็นผลได้ค่อนข้างรวดเร็ว และเป็นการสร้างบรรยากาศซึ่งเอื้อต่อการปรับปรุงในเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อให้กฎหมายเป็นกฎหมายที่สามารถดูแลคนไทยทุกคนได้อย่างแท้จริง