อาการหงุดหงิด อาการเกรี้ยวกราด ดูเหมือนว่าจะเกิดขึ้นบ่อยช่วงหลังๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคำถาม
ที่ถามกันไม่ตรงประเด็น หรือเป็นเพราะถามแล้วถามอีกหรืออย่างไร? ที่ทำให้ นายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา ถึงมีอาการหงุดหงิดบ่อยครั้งช่วงนี้
บางวันถึงขั้น..ปล่อยคำสบถ..ออกมา แบบเหลือเชื่อ จริงๆจะพูดหรือจะเอ่ยคำไหนออกมาก็ไม่ผิด เป็นสิทธิ์ที่สามารถกระทำได้ คนฟังคนดูอาจจะมีหัวเราะบ้าง อาจจะงงๆบ้าง ในแต่ละวัน
แต่สำหรับภาพพจน์ที่ออกไปความเป็นนายกฯ อาจจะดูแปลกๆไป เชื่อเถอะคนรอบข้างก็คงไม่มีใครกล้าบอก เพราะทุกครั้งที่พูดเสร็จ ท่านนายกฯจะบอกเสมอว่า “ไม่ได้โกรธ ไม่ได้โมโห”แต่สิ่งที่ปรากฏไม่ว่าจะเป็นอารมณ์หรือท่าทางชวนให้เชื่อว่าท่าน“โมโห”ต่างหาก
ภาวะอย่างนี้เชื่อว่าคนเกือบค่อนประเทศเห็นใจ และเอาใจช่วยทุกๆเรื่อง เพื่อให้การบริหารประเทศเดินไปด้วยดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง สังคมก็ตาม ยิ่งภาวะที่ประเทศกำลังเผชิญไม่ว่าจะเป็นปัญหาภัยแล้ง การแก้ปัญหาประมงผิดกฎหมาย ปัญหามาตรฐานความปลอดภัยทางการบิน (เอสเอสซี) ของกรมการบินพลเรือนไทย ที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ) ตรวจพบ ยังไม่รวมถึงกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวเวลานี้ ล้วนเป็นเรื่องกวนใจผู้นำประเทศแทบทั้งสิ้น
ฉะนั้นเรื่องทุกเรื่องหนีไม่พ้นความรับผิดชอบในฐานะผู้นำ ล่าสุดนายกฯประยุทธ์ ออกอาการไม่พออกพอใจอย่างมาก โดยเฉพาะ การเบิกจ่ายงบประมาณ ที่ดูเหมือนล่าช้าเสียเหลือเกิน หากนับตามปีงบประมาณปาไป 9 เดือนแล้ว แต่การเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อกระตุ้นการลงทุน และกระตุ้นเศรษฐกิจ ดูเหมือนจะ“อืดเป็นเรือเกลือ”เข้าไปทุกที
ล่าสุด นายกฯประยุทธ์ ยังตอกย้ำความไม่พอใจต่อการเบิกจ่ายงบประมาณที่ล่าช้าของแต่ละกระทรวง อยากให้เบิกจ่ายมากกว่านี้ ยังไม่ทันใจผมเท่าไหร่ และไม่ทันใจประชาชนด้วย ทำไมก่อนหน้านี้เบิกจ่ายได้เร็วนัก มันอยู่ที่การตรวจสอบอะไรหรือเปล่า แต่ก่อนทำเร็วเกินไปหรือไม่ มันมีรอยรั่วเยอะหรือไม่ วันนี้ต้องตรวจสอบให้พบรอยรั่ว มันช้าเพราะอะไร เพราะขั้นตอนระเบียบต่างๆมันรัดกุม การกระทำต่างๆที่มันเคยง่ายมันก็ยากขึ้นหรือ
“ผมอยากให้มันเร็วกว่าเดิม ไม่ใช่ว่าข้าราชการไม่ทำ ข้าราชการเขาทำเต็มที่ เดี๋ยวจะหาว่าไปว่าเขา ตั้งแต่ผมเข้ามาจัดงบประมาณกระจายไปทุกพื้นที่ เป็นโครงการขนาดกลาง ขนาดเล็กจำนวนมากมันไม่เคยทำ ที่ผ่านมาทำเป็นพื้นที่มันก็ง่าย ให้งบประมาณเป็นก้อนลงไป ทำให้มีคนมาจัดซื้อจัดจ้างง่ายขึ้น มีบริษัทไม่กี่บริษัทมารับไป อยากถามว่ามันทั่วถึงหรือไม่ "
นายกฯประยุทธ์ บอกว่าวันนี้รัฐบาลทำให้ทุกอย่าง แต่ขอให้ช่วยตัวเองกันบ้าง บริษัทห้างร้านเอกชนไปหาวิธีการว่าจะทำอย่างไร ถ้าไม่ทำก็อย่าทำ เดี๋ยวบริษัท เล็กๆน้อยๆ มีกี่บริษัทก็ไปประมูลมา บริษัทใหญ่ไม่อยากเอาก็อย่าเอา อยากได้ก็ไปเอารัฐบาลหน้า
จากข้อมูลของสำนักงบประมาณ ที่รายงานต่อการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันก่อน ระบุว่า งบประมาณประจำปีงบประมาณ 2558 ตั้งแต่ 1 ต.ค.2557- 30 มิ.ย.2558 เบิกจ่ายไปแล้ว 1,853,518 ล้านบาท หรือ 72% จากงบประมาณรายจ่ายงบประมาณรวม 2,575,000 ล้านบาท ยังต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 3.5% เป็นรายจ่ายประจำเบิกจ่ายแล้ว 1,635,816 ล้านบาท คิดเป็น 77% จากรายจ่ายประจำรวม 2,125,524 ล้านบาท ส่วนนี้เบิกจ่ายสูงกว่าเป้าหมาย 1%
ส่วนรายจ่ายงบลงทุนเบิกจ่ายแล้ว 217,702 ล้านบาท คิดเป็น 48.4% จากรายจ่ายลงทุนรวม 449,476 ล้านบาท ตรงนี้ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้เมื่อสิ้นสุดไตรมาส 3 อยู่ถึง 25% เห็นตัวเลขอย่างนี้แล้ว โดยเฉพาะงบลงทุนอาจทำให้นายกฯรู้สึกหงุดหงิดเป็นธรรมดา
ดังนั้นช่วงเวลาที่เหลือแต่ละกระทรวงต้องคิดแล้วทำอย่างไร ให้การเบิกจ่ายเป็นไปตามเป้าหมายให้มากที่สุด สำคัญที่สุดต้องไม่เกิดคอร์รัปชันระหว่างทาง...






