วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กรีซvsเปอร์โตริโก ความเหมือนที่แตกต่าง

ช่วงค่ำดึกของวันที่ 7 ก.ค.2558 ขณะที่ผมเขียนบทความชิ้นนี้อยู่นั้น หุ้นสินค้าโภคภัณฑ์ (เช่น ทองคำ และ น้ำมันดิบ) และ ค่าเงินยูโร

ต่างปรับตัวลดค่าลงกันถ้วนหน้า ซึ่งก็คงต้องยอมรับว่ามีผลสืบเนื่องมาจากผลของประชามติของประชาชนชาวกรีซที่ไม่ยอมรับข้อเสนอของกลุ่มเจ้าหนี้ที่ต้องการให้กรีซทำตามกฎเกณฑ์ที่ควรจะเป็นสำหรับประเทศที่มีภาระหนี้สินล้นพ้นตัว 

ช่วงที่ผ่านมาดูเหมือนว่ากลุ่มเจ้าหนี้ รวมไปถึง IMF และ ธนาคารกลางยุโรป (ECB) อยากจะช่วยให้กรีซยังคงอยู่ในกลุ่ม Eurozone (หรือในกลุ่มของประเทศที่ใช้เงินยูโร) ต่อไป ทั้งนี้เนื่องจาก เป็นที่รู้กันดีว่าโครงการเงินยูโร ถือว่าเป็นความฝันและความภาคภูมิใจของประเทศในแถบนั้น ซึ่งมีข้อดีตรงที่สามารถลดต้นทุนด้านอัตราแลกเปลี่ยนเมื่อทำการค้าขายระหว่างกันได้โดยไม่ต้องแปลงค่าเงินกันไปมา ซึ่งช่วยให้การค้าขายทำได้อย่างคล่องและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

แต่การใช้เงินสกุล € ร่วมกันก็มีข้อจำกัด คือ แต่ละประเทศไม่สามารถพิมพ์เงินออกมาใช้ได้เอง เช่น เพื่อใช้ชดเชยในภาวะขาดดุล อีกทั้งไม่สามารถดำเนินนโยบายยืดหยุ่นด้านนโยบายการเงินและอัตราแลกเปลี่ยนได้ด้วยตัวเอง เช่น กรณีประเทศผู้ส่งออกที่จะดำเนินมาตรการเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยนให้อ่อนค่าลงเพื่อกระตุ้นการส่งออกและการท่องเที่ยวในประเทศอันอาจจะเป็นแรงจูงใจอันหนึ่งที่ประเทศในกลุ่ม Eurozone อาจพิจารณากลับไปใช้เงินสกุลเดิมของตนเอง เช่น กรีซ กลับไปใช้ drachma อิตาลี กลับไปใช้ lira หรือ สเปนกลับไปใช้ peset

มาถึงตรงนี้ หลายท่านอาจจะยังสับสนระหว่างกลุ่มประเทศ Eurozone กับ กลุ่มประเทศสหภาพยุโรปหรือ European Union (EU) ที่พวกเราจะคุ้นหูกันมากกว่า ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร

สหภาพยุโรป หรือ EU เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่สมาชิกประกอบไปด้วย ประเทศในทวีปยุโรปจำนวน 28 ประเทศ ประเทศสมาชิกที่สำคัญได้แก่ เยอรมัน ฝรั่งเศส อังกฤษ อิตาลี สเปน หรือ เดนมาร์ก ขณะที่กลุ่มประเทศ Eurozone เป็นกลุ่มประเทศใน EU จำนวน 19 ประเทศที่ใช้สกุลเงินยูโร (Euro หรือ €) เป็นสกุลเงิน มีธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB รับผิดชอบเรื่องการกำหนดนโยบายทางการเงิน ในขณะที่รัฐบาลแต่ละประเทศจะเป็นผู้รับผิดชอบนโยบายการคลังของแต่ละประเทศกันเอง (ปัญหาเรื่องวิกฤติหนี้ของกรีซ ที่แก้กันไม่รู้จักจบกันซักที ว่ากันว่ามีสาเหตุมาจากเรื่องการแยกความรับผิดชอบกันระหว่างนโยบายการเงินและการคลังของ Eurozone นี้นั่นเอง)

ประเทศหลัก ๆ ในกลุ่ม EU แต่ไม่ได้อยู่ใน Eurozone ได้แก่ อังกฤษ และ เดนมาร์ก ที่ยังคงใช้สกุลเงินของตนเอง ได้แก่ Pound Sterling และ Krone เป็นต้น

ประเด็นที่กลุ่มเจ้าหนี้ส่วนใหญ่ต้องการก็คือ การพบกันคนละกันครึ่งทางด้วยการขอให้รัฐบาลกรีซแสดงให้เห็นถึงความจริงใจ การสร้างความเชื่อมั่นว่า รัฐบาลมีวินัยทางการคลัง เช่น ลดการใช้จ่ายของรัฐบาล ขึ้นภาษี ปฏิรูปโครงการบำนาญต่าง ๆ ซึ่งแม้อาจจะทำได้ยาก แต่มีความสำคัญมากในการสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนว่า รัฐบาลจะสามารถชำระหนี้ พร้อมดอกเบี้ยให้กับเจ้าหนี้ในอนาคตได้ เหมือนกับ3 ประเทศในกลุ่มประเทศหมู หรือ PIGS (ประกอบด้วย โปรตุเกส(P) อิตาลี(I) กรีซ(G) และ สเปน(S))ได้แก่ ประเทศโปรตุเกส อิตาลี สเปน ที่ในช่วงที่ผ่านมาก็ต่างได้ทำภาระดังกล่าวจนกลุ่มเจ้าหนี้ได้พอใจแล้วในระดับหนึ่ง

ที่กล่าวมาสำหรับกรณีของกรีซเป็นตัวอย่างของประเทศที่ไม่มีอำนาจในการดำเนินนโยบายการเงินของตนในการแก้ปัญหาใดๆแต่มีคนพร้อมจะช่วยโดยไม่อยากให้กรีซล้มละลาย
หันกลับมาดูกรณีของเปอร์โตริโก(Puerto Rico)ซึ่งเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว (30 มิ.ย.2558) ผู้นำรัฐบาลของประเทศเปอร์โตริโก Alejandro Garcia Padilla ได้ออกมายอมรับว่าขณะนี้ประเทศของตนมีปัญหาเรื่องการชำระหนี้ซึ่งเป็นเงินรวมทั้งหมดประมาณ 72,000 ล้านดอลลาร์ (สำนักข่าว AP) ซึ่งเป็นข้อกังวลใจระลอกล่าสุดต่อแวดวงการตลาดเงินตลาดทุน
ประเทศ Puerto Ricoในหมู่เกาะคาริบเบียน(Caribbean Island) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐ ใกล้ ประเทศคิวบา จาไมก้า และโดนิมิกันเห็นจากชื่อแล้วก็คงนึกว่าเป็นประเทศประเทศหนึ่ง แต่ความจริง ประเทศ Puerto Rico ไม่ได้เป็นประเทศเอกราชอย่างสมบูรณ์ แต่เป็นดินแดนในปกครองของสหรัฐอเมริกาในฐานะประเทศอิสระ หรือ Commonwealth Status มีสถานะความเป็นอิสระสูงว่ามลรัฐต่าง ๆ ของสหรัฐอเมริกาที่พวกเราคุ้นเคยกันดี (มีทีมฟุตบอล หรือ สามารถส่งตัวแทนประกวดนางงามได้ด้วยตัวเอง) อย่าง รัฐฟลอริด้า รัฐแคลิฟอร์เนีย หรือ รัฐนิวยอร์ค โดยประมุขของรัฐก็คือประธานาธิบดีอเมริกา ซึ่งปัจจุบันก็คือ บารัค โอบาม่า ขณะที่หัวหน้ารัฐบาลมีชื่อเรียกเป็นเพียง Governor ซึ่งเรียกเหมือน ๆ กับผู้ว่าการรัฐต่าง ๆ หรือในกรณีนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะไปเปอร์โตริโกก็ต้องผ่านขั้นตอนเหมือนกับการเดินทางไปสหรัฐฯ ทุกอย่างนั้นคือต้องไปขอ U.S. Visa ก่อนถึงจะเดินทางไปเปอร์โตริโกได้

สกุลเงินที่ใช้เป็นทางการในเปอร์โตริโกนั้น แน่นอนว่าคือ ดอลลาร์ และก็ชัดเจนว่านโยบายการเงินของประเทศเปอร์ตอริโกนี้ถูกกำหนดโดยเจ้าพ่อใหญ่ที่เราคุ้นเคยนั่นก็คือ U.S. Federal Reserve System หรือ ระบบธนาคารกลางสหรัฐฯ และในกรณีนี้ก็เหมือนกับประเทศในกลุ่ม Eurozone อย่างกรีซ ก็คือมีธนาคารกลางนอกประเทศรับผิดชอบเรื่องนโยบายการเงิน ขณะที่รัฐบาลของประเทศก็ทำหน้าที่ดูแลนโยบายการคลังไป

ข้อจำกัดของ เปอร์โตริโกคือเป็นไม่ได้เป็นประเทศอิสระ Puerto Ricoจึงไม่สามารถไปร้องขอความช่วยเหลือ IMF ในขณะที่ก็มีข้อจำกัดคล้าย ๆ กับ มลรัฐต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาที่ปัจจุบันก็มีปัญหาการหนี้สินคุกรุ่นอยู่อาทิ มิชิแกน อิลินอยส์ หรือ แคลิฟอร์เนียซึ่งมีปัญหาเรื่องการขาดดุลงบประมาณและไม่สามารถพิมพ์เงินออกมาใช้เอง ซึ่งหากรัฐดังกล่าวไม่สามารถเก็บเงินภาษีได้เพียงพอเพื่อชำระหนี้ก็อาจต้องร้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลกลาง

อย่างไรก็ตาม ที่รัฐบาลกลางสหรัฐในช่วงที่ผ่านมาก็มีนโยบายชัดเจนว่าจะไม่เข้ามาอุ้มเทศบาล เมือง หรือรัฐ ซึ่งล่าสุดก็ได้มีการปล่อยให้เมืองดีทรอยด์ มลรัฐมิชิแกน เมืองศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ของโลก เข้ากระบวนการล้มละลาย Chapter 9 ตามกฎหมายล้มละลายของสหรัฐไปแล้วเมื่อ 2 ปีที่แล้ว(ตอนนั้นเมืองดีทรอยด์ติดหนี้อยู่ประมาณ 18,000 ล้านดอลลาร์)
ล่าสุด โฆษกทำเนียบขาว นาย Josh Earnest ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์แล้วว่าจะไม่มีการอุ้ม หรือ Bailout สำหรับPuerto Rico จะมีก็แต่ความช่วยเหลือด้านเทคนิคทางการเงิน นอกจากนี้รัฐบาลกลางกำลังอยู่ในระหว่างการประสานงานกับสภาคองเกรสในการปรับปรุงกฎหมายให้ ดินแดนในปกครองอย่าง Puerto Rico สามารถเข้าสู่กระบวนการล้มละลายของสหรัฐได้ ทั้งนี้ เนื่องจากตามกฎหมายปัจจุบันของสหรัฐมีเพียง เมือง หรือ County (ที่เป็นMunicipalities) ที่สามารถเข้าสู่กระบวนการล้มละลายได้ ในขณะที่มลรัฐอย่างแคลิฟอร์เนียและดินแดนในปกครองอย่าง Puerto Rico ไม่สามารถกระทำได้

จากกรณีของเปอร์โตริโกเป็นอีกตัวอย่างของประเทศที่ไม่มีอำนาจในการดำเนินนโยบายการเงิน ที่คงไม่มีใครอยากจะช่วยเหลือ เว้นแต่ปล่อยเข้าสู่กระบวนการล้มละลายตามที่ควรจะเป็นต่อไป