การส่งออกเดือน พ.ค.ที่ปรับตัวลดลง 5.01% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยมีมูลค่าการส่งออก 18,429 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตัวเลขดังกล่าวถือว่าสวนทางกับการคาดการณ์ของหลายฝ่าย แม้แต่กระทรวงพาณิชย์ที่คาดว่าทิศทางการส่งออกของไทยจะปรับตัวดีขึ้นกว่า 4 เดือนก่อน แม้ไม่ถึงกับพลิกเป็นบวกแต่ก็น่าจะติดลบน้อยลง จากเดือน เม.ย.ที่การส่งออกติดลบ 1.7%
คำอธิบายของกระทรวงพาณิชย์กับสถานการณ์การส่งออก ที่เกิดขึ้นก็คือเศรษฐกิจโลกยังคงอยู่ในทิศทางที่ชะลอตัว หลายประเทศเผชิญปัญหาการส่งออกที่หนักกว่าไทย เช่น ออสเตรเลียติดลบ 21.9% ฝรั่งเศสติดลบ 16.1% สิงคโปร์ติดลบ 12.6% ส่วนธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าการส่งออกที่ติดลบสูงในเดือนที่ผ่านมา มาจากการส่งออกรถยนต์ที่คำสั่งซื้อชะลอลงเพื่อรอรถยนต์รุ่นใหม่ และสิ่งที่เป็นปัญหามานานก็คือไทยไม่ได้พัฒนาคุณภาพสินค้าส่งออกมานานหลายปี
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ให้น้ำหนักไปที่การเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่ยังอยู่ในโหมดโตช้า แต่ก็ยังยืนยันว่าเศรษฐกิจในปีนี้จะขยายตัวได้ในกรอบ 3 – 4 % จากปัจจัยการบริโภคในประเทศ การท่องเที่ยว และการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ เป็นที่น่าสังเกตว่าหลายครั้งท่านหลีกเลี่ยงจะพูดถึงการส่งออกเหมือไม่มีเรื่องนี้อยู่ในสมการจีดีพีของรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ บ่อยครั้งที่ท่านเลี่ยงที่จะพูดถึงการส่งออกโดยบอกว่าเป็นเรื่องที่กระทรงพาณิชย์ดูแลอยู่
นอกจากคำอธิบายว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้น กับภาคการส่งออกของไทย ที่ทำให้การเติบโตต่ำกว่าที่คาดการณ์ จนต้องปรับเป้าหมายลงแทบทุกไตรมาส สิ่งที่เอกชนอยากรู้ก็คือ เมื่อรู้สาเหตุของปัญหาแล้วรัฐบาลวางแผนขับเคลื่อนการส่งออกของอย่างไรต่อไป
สุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง สมาชิก สปช.ด้านเศรษฐกิจ และอดีตผู้แทนการค้าไทย บอกว่าการกำหนดยุทธศาสตร์การค้าระหว่างประเทศเป็นสิ่งที่สำคัญ หากจะแก้ปัญหาส่งออกรัฐบาลต้องทำเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว ปรับให้ทันสมัย สามารถแข่งขันกับคู่แข่งทางการค้าได้ และต้องกำหนดยุทธศาสตร์ทุกรายสินค้าร่วมกับการวิเคราะห์ตลาดอย่างละเอียดรอบด้าน
ย้อนกลับไปในการประชุม ครม.เศรษฐกิจเมื่อวันที่ 25 ก.พ. ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ได้เสนอให้มีการแต่ตั้งคณะทำงานยุทธศาสตร์การเจรจาการค้าของประเทศ เพื่อทำงานควบคู่กับคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (กนศ.) โดยให้คณะทำงานฯชุดนี้มีบทบาทในการช่วยศึกษา และจัดทำยุทธศาสตร์แนวทางการค้าระหว่างประเทศ โดยคณะทำงานชุดนี้มี อภิรดี ตันตราภรณ์ รมช.พาณิชย์เป็นประธานคณะทำงาน แต่จนถึงปัจจุบันเรายังไม่เห็นยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนของการส่งออก ที่พอจะเรียกความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชนได้
คงถึงเวลาที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะเรียกประชุม Workshop การส่งออก เพื่อติดตามงานเรื่องนี้อย่างจริงจัง และคงจะดีไม่น้อยถ้าในการประชุมวันนั้นเป็นเวทีร่วมระหว่างรัฐเอกชน มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นั่งประชุมด้วยกันรับข้อเสนอของภาคเอกชนไปร่างเป็นยุทธศาสตร์ส่งออกของไทย
...ด้วยความรู้ความสามารถและประสบการณ์ของทั้งสามท่าน หากสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างจริงจัง อาจพอตั้งความหวังได้ว่าจะสามารถแก้ปัญหาได้ ทั้งการส่งออกและปัญหาเศรษฐกิจของไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม






