กรณีที่พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล หรืออดีต ผบช.น.
ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองประจำสนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น จับกุมตัวในข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง ขณะกำลังจะเดินทางกลับประเทศไทยเมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่นตรวจพบอาวุธปืนลูกโม่รีวอลเวอร์ ขนาดเล็ก อยู่ภายในกระเป๋าถือที่ถือเดินทางขึ้นเครื่อง ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นกำลังควบคุมตัวอยู่ภายในสถานีตำรวจนาริตะ ข้อหาครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต
เบื้องต้นพล.ต.ท.คำรณวิทย์ รับสารภาพว่าเป็นปืนของตัวเองจริง โดยลืมไว้ในกระเป๋าใส่ยา ซึ่งตอนเดินทางไปญี่ปุ่นได้โหลดใส่ไว้ใต้เครื่อง แต่พอขากลับนำมาใส่กระเป๋าสะพายที่กำลังจะเตรียมเดินทางออกจากญี่ปุ่นกระทั่งถูกจับตัวไว้ดังกล่าว โดยพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้ร่วมเดินทางไปที่ประเทศญี่ปุ่นเพื่อดูงานเรื่องโรงไฟฟ้าที่ใช้พลังงานจากขยะกับองค์กรบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่งของไทย ในจ.ปทุมธานี
นอกจากกรณีนี้แล้ว ยังมีกรณีที่กรมการบินพลเรือน หรือบพ. ของประเทศไทย ได้ถูกตรวจสอบตามโครงการตรวจสอบการกำกับดูแลความปลอดภัยสากล หรือ Universal Safety Oversight Audit Program ; USOAP จากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO และพบข้อบกพร่องอย่างมีนัยสำคัญหรือ SSC โดยปรากฏว่ามีสัญลักษณ์ธงแดงปรากฏที่ชื่อประเทศไทยในเว็บไซต์ของ ICAO ซึ่งเป็นการแสดงถึงว่ากรมการบินพลเรือนของประเทศไทย ยังมีการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยที่ยังไม่เพียงพอ ตามมาตรฐานของ ICAO เมื่อวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา
หลังจากนั้น องค์กรสำคัญอีก 2 แห่งที่เป็นที่ไว้วางใจของนานาชาติ คือ องค์กรความร่วมมือด้านการบินในกลุ่มสหภาพยุโรป หรือ European Aviation Safety Agency : EASA ได้ออกแถลงท่าทีทางการบินต่อไทยหลังถูกปักธงแดง ต่อจากนั้น องค์กรบริหารการบินแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ Federal Aviation Administration : FAA จะเดินทางมาตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินของไทยเช่นกัน หลังจากเห็นว่าอุตสาหกรรมการบินของไทยเติบโตรวดเร็วและมีการกำกับดูแลไม่เพียงพอ
จากกรณีของทั้งสองเหตุการณ์ ไม่ว่าจะเป็นกรณีแรกที่มีการผ่านการตรวจสอบไปได้ทั้งๆ ที่มีอาวุธปืน หรือกรณีที่สองเรื่องขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศนั้น อาจทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับมาตรฐานด้านการบินของประเทศไทย และอาจทำให้กลายเป็นเป้าความสนใจมากยิ่งขึ้น เพราะนอกจากข้อบกพร่องหรือปัญหาด้านมาตรฐานการบินทั่วไปแล้ว ยังมีระบบอภิสิทธิ์ อันอาจทำให้ไทยมีปัญหามากขึ้นในด้านมาตรฐานการบิน
นอกจากนั้น การพกพาอาวุธ ยังสะท้อนถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัยของไทย ทั้งที่รัฐบาลก็ประกาศจะยกระดับมาตรฐานในต่างๆ รวมถึงด้านการบินหลังจากถูกตรวจสอบ ดังนั้นเมื่อหลายเหตุการณ์ประจวบเหมาะเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน จึงสะท้อนถึงความเร่งด่วนและถึงเวลาแล้วของการลงมือแก้ปัญหาอย่างจริงจังเพื่อสะสางปัญหาต่างๆ ให้หมดสิ้นไป เพราะเหตุพกพาอาวุธปืนนั้นเกิดขึ้นหลังจาก ICAO ติดธงแดงประเทศไทย อันสะท้อนว่ายังมีการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยไม่เพียงพอ









