วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฮาวทูจะสู้ 'ลุงตู่' อย่างไร?

หลายสิบปีก่อน อดีตผู้นำนักศึกษาได้เขียนถึง “ขบวนนิสิตนักศึกษา” รุ่นหลังๆ ซึ่งมีบางคนมองว่า

 นักศึกษารุ่นปัจจุบัน ไม่สนใจปัญหาบ้านเมือง

เขาตอบโต้ว่า “ถ้าอยากให้นักศึกษามีขบวนใหญ่โต เหมือนช่วงเดือนตุลาคม 2516 ก็เห็นจะมีวิธีเดียว คือสร้างระบบการปกครอง ยุคก่อน 14 ตุลาคมขึ้นมาใหม่”

การปกครองที่ว่านั้นคือ “ระบอบถนอม-ประภาส” และในวันนี้ ได้มี “ระบอบลุงตู่” เกิดขึ้นจากการทำรัฐประหาร 22 พฤษภาคม

การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ “ไม่เอารัฐประหาร” ผ่านสื่อโซเชียลดูคึกคัก แต่ในรูปขบวนการต้านทหาร ยังก่อรูปเป็น “หน่ออ่อน” ไม่ใช่ขบวนการใหญ่โต

ดังที่เห็นกันอยู่ในเวลานี้ ก็มีกลุ่มนักศึกษา 8 คน และกลุ่มดาวดิน ที่ถูกออกหมายเรียกในข้อหา “ร่วมกันมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ มีจำนวนตั้งแต่ 5 คน ขึ้นไป” ได้ทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ต่อต้านอำนาจเผด็จการอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2558 พวกเขาได้ประกาศแถลงการณ์ความร่วมมือร่วม ของนักศึกษาทุกภาคส่วน ในกลุ่มชื่อ “ขบวนการประชาธิปไตยใหม่” (New Democracy Movement) พร้อมกับทำกิจกรรมที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา และอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

จากกรณีดังกล่าวข้างต้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ ถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษาในขณะนี้ว่า หากต้องการเคลื่อนไหวก็ทำไป เป็นปัญหาโลกแตกในการเรียกร้อง ซึ่งการเคลื่อนไหวแต่ละครั้ง ก็มีกฎหมายดูอยู่ หากผิดก็ว่าไปตามผิด ส่วนตัวยอมรับว่าแม้จะมาในตำแหน่งแบบไม่ถูกต้อง แต่ที่เข้ามาก็เพื่อแก้ไขปัญหาประเทศ

นี่คือลักษณะพิเศษของคณะรัฐประหารชุดนี้ ที่พยายามจำแนกการเคลื่อนไหวของ “นักศึกษา” กับ “คนเสื้อแดง” และมีกระบวนการจัดการทางกฎหมายต่างกัน

ยกตัวอย่างถ้าเป็น “แดงฮาร์ดคอร์” จะใช้กฎหมายเข้าดำเนินการแบบรวดเร็วและรุนแรง หรือถ้าเป็น “แดงรากหญ้า” ก็ใช้การพูดคุยเป็นหลัก

ต้องยอมรับประการหนึ่ง ผู้กุมอำนาจรัฐ ในนาม “คณะบูรพาพยัคฆ์” มีความแตกต่างจาก “กลุ่มถนอม-ประภาส” พอสมควร

แม้ความสำเร็จบนเส้นทางแห่งอำนาจ ของคณะรัฐประหารหลายคณะที่แล้วมา จะมีปัจจัยทางการทหารเป็นเครื่องมือ แต่คณะบูรพาพยัคฆ์ ได้กุมยุทธศาสตร์ “การทหารภายใต้การกำกับของการเมือง” จึงมีการดำเนินการเมือง-การทหาร อย่างยืดหยุ่น และพลิกแพลง

เนื่องจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) สมัยรัฐบาลทักษิณ โดยการสนับสนุนจาก "รุ่นพี่" ที่เล่นการเมืองอยู่พรรคไทยรักไทย และเมื่้อ "บิ๊กป้อม" มาสร้างเครือข่าย "เซนต์คา

เบรียลคอนเนกชั่น" ก็ยิ่งมากด้วยเพื่อนพ้องนักการเมือง

บวกกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เติบโตเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 สมัยรัฐบาลพรรคพลังประชาชน ได้ทำงานใกล้ชิดกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา สมัยเป็น ผบ.ทบ. จึงคุ้นเคยกับนักการเมือง “แก๊ง 4 คน” และยาวมาถึงรัฐบาลอภิสิทธิ์

พูดง่ายๆ คณะทหารบูรพาได้รู้เช่นเห็นชาติ “นักเลือกตั้ง” จนนำ “วิธีคิดนักเลือกตั้ง” มาประยุกต์ใช้ในยามที่มีอำนาจ และนักวิชาการบางคน ถึงกับบอกว่า นี่เป็นลักษณะของ “เผด็จการที่ลื่นไหล”

อย่างกรณี “กาสิโน” ก็ทำนองเดียวกัน หลังจาก พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. จุดพลุเปิดประเด็นร้อนเรียกแขกอยู่นานเกือบสัปดาห์ “ประวิตร-ประยุทธ์” จึงออกให้สัมภาษณ์ “เบรกสมยศ” ให้หยุดพูดเรื่องนี้

แถม “ลุงตู่” ยังอธิบายเรื่องกาสิโน, เอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ และธุรกิจไมซ์ อย่างคนรู้จริง แต่ก็บอกว่า มันยังไม่ถึงเวลา และให้ทำการศึกษากันต่อไป

บ่อยครั้งที่ “ลุงตู่” ใช้กลยุทธ์พลิกแพลงแบบนักยุทธศาสตร์ และพลิ้วไหวแบบนักเลือกตั้ง

  ดังนั้น หากคิดจะโค่น “ระบอบลุงตู่” อันดับแรกอย่ายึดติดในลักษณะ “ฮีโร่” มิเช่นนั้นแล้ว มันจะซ้ำรอยกับ “ซ้ายไร้เดียงสา” เมื่อ 40 ปีที่แล้ว