รัฐมนตรีคมนาคมบอกว่า ที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ (ICAO) ขึ้น “ธงแดง” ในเว็บไซต์์ของเขา
ตรงชื่อประเทศไทย เพราะไม่ผ่านการตรวจเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยที่เรียกว่า Significant Safety Concern (SSC) ต้องยอมรับว่าเราเป็นนักเรียน“สอบตก”
จะเพราะนักเรียนไม่ทำการบ้าน หนีเรียน ลอกการบ้านหรืออะไรก็ตาม ถือว่าสอบไม่ผ่าน ถ้าเป็นนักเรียนจริง คุณครูก็ต้องเขียนความเห็นไว้ในสมุดพกเพื่อให้ผู้ปกครองได้รับรู้ว่าลูกของท่านจะต้องปรับปรุงตัวเองอย่างไร
ในกรณีนี้ “ผู้ปกครอง” ก็คือประชาชนคนไทยทั่วไปที่เป็นเจ้าของประเทศ
คำว่า SSC ในภาษาของเขานั้นมีนัยสำคัญมาก แต่ภาษาทางการของไทยเราเองที่ผมเห็นแปลว่า “ความบกพร่องที่มีนัยสำคัญ” ไม่ได้แปลตามความหมายที่ควรจะเป็นคือ “ความน่ากังวลด้านความปลอดภัยที่มีนัยสำคัญ”
ในด้านมาตรฐานการบินไม่มีอะไรสำคัญเท่ากับ “ความปลอดภัย” เมื่อความบกพร่องนั้นเกี่ยวกับความปลอดภัยจึงต้องปัก “ธงแดง” เพื่อเตือนคนทั่วโลก เพราะเขาคือกรรมการกลางด้านนี้ของการบินพลเรือนระหว่างประเทศ
มีคนถามว่าทำไมรัฐมนตรีช่วยคมนาคมไทยไปคุยกับเขามาแล้ว กลับมาบอกว่า “สถานการณ์ดีขึ้น เขาเข้าใจเราแล้ว” แต่ต่อมาอีกไม่กี่วัน กลับมี “ธงแดง” ปรากฏอย่างเป็นทางการ?
ถ้าเปรียบเทียบเรื่องนี้เป็นการเรียนการสอบ ก็อาจจะบอกได้ว่านักเรียนคนนี้เมื่อสอบไม่ผ่าน ก็ไปหาครูที่ปรึกษา ครูก็คงจะชี้แนวทางว่าจะต้องแก้ไขอย่างไรเพื่อไป “สอบซ่อม” ให้ผ่านให้ได้ และคงจะให้กำลังใจว่าถ้าปรับปรุงแก้ไขขยันท่องหนังสือมากขึ้น เข้าใจแนวคำถามมากกว่านี้ก็น่าจะสอบผ่าน
ครูที่ปรึกษาอาจจะไม่ใช่ครูออกข้อสอบ แต่นักเรียนคงจะคิดเข้าข้างตัวเองว่าครูที่ปรึกษาเข้าใจเราแล้ว ก็น่าจะไปบอกครูที่ออกข้อสอบให้เห็นใจเรามากกว่านี้ จึงได้ออกข่าวทำนองว่า “พูดคุยกันแล้ว เข้าใจกันแล้ว”
แต่กติกาก็คือกติกา เมื่อเขาให้เรา 90 วันเพื่อแก้ปัญหาที่สั่งสมมาช้านาน เราทำไม่ได้ครบถ้วน เขาก็เดินหน้าตามเกณฑ์ของเขา
มองในแง่ดีก็ได้ว่า ครูตรวจการบ้านนักเรียนอย่างเคร่งครัดเพื่อให้นักเรียนคนนี้ขยันขันแข็งทำการบ้าน ไม่ว่าข้อสอบจะยากขึ้นอย่างไรก็สามารถสอบผ่านได้ เพราะนักเรียนคนอื่น ๆ ส่วนใหญ่ที่อยู่ห้องเดียวกันเขาก็สอบผ่านกันทั้งนั้น
บางคนบอกว่าที่ไทยเราสอบตกเพราะ ICAO ใช้วิธีการตรวจสอบใหม่ และไทยเราเป็นประเทศแรกที่เข้าสู่การตรวจสอบภายใต้ “ข้อสอบ” ชุดใหม่ โชคร้ายที่นักเรียนคนนี้ “เดา” ข้อสอบไม่ถูก สอบรอบใหม่นี้จึงไม่ผ่าน
ถ้าเป็นจริงเช่นนั้น ก็แปลว่านักเรียนอย่างเราต้องเอาจริงเอาจังกับการเรียนมากขึ้น ไม่เพียงแค่ท่องจำท่องศัพท์อย่างเดียว แต่ต้อง “อ่านเอาเรื่อง” ให้เข้าใจกว้างขวางกว่าแค่ตัวหนังสือเท่านั้น
แต่หากวิเคราะห์กันจริง ๆ แล้ว ปัญหาคงไม่ได้อยู่ที่มีข้อสอบชุดใหม่ที่ยากกว่าเดิม เพราะประเด็นที่เราสอบตกเป็นเรื่อง “กำกับดูแล” และการออกใบอนุญาตให้สายการบินใหม่ ๆ มากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า จากที่มีอยู่ 10 กว่าสายการบินมาเป็นกว่า 40 โดยที่กลไกและบุคลากรกำกับดูแลและตรวจสอบมีเท่าเดิม
อีกทั้งผู้ปฏิบัติและผู้กำกับดูแลที่เรียกว่า operator กับ regulator ยังเป็นหน่วยงานและคนกลุ่มเดียวกัน ซึ่งผิดหลักการการบริหารและธรรมาภิบาลตามมาตรฐานสากลอีกด้วย
อย่างนี้ไม่เกี่ยวกับ “ข้อสอบใหม่” แต่เป็น “ข้อสอบเดิม” ที่นักเรียนคนนี้ไม่ได้ใส่ใจทั้ง ๆ ที่ครูเตือนหลายครั้งแล้วก็ตาม
เปรียบเทียบได้เหมือนกับว่าห้องเรียนนี้เท่าเดิม จำนวนครูเท่าเดิม แต่อยู่ดี ๆ นักเรียนเพิ่มขึ้นมาหลายเท่า ยังไง ๆ ก็ต้องมีปัญหาเรื่องคุณภาพแน่นอน
เอาเป็นว่านักเรียนสอบตกคนนี้รับปากว่าจะแก้ตัวสอบซ่อมให้สำเร็จ ไม่ใช่นักเรียนขี้เกียจหรือสติปัญญาอ่อนแอ แต่ไม่ค่อยจะมีวินัย มีช้ามาสาย การบ้านทำไม่เสร็จ บางครั้งก็ลอกการบ้านเพื่อน
วันนี้ไม่มีข้อแก้ตัวใด ๆ นักเรียนคนนี้สอบซ่อมไม่ผ่าน โดนผู้ปกครองลงโทษหนักแน่นอน เพราะแค่นี้ก็วุ่นวายไปทั้งบ้านแล้ว






