วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ขยายเยียวยาลูกค้า2จี เหตุใดไม่จัดการให้เบ็ดเสร็จ

ประเด็นการขยายเยียวยา ผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือ 2จี บนความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ตามมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราว

ในกรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ. 2556 (มาตราการเยียวยา 1800) ที่กำลังจะสิ้นสุดระยะเวลาวันที่ 17 ก.ค.นี้

.....กำลังเป็นประเด็นที่ต้องตั้งคำถามไปยัง คณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)ว่า ทำไมต้อง “ยื้อ” เวลาออกไปเรื่อยๆ

นายฐากร ตัณฑสิทธ์ เลขาธิการกสทช. ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา สำนักงานกสทช. จะทำหนังสือด่วนภายในสัปดาห์นี้ ถามไปที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อความเห็นชอบการขยายเวลาเยียวยา ผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือ 2จี บนความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่อยู่บนมาตรการขยายการเยียวยา และกำลังจะสิ้นสุดวันที่ 17 ก.ค.นี้

สำนักงานกสทช. เห็นในชั้นต้นว่า ควรขยายเวลาออกไปจนถึงการเสร็จสิ้นการประมูลความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ จบลง และแจกใบอนุญาตเรียบร้อยคาดว่าจะเป็นราวต้นปี 2559 หรืออย่างช้าภายในไตรมาสแรกของปี 2559 ระหว่างนั้นควรเร่งประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้า 2จี ออกจากระบบไปใช้โครงข่ายอื่น ซึ่งเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาเยียวยาไปแล้วระบบ 2จี ในบริการบนความถี่ 1800 จะถูกปิดลงทันที ลูกค้าที่ยังค้างอยู่ต้องโอนไปสู่ระบบอื่นอย่างไม่มีเงื่อนไข

หากมีเงินที่เหลือตกค้างในระบบ โดยเฉพาะระบบพรีเพด (เติมเงิน) กสทช. กำหนดให้ลูกค้าเรียกเงินคืนจากโอเปอเรเตอร์ได้ภายในระยะเวลา 1 ปี ตามข้อมูลระบุว่า ลูกค้าบริษัท ทรูมูฟ จำกัดค้างระบบอยู่ 7 แสนราย ส่วนบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด(ดีพีซี) มี 1,000 ราย และน่าจะโอนย้ายเสร็จก่อนสิ้นสุดมาตรการเยียวยา แต่ของทรูมูฟจะโอนย้ายไม่สำเร็จจึงจำเป็นต้องขยายเวลาออกไป

ตามข่าวบอกด้วยว่า ทรูมูฟต้องเริ่มแยกบัญชีรายการเงินคงค้างในระบบพรีเพดออกอย่างชัดเจนตั้งแต่ 17 ก.ค.นี้ เพราะต้องเตรียมคืนให้ลูกค้า โดยปัจจุบันเงินในบัตรเติมเงิน มีราว 20 ล้านบาท เมื่อระบบปิดลงไป ลูกค้ามีทางเลือกในการโอนเลขหมายไปอยู่ที่โครงข่ายอื่น และเรียกคืนเงินในหน้าบัตร ภายใน 1 ปี แต่หากพ้นระยะ 1 ปี ทรูมูฟต้องส่งเงินในระบบเข้ารัฐเท่านั้น

ส่วนกรณีที่ทรูมูฟ ต้องส่งเงินจากการให้บริการเยียาวยาในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมาก็ยังสรุปไม่ได้ เพราะความเห็นในรายการคิดคำนวณรายได้และต้นทุนที่ต่างกัน อีกทั้งกลุ่มทรูไม่นำส่งข้อมูลที่เพียงพอให้กสทช. ขณะที่ดีพีซีนำส่งครบมานานแล้ว

ก่อนหน้านี้สัมปทานของบมจ. กสท โทรคมนาคม หมดอายุลงเดือนก.ย.2556 แต่ กสทช. ออกมาตรการเยียวยาลูกค้าที่ค้างระบบกว่า 17 ล้านรายตอนนั้นเป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อเตรียมการประมูลความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์จำนวน 2 ใบอนุญาตๆ ละ 12.5 เมกะเฮิรตซ์ แต่ต่อมาการประมูลความถี่ถูกเลื่อนออกไป และ คสช. มีมติให้ กสทช. ออกมาตรการเยียวยาขยายอออกไปอีก 1 ปี จนจะสิ้นสุด17 ก.ค.นี้

จริงๆ แล้ว ประเด็นข้างต้นนี้ ถ้ากสทช.มองแล้ว วิเคราะห์อย่างถี่ถ้วนแล้ว จะต้องขยายก็ต้องขยายออกไป ปัญหานี้ยืดเยื้อมานานแล้ว 2 ปี ถ้าสำรวจพบว่า 7 แสนเลขหมาย เป็นเลขหมายที่ไม่ได้ใช้งานไม่ได้ลงทะเบียน จะตัดก็ตัดไปเลย

เงินที่ค้างระบบก็ออกมาตรการให้ผู้ให้บริการเอามากองไว้ จะนำส่งมาที่ กสทช.ก็ได้ แล้วให้ผู้บริโภครับคืนไปภายในเวลา 1 ปี คือ ควรต้องมีมาตรการอะไรที่ชัดเจนไปสักอย่างหนึ่ง ไม่ใช่ซื้อเวลาไปเรื่อยๆ ทำให้ดูเหมือนเวลาที่ผ่านมา 2 ปีไม่ได้ทำอะไร

พอเกิดปัญหา หรือใกล้เดดไลน์ ก็ออกมาพูด ... พูดไปเรื่อย ..คือ ควรต้องลงมือแก้ปัญหาให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดสักทีจะดีกว่าไหม