ขอเรียนท่านผู้อ่านที่เคารพด้วยความสัตย์จริงว่า ไม่มีเจตนาหรือวาระส่วนตัวใดๆ เลย ที่ต้องการอยู่ในกระแสข่าวดังที่ปรากฏในระยะนี้
แต่เมื่อเป็นข่าวขึ้นมาแล้วจำเป็นต้องยืนยันและรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น โดยไม่ต้องการให้เกิดปัญหาหรือความเข้าใจผิดใดๆ ตามมาอีก สำหรับ สปช.ในภาพรวมต้องใช้เวลาที่เหลืออยู่อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด
ด้วยเวลาที่จำกัดอย่างยิ่ง จึงเป็นดำริของท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (ศาสตราจารย์ ดร.เทียนฉาย กีระนันทน์) จัดให้มีการสัมมนาร่วมกันในระหว่างหมู่สมาชิก สปช.เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2558 เป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกวันหนึ่ง ที่ทั้งตรงกับวันเปลี่ยนแปลงการปกครองยังเป็นวันที่เหล่าสมาชิก สปช.จำนวนมากมาร่วมสานต่อแนวคิดการปฏิรูปของแต่ละภาคส่วนให้กลมกลืนเข้ากันเป็นเนื้อเดียว
แต่เดิมมาการทุ่มเทกำลังความคิดความเสียสละที่สมาชิกแต่ละท่านดำเนินกันมาเกือบหนึ่งปีเต็มสามารถตรวจสอบวัดได้จากรายงานและร่างกฎหมายตามวาระการปฏิรูปต่างๆ ที่มีการนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาปฏิรูปอย่างต่อเนื่อง ดังที่ผมเคยกล่าวกับใครหลายคนว่า ขณะนี้ผมสามารถสร้างห้องเก็บเอกสารที่บ้านได้เพิ่มอีกหนึ่งห้องใหญ่ เพื่อรองรับเอกสารที่ได้รับมาจากการประชุมใหญ่ของสภาและคณะกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการชุดต่างๆ ทำให้ยืนยันได้ว่าการปฏิรูปที่พวกเราร่วมกันรังสรรค์มาจะไม่เสียของดังมีการกล่าวหากัน
เป้าหมายของการสัมมนาทำให้สมาชิกได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แสดงความเชื่อมโยงการปฏิรูปในกลุ่มหรือด้านที่ตนเองมีความชำนาญบูรณาการร่วมกลุ่มอื่น เป็นการจัดกระบวนวิธีคิดและวางเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อให้สอดรับกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ถือเป็นการเรียกขวัญกำลังใจและรวมพลังในการผลักดันการปฏิรูปให้เกิดมรรคผล เน้นการประชาสัมพันธ์การทำงานให้มีแนวทางเดียวกัน และนำเสนอสิ่งที่เป็นผลงานให้ได้รับรู้ต่อสาธารณะในรูปของ mega symposium (คำของผู้เขียนที่อาจไม่ตรงกับคำในทางทฤษฎี) เพื่อให้เกิดน้ำหนักมีพลังและรับรู้เป็นการทั่วไปของสังคม
หลายๆ ท่านมีการแถลงให้ทราบว่า หลายต่อหลายวาระการปฏิรูป (reform agenda หรือ proposal คำของผู้เขียนอาจไม่ตรงกับคำกลางที่ใช้กัน) ได้รับการถ่ายทอดไปสู่หน่วยงานภาคปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดียิ่ง แม้จะเป็นการอาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัวของคณะกรรมาธิการ กับผู้มีอำนาจหน้าที่โดยตรง อันถือเป็นแนวทางมาตรการของการบรรลุเป้าหมายอีกรูปแบบหนึ่ง ที่จะสามารถสางปัญหาต่างๆ ได้ในกรอบเวลาที่มีอยู่
เวลาสองเดือนหลังจากนี้ เป็นเวลาที่พวกเรากำลังจะผนึกกำลังความรู้ความสามารถของทุกฝ่าย ให้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ดังมีการเปรียบเทียบในการสัมมนาเสมือนการมีเม็ดอัญมณีที่มีความสวยงาม มีคุณค่าในตัวของตัวเอง ซึ่งหากสามารถร้อยเรียงเข้ามาเป็นสร้อยเส้นเดียวกัน โดยจะมีคณะทำงานใช้เวลาที่จำกัดจำเขี่ยนี้ ผลักดันสิ่งที่เรามุ่งหวังนี้ให้ฝันของเราเป็นจริง หากจะพูดด้วยภาษาง่ายๆ คือ งานเร่งด่วนคือสิ่งที่เราร่วมกันปฏิรูปมา 7 ถึง 8 เดือน จะต้องเร่งรัดผลักดันแผนงานอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งหากเราสามารถเข้าไปมีส่วนในการเป็นสมาชิกของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป จะช่วยเบาแรงและสามารถเดินหน้าการปฏิรูปที่เป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนได้ทันที









