วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'หุ้นไทย' สัญญาณดีกำลังมา

นับตั้งแต่เศรษฐกิจไทยชะลอตัว เสียงบ่นพึมพำของนักลงทุนที่ว่า “ซื้อหุ้นตัวไหนก็ไม่ขึ้น แถมหุ้นไอพีโอก็แทบไม่มีให้เล่น”

 เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ หลังผลตอบแทนเฉลี่ยเข้าข่ายติดลบ หรือบวกเพียงเล็กน้อย

ยิ่งในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ภาวะตลาดหุ้นไทยตกอยู่ในอาการ “สวิง” ยิ่งทำให้นักลงทุนบางรายตัดสินใจลดพอร์ตลงทุน ออกแนว “กำเงินสด รอเล่นรอบใหม่” 

ยกตัวอย่าง “เสี่ยป๋อง-วัชระ แก้วสว่าง” เซียนหุ้นเทคนิค ที่ยอมใส่เกียร์ถอยออกมาตั้งหลัก ปัจจุบันเหลือหุ้นติดพอร์ตเพียง 30% หลังผลตอบแทนในช่วง 6 เดือนแรก “ติดลบ” ครั้งแรกในรอบ 8 ปี 

ในช่วงที่ดัชนีผันผวน บางโบรกเกอร์หันมาชักชวนนักลงทุนออกไปเล่นหุ้นนอกบ้าน ถือเป็นการลงทุนฆ่าเวลา ในช่วงที่หุ้นไทยสร้างผลตอบแทนต่ำ แต่ความไม่กล้าทำให้ยังไม่ค่อยได้รับ ความนิยมในหมู่กว้างมากนัก แม้หลายโบรกเกอร์จะพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า 

“กำไรจากการเล่นหุ้นนอกสูงถึง 20% ก็ตาม”

ทว่า หลังหุ้นไทยตกอยู่ในอาการเล่นยากมาหลายเดือน ล่าสุด “เหล่ากูรู” ทยอยตบเท้าออกมาส่งสัญญาณรอบใหม่แล้วว่า “หุ้นไทยเริ่มดูดีขึ้น”  

สอดคล้องกับคำพูดของ “ชัยพร น้อมพิทักษ์” ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ บล.บัวหลวง ที่ระบุว่า หุ้นไทยเริ่มเห็นสัญญานเชิงบวกในช่วง 1 เดือนข้างหน้า หลังดัชนีเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.05% จากสัปดาห์ก่อนหน้า 

ทั้งนี้เป็นผลมาจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5 % หลังตัวเลขเศรษฐกิจออกมาฟื้นตัวเล็กน้อย ฉะนั้นในช่วงนี้ดัชนีอาจวิ่งอยู่ในกรอบ 1,480-1,560 จุด และ “หุ้นไซด์กลาง” อาจปรับตัวดีกว่า “หุ้นขนาดใหญ่”

ขณะที่ นักวิเคราะห์แห่ง บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) หรือ KGI ระบุว่า มูลค่าหุ้นไทยถือว่า อยู่ในระดับไม่แพง เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยภูมิภาค หลังดัชนีได้มีการย่อฐานลงมาอยู่ที่ระดับ 1,510-1,520 จุด ปัจจุบันราคาหุ้นเมื่อเทียบกับกำไร (P/E) อยู่ที่ระดับ 15.07 เท่า และเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยภูมิภาคอยู่ที่ 15.22 เท่า 

“ฉะนั้นเวลานี้ควรหาโอกาสทยอยเลือกเก็บหุ้นไทย”

ทั้งนี้ภาวะเศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ช่วงการฟื้นตัว ในช่วง 6 เดือนหลังของปีนี้ หลังภาคการท่องเที่ยวและส่งออกมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ฉะนั้นหุ้นไทยในช่วงครึ่งปีหลังอาจอยู่ในระดับที่ดีกว่าในช่วงที่ผ่านมา ดังนั้นโอกาสจะเห็นดัชนีแตะระดับ 1,700 จุด ย่อมมีความเป็นไปได้ 

ตบท้ายด้วยคำพูดของ “ฉุย-ทวีรัชต์ มัททวีวงศ์” ประธานกรรมการบริหาร บ.นีโอ เวลธ์ พลัส จำกัด ที่ว่า หากพิจารณาจากดัชนีรายสัปดาห์ (Weekly) จะเห็นว่า ใกล้จะเกิดสัญญาณ “ซื้อกลับอีกครั้ง” หากสัญญาณระยะกลางและยาว เริ่มจะเป็นขาขึ้น สัญญาณกลับตัวก็จะมีเข้ามา และจะมีปริมาณการซื้อขายสนับสนุน ทำให้ราคาหุ้นไทยปรับตัวขึ้นตาม

ทั้งนี้หากไม่มีเหตุการณ์ “ช็อคโลก” ดัชนีจะค่อยๆ ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง โดยแนวต้านสำคัญ คือ 1,530 - 1,550 จุด และหากสามารถทะลุผ่านขึ้นได้ รวมถึงมีปริมาณการซื้อขายระดับ 5-6 หมื่นล้านบาทต่อวัน ควบคู่ไปกับหุ้นขนาดใหญ่กลับตัวขึ้นมา ตลาดหุ้นไทยจะกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง

ทุกครั้งที่ตลาดหุ้นผันผวน ก็มักจะมีทั้ง “ผู้ชนะและผู้แพ้” แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ผู้ชนะจะได้กำไรในทุกเกม และผู้แพ้จะขาดทุนตลอดไป หากเข้าออกผิดจังหวะ ดั่งคำคมของ “เสี่ยยักษ์-วิชัย วชิรพงศ์” เซียนหุ้นพันล้าน ที่ว่า.. 

“การจับจังหวะให้ถูกเป็นสิ่งสำคัญ คุณต้องมีหุ้นในดวงใจ เมื่อหุ้นมาเราต้องมี”