วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แก้ปัญหาน้ำทั้่งระบบ เมื่อไรจะเริ่มกันเสียที

คณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจพิจารณามาตรการแก้ปัญหาภัยแล้ง และผลกระทบต่อภาคเกษตรในวันนี้

 โดยปัญหาสำคัญเร่งด่วนคือการขาดแคลนน้ำ เนื่องจากปริมาณฝนในปีนี้ค่อนข้างน้อย และมีน้ำไหลลงเขื่อนค่อนข้างน้อย ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค เพื่อการเกษตรและเพื่ออุตสาหกรรม หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป เราเชื่อว่าปัญหาจะส่งผลกระทบรุนแรงขึ้น และอาจจำเป็นต้องจัดสรรน้ำเพื่อกิจกรรมต่างๆ ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกที่ต้องมีการจัดสรรน้ำในระดับประเทศ

ปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นในปีนี้ถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า และไม่อาจประเมินได้ชัดเจนว่าในปีต่อๆ ไปจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ แต่เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาทุกครั้ง รัฐบาลในแต่ละสมัยก็มีวิธีการแก้ปัญหาไม่ต่างกันนัก กล่าวคือแก้ปัญหาในเรื่องน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และเพื่ออุตสาหกรรมก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงไปแก้ปัญหาน้ำเพื่อการเกษตร รวมทั้งมีหน่วยบรรเทาทุกข์ออกให้ความช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนเรื่องน้ำกินน้ำใช้ ซึ่งก็สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปได้

แต่สิ่งที่ตามมากับภัยแล้งหรือน้ำท่วมในทุกครั้งคือ ภาครัฐจะมีการพูดถึงการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง หรือระบบชลประทานของประเทศ มีทั้งการนำเสนอเรื่องการสร้างเขื่อนแห่งใหม่ และการสร้างโครงการระบบบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ โดยหวังว่าจะเป็นแนวทางการแก้ปัญหาให้กับประเทศในระยะยาว อย่างไรก็ตาม รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีการเสนอมาตรการระยะยาวเพิ่มเติมเข้ามา นั่นคือการปรับโครงสร้างการผลิต ที่ลดการปลูกพืชที่ใช้น้ำมาก

การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างในภาคเกษตรนั้น ถือว่ามีความซับซ้อนอย่างมาก เพราะภาคเกษตรของไทยไม่ได้เกิดจากการวางแผนจากส่วนกลางหรือรัฐบาลไปสั่งการได้ แต่ค่อนข้างอ่อนไหวไปตามกลไกตลาดอย่างแนบแน่น ดังนั้นหากรัฐบาลต้องการให้มีการปรับโครงสร้างภาคการเกษตร ให้เกษตรกรหันไปปลูกที่ใช้น้ำน้อยและสร้างรายได้มากกว่า รัฐบาลอาจต้องออกแรงอย่างหนัก เพราะเป็นการฝืนกลไกตลาดอย่างหนึ่ง เนื่องจากภาคเกษตรของไทยขึ้นกับตลาดโลกอย่างแยกไม่ออก

อย่างกรณีของยางพารา ที่เกษตรกรพากันปลูกอย่างมากทั่วทุกภาคในช่วงหลายปีที่ผ่านมานั้น ก็เนื่องจากราคาในตลาดปรับตัวสูงขึ้น แต่เมื่อราคาในตลาดโลกปรับตัวลดลง ก็เกิดการโค่นต้นยางที่มีอายุมากหรืองดการปลูกชั่วคราว หรือบางรายหันไปปลูกพืชชนิดอื่น ซึ่งกรณีของยางพารา ถือเป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่าภาคเกษตรของไทยนั้นแนบแน่นกับตลาดโลกมากแค่ไหน ดังนั้นแนวทางที่เหลืออยู่ซึ่งรัฐบาลสามารถทำได้มากกว่าฝืนกลไกตลาดคือการสร้างระบบบริหารจัดการน้ำ

อันที่จริง แผนบริหารจัดการน้ำในรัฐบาลชุดก่อนหน้านี้ ได้เคยเสนอกันมาแล้ว แต่ทำได้เพียงการเริ่มต้นในระยะรับฟังความเห็นเท่านั้น ซึ่งรัฐบาลก่อนหน้านี้ เน้นไปที่โครงการขนาดใหญ่ที่สามารถแก้ได้ทั้งน้ำท่วม-น้ำแล้ง แต่ทุกอย่างตามแผนก็เป็นเพียงสิ่งที่อยู่ในกระดาษ นอกจากประชาชนหลายพื้นที่ไม่ไว้ใจแล้ว โครงการเหล่านี้ล้วนแต่ต้องใช้เวลาในการก่อสร้าง ซึ่งจากปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้น ได้ทำให้แผนบริหารจัดการน้ำเป็นเพียงสิ่งที่อยู่บนแผ่นกระดาษเท่านั้น

เรายังมองไม่เห็นว่าจะมีการแก้ปัญหาระดับโครงสร้างกันอย่างไร ให้ได้ผลอย่างแท้จริงจากรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ เพราะด้วยข้อจำกัดในเรื่องวาระรัฐบาล อีกทั้งพล.อ.ประยุทธ์ก็ประกาศตั้งแต่ต้นว่าจะไม่เน้นไปที่โครงการขนาดใหญ่ แต่เราเห็นว่าจากวิกฤติภัยในครั้งนี้ ซึ่งอาจรุนแรงมากสุดในรอบหลายสิบปี และน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 สังคมไทยน่าจะพิจารณากันอย่างจริงจังว่าเราจะทำอย่างไรกับการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ในขณะที่ภัยธรรมชาติรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ตามการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นทั่วโลก