วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กาสิโนกับก้อนหินถามทาง

การถกเถียงเรื่องอนุญาตให้เปิดบ่อนกาสิโนในบ้านเรา เป็นเรื่องเก่าเสมือนคุ้นเคยมาแต่ชาติที่แล้ว

ถ้าไม่ไร้เดียงสาจนเกินไปก็คงรู้ว่า การที่มีกลุ่มคนออกมาเสนอให้ทางการอนุญาต ก็คือการโยนก้อนหินถามทาง ทางเลือกสำหรับผู้เขียนดูจะมีสองทางเลือกคือ โยนก้อนหินไปในอากาศคืนกลับไปกลางวง กับวางก้อนหินบนพื้น เพื่อร่วมสร้างทางเดินไปสู่ความวิบัติของสังคม

กลุ่มโอเปร่าผู้เห็นชอบร่วมประสานเสียงสอดคล้องกัน โดยมีเหตุผลสนับสนุนหลักคือ บ้านเราต้องเสียเงินทองมากมายให้บ่อนของประเทศข้างบ้าน แถมเสียโอกาสที่จะหารายได้จากนักท่องเที่ยวที่มาบ้านเรา โดยเฉพาะหลังจากเป็นประชาคมอาเซียนแล้ว

ข้อถกเถียงนี้คล้ายกับเรื่องสมมุติให้ anabolic steroid ซึ่งเป็นสารต้องมีใบสั่งแพทย์ เพราะเป็นยาอันตรายหากใช้โดยไม่มีคำแนะนำที่ดีก็อาจตายได้ เพราะมันจะทำลายไตทำให้โคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL)   ลดต่ำลง ชนิดเลว (LDL) พุ่งสูงขึ้น ทำให้ความดันโลหิตสูง บั่นทอนการทำงานของหัวใจห้องซ้าย ฯลฯ  ผลดีก็ได้แก่ทำให้อ้วนท้วนสมบูรณ์ กินอาหารอร่อย รู้สึกสบาย กล้ามเนื้อแข็งแรง ออกแรงได้ทนนาน ฯลฯ  

ปีหนึ่งๆ เราใช้สารนี้กันมหาศาล (อยู่ในลูกกลอน ยาผีบอกที่ไม่มี อย.ก็แยะ) เสียเงินตราต่างประเทศมากมาย ถ้าเราผลิตในบ้านเราเองและเปิดเสรีให้ซื้อกันได้ถูกกฎหมาย เหมือนเปิดบ่อนถูกกฎหมาย เงินก็ไม่ไหลไปต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังขายให้ต่างชาติได้เงินเข้าประเทศอีกด้วย คนไทยและต่างประเทศจะป่วยจะตายอย่างไรเป็นเรื่องความเสี่ยงของแต่ละคน

เรื่องนี้เป็นเรื่องสมมุติเพราะการอนุญาตยาอันตรายอย่างเสรี ไม่ใช่เรื่องที่แต่ละประเทศสามารถตัดสินใจได้ แต่ตรรกะในการเปรียบเทียบกับการอนุญาตเปิดบ่อนกาสิโนไม่ต่างกัน คือเปิดเสรีเพื่อเงิน โดยไม่คำนึงผลเสียทางสังคมที่จะเกิดขึ้น                                   

ชีวิตคนไม่ใช่เรื่องตื้นๆ ของตัวเลขเงินเหรียญและบาทที่ได้มาจากการไหลเข้าของเงินตราต่างประเทศหรือกำไร การมีบ่อนกาสิโนในสังคมมีผลกระทบด้านลบกว้างขวาง มีต้นทุนทางสังคมสูงและซับซ้อนกว่าผลตอบแทนการเงิน ผู้เขียนจึงไม่เห็นด้วยในเรื่องนี้ โดยมีเหตุผลสนับสนุนดังต่อไปนี้

(1)  บ่อนกาสิโนเปิดช่องให้การฟอกเงินในบ้านเราเป็นไปอย่างสะดวกยิ่งขึ้น เป็นที่รู้กันดีในภูมิภาคว่าไทยเป็นประเทศหนึ่งที่การฟอกเงินมีความคึกคักยิ่ง ทั้งฟอกเงินกันเองภายในและฟอกเงินจากนอก

ฟอกเงินง่ายๆ ของข้าราชการพ่อค้าและนักการเมืองก็คือ ซื้อล็อตเตอรี่ที่ถูกรางวัล แล้วซื้อธุรกิจหรืออสังหาริมทรัพย์ ซื้อของเก่า ซื้อเพชรนิลจินดา สังหาริมทรัพย์ที่มีค่าสูง ฯลฯ แต่ทั้งหมดนี้ต้องมีการใช้เงินต้นน้ำ เช่น เอาเงินสกปรก 4.5 ล้านบาท มาซื้อล็อตเตอรี่ใบรางวัลที่ 1 มูลค่า 4 ล้านบาท เพื่ออธิบายได้ว่ามีเงินอย่างถูกกฎหมายมาจากไหน แต่ในกรณีของบ่อนกาสิโนนั้นสะดวกกว่า เพราะไม่ต้องใช้เงินต้นน้ำ

ถ้าคนเหล่านี้สนิทสนมกับเจ้าของบ่อนผู้ได้รับสัมปทาน หรือเป็นผู้มีอิทธิพลก็สามารถบีบเจ้าของบ่อนได้ สามารถอธิบายที่มาของความร่ำรวยจากการร่วมปั่นหุ้น รีดไถ กินหัวคิว คอร์รัปชัน ฯลฯ ได้สบายมาก โดยการขอใบยืนยันจากบ่อนว่าได้เงินก้อนใหญ่จากการพนัน (รัฐมนตรีคนหนึ่งที่โดนยึดทรัพย์อ้างว่าได้เงินจากบ่อนในออสเตรเลีย  แต่หาใบยืนยันไม่ได้) การเปิดช่องให้ฟอกเงินได้ง่ายเช่นนี้คือการสนับสนุนคอร์รัปชันทางอ้อม

อย่าบอกว่าบ่อนต้องมีระบบบัญชีที่ดี มีการตรวจสอบ จะทำเช่นนี้ได้อย่างไร ก็ขอถามว่าแล้วทำไมข้าราชการไทยกับเอกชนสามารถสมคบกันโกงภาษีมูลค่าเพิ่มได้นับพันนับหมื่นล้านบาทมาหลายปี ทั้งๆ ที่มีระบบข้อมูลที่ดีเลิศ การออกใบยืนยันแค่นี้นั้นเป็นเรื่องเล็กมากในประเทศไทย

(2)  บ่อนกาสิโนทำให้เด็กและผู้ใหญ่เห็นว่าการพนันเป็นเรื่องปกติ ขนาดรัฐบาลยังอนุญาตให้เล่นการพนันกันเป็นหมื่นเป็นแสนบาทเลย แล้วการเล่นไพ่กินเงิน ปั่นแปะ พนันฟุตบอล เล่นหวยปิงปอง หวยหุ้น หวยรัฐบาล ฯลฯ มันจะอะไรกันนักกันหนา เราคาดเดาได้ว่าการกระจายตัวของการพนันในทุกระดับ จะเกิดขึ้นเพราะคนไทยชาชินกับมัน (เมื่อก่อนคนไทยแต่งงานกับฝรั่งเป็นเรื่องแปลก ปัจจุบันเป็นเรื่องปกติและโก้เก๋สำหรับคนบางกลุ่มเอาด้วย) คงไม่มีใครอยากเห็นสังคมเรามีทางโน้มสู่อบายมุขเช่นนี้เป็นแน่

(3)  บ่อนกาสิโนที่พัทยา (อ้างว่าอยู่ในแหล่งคอมเพล็กซ์บันเทิง ฟังแล้วคุ้นหูจัง) การไปบ่อนนอกประเทศเป็นเรื่องของคนมีเงินเดินทหรือสถานที่ท่องเที่ยวใกล้ชุมชน จะทำให้สะดวกต่อการเล่นการพนันกว่าเมื่อก่อนางและมีเงินเล่น บัดนี้คนมีเงินไม่มากก็เดินเข้าไปเล่นได้ และเล่นอย่างไม่ต้องห่วงพะวงกลัวถูกจับเหมือนบ่อนผิดกฎหมายในปัจจุบัน

อย่าบอกว่าจะมีการตรวจสถานะการเงิน ตรวจบัตรคนเข้าไปเล่น มีกล้องวีดิโอจับภาพ มีมาตรการเข้มงวดห้ามคนไม่มีเงินเข้าไปเล่น ฯลฯ ลองดูบ่อนที่มะนิลาและจาการ์ต้า ก็จะเห็นว่าตอนเริ่มต้นก็มีมาตรการแบบเดียวกัน แต่ต่อมาคนขับแท็กซี่ คนใช้แรงงาน คนชั้นกลางใส่รองเท้าแตะเข้าไปเล่นกันโจ๋งครึ่ม เมื่อมาตรการของเรามีลักษณะ ‘ไฟไหม้ฟาง’ มาตลอด และการบังคับใช้กฎหมายของเราอ่อนแอ      มันก็จะกลายเป็นแหล่งเพาะอาชญากรรม เพราะคนไม่รักดีชอบคิดอย่างเขลาๆ ว่า บ่อนเป็นแหล่งที่สามารถเพิ่มจำนวนเงินที่จี้ปล้นมาได้หลายเท่า หรือติดการพนันจนต้องประกอบมิจฉาชีพ

(4)  บ่อนกาสิโนถูกกฎหมายเป็นการเพิ่มจำนวนบ่อนให้คนเล่นได้เสียหายมากขึ้น เพราะพูดได้เลยว่า บ่อนผิดกฎหมายในเมืองใหญ่โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ จะไม่หายไป (มีหวยรัฐบาลมานานแต่ก็ยังมีหวยใต้ดิน ประสบการณ์ในฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียก็เหมือนกัน) คนเล่นมีรสนิยมในการเล่นการพนันหลายแบบที่อาจไม่ตรงกับบ่อน ระยะทางเดินทาง การเอาใจให้เครดิตของบ่อนเถื่อน ความสะดวกและเคยชิน      ผลประโยชน์ ฯลฯ ล้วนเป็นปัจจัยทำให้บ่อนเดิมคงอยู่จำนวนหนึ่ง

บ่อนกาสิโนจึงเป็นช่องทางให้เกิดการขยายตัวของการพนันมากยิ่งขึ้นในหมู่ผู้มีเงิน ผู้พอจะมีเงิน และผู้มีเงินจากการกู้ยืม การพนันสร้างความเสื่อม เพราะทำให้คนเล่นเห็นคุณค่าของการทำงานอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ซึ่งเป็นฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจน้อยลง (การพนันเป็นการโอนเงิน มิใช่กิจกรรมทางเศรษฐกิจแต่อย่างใด) การหมกมุ่นในการพนันทำให้เสียเวลาและเสียโอกาสได้รายได้ ทำให้เกิดการสูญเสียการผลิตของประเทศ

การพนันไม่เคยทำให้คนรวยได้ยั่งยืนยกเว้นแต่จะเป็นเจ้ามือ งานวิจัยพบว่าการพนันทำให้คนเล่นเสียเปรียบและไม่มีวันรวยได้ เพราะจิตวิทยาของมนุษย์ในเรื่องการพนันก็คือ เมื่อได้มาก็จะกลับไปเล่นอีก และ “เสีย” ในที่สุด

การพนันเป็นความบันเทิงสำหรับคนมีเงินที่รู้ขอบเขตของการเล่น คนในประเทศพัฒนาแล้วและคนมีการศึกษาส่วนใหญ่มีลักษณะเช่นนี้ อย่างไรก็ดี คนจนส่วนใหญ่ในประเทศกำลังพัฒนาโดยเฉพาะในวัฒนธรรมตะวันออก การพนันคือความบันเทิง การเสี่ยงโชค และการทำงานผสมปนเปกัน คนจนที่มีอยู่มากมายในประเทศนี้ จะเป็นเหยื่อของนายทุนการพนัน เพราะมีโอกาสที่จะเล่นพนันอย่างสะดวก และบ่อยครั้งโดยไม่มีขอบเขต

สังคมไทยมีหลายสิ่งที่เป็นจุดอ่อนไม่ว่าจะเป็นการขาดตรรกะในการคิดอย่างมีเหตุมีผล การขาดวินัย ความฟุ้งเฟ้อในการดำเนินชีวิต ฯลฯ การแพร่กระจายของการพนันผ่านการเห็นว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา      ตลอดจนความสะดวกคุ้นเคยง่ายดายยิ่งขึ้นเมื่อมี บ่อนกาสิโนถูกกฎหมาย (เดาได้ว่าจาก 1 จะเพิ่มเป็น 2 เป็น 4  และเมื่อมีแล้วก็ยากที่จะเลิกได้) อยู่ใกล้บ้าน การพนันทำให้ชีวิตมีความสุ่มเสี่ยงมากยิ่งขึ้น บ้านที่เคยมีให้ครอบครัวพักพิงตอนหัวค่ำอาจหายไปกลางดึกได้ในวงพนัน

แนวคิด “ชีวิตพอเพียง”  “เศรษฐกิจพอเพียง”  เป็นหัวใจของการสร้างชีวิตที่มั่นคงยั่งยืน ไม่สุ่มเสี่ยงต่อความผันผวนที่มากระทบ การพนันคือตัวบั่นทอนแนวคิดนี้ เพราะเป็นตัวที่เพิ่มความสุ่มเสี่ยงให้แก่ชีวิต ทำไมเราต้องมีบ่อนเหมือนเพื่อนบ้าน เราจะมีอะไรดีๆ สักอย่างที่ไม่เหมือนเพื่อนบ้านบ้างไม่ได้เชียวหรือ

ผู้เขียนเข้าใจว่าเราอยู่ในช่วงเวลาที่ปรารถนาจะเห็นการปฏิรูป ไม่ว่าในเรื่องค่านิยมที่เหมาะสมสำหรับคนไทยในการปลอดอบายมุข ความมีวินัย การสร้างสังคมพอเพียงที่มั่นคง ฯลฯ ไม่นึกว่าจะได้ยินข้อเสนอเรื่องให้มีกาสิโนถูกกฎหมายเพียงเพื่อจะได้เงินตราต่างประเทศเข้าประเทศ   

เราอยากเห็นข้อเสนอแก้ไขสังคมที่เป็นระบบชนิดที่เรียกว่าการปฏิรูป เราไม่ต้องการเห็นเพียง ‘ก้อนหิน’ ครับ