วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศึกทีวีดิจิทัล.. ตลาดเป็นของผู้บริโภค

ตั้งแต่ปลายเดือนพ.ค.ต่อเนื่องมาจนถึง ต้นเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ข่าวไม่สู้ดีนักของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล

 ดูจะเป็นประเด็นร้อนแรงไม่น้อย สำหรับคนทำอาชีพสื่อ ที่มองเห็นความเสี่ยงในธุรกิจ ที่วาดฝันกันไว้สวยหรู ก่อนหน้าที่จะประมูล ใบอนุญาตทีวีดิจิทัล กันมาด้วยเม็ดเงินสูงหลักร้อย หลักพันล้านบาท

เพราะหลังจาก “ติ๋ม-ทีวีพูล” (พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย) ประกาศหนักแน่นและเอาจริงกรณี “ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย” ค่าใบอนุญาตทีวีดิจิทัลงวด 2 กว่า 300 ล้านบาท เมื่อวันที่ 29 พ.ค.2558 สำหรับ 2 ช่องทีวีดิจิทัลที่เจ้าแม่สื่อบันเทิงรายนี้บริหารอยู่ คือ ช่องไทยทีวี และ LOCA ซึ่งประเด็นหลักที่ทำให้ติ๋ม-ทีวีพูล “เบี้ยวดื้อๆ” ก็มาจากสาเหตุที่พอคาดเดาได้คือการบริหารจัดการทีวีทั้ง 2 ช่อง ทำให้เกิดภาวะขาดทุนอย่างต่อเนื่อง

ต่อจากกรณี “ติ๋ม-ทีวีพูล” ก็มีประเด็นข่าวตามมา คือ ภาวะขาดทุนไม่ได้เกิดแต่เฉพาะกับช่อง ไทยทีวี และช่องเด็ก LOCA ของค่ายทีวีพูล เท่านั้น หากแต่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล เกือบทุกรายล้วนประสบปัญหาเช่นเดียวกัน แต่ส่วนใหญ่ยังคงเดินหน้า จ่ายค่าใบอนุญาตและบริหารกิจการต่อไป เพราะถึงแม้จะปฏิวัติด้วยการไม่จ่ายค่าใบอนุญาตงวดที่2 ก็หนีไม่พ้นต้องจ่ายให้ครบตามสัญญา ที่ประมูลมาอยู่ดี

สิ่งที่เกิดขึ้นตามมา คือ แผนลดต้นทุน ประหยัดค่าใช้จ่าย ที่ทยอยปรากฎเป็นข่าวออกมาเป็นระยะๆ เช่น ช่องข่าวหลายช่อง เริ่มผ่องถ่ายการซับงานที่จ้างคนนอกผลิต หันมาเน้นให้ทีมงานประจำเป็นฝ่ายผลิตเอง ขณะเดียวกันก็มีการเลิกจ้างพนักงานประจำบางส่วนที่มีค่าใช้จ่ายสูง แต่ทั้งหมดทั้งมวล ก็ล้วนยืนอยู่บนพื้นฐาน ที่ต้องการแข่งขันกับคู่แข่ง แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน ไม่เว้นแม้กระทั่งการเสนอขายโฆษณา ที่ยังคงห้ำหั่นราคากันอย่างหนัก จนหลายคนบอกว่าค่าโฆษณาดิจิทัลทีวีชั่วโมงนี้ แม้จะมีข้อมูลจากนีลเส็นรีเสริช ชัดเจนว่ามียอดใช้งบเพิ่มขึ้นเกือบ 50% ของทีวีอนาล็อกเดิมแล้วก็ตาม แต่ในทางปฏิบัติงบไม่ได้กระจายไปหลายช่อง แต่เม็ดเงินกระจุกอยู่เพียงไม่กี่ช่อง และดูเหมือนไม่ค่อยสอดคล้องกับเรตติ้งการรับชมอีกด้วย

นอกจากการแข่งที่รุนแรง จากการขายโฆษณา และผลิตรายการแล้ว ยังมีภาวะที่ผู้ประกอบการหลายช่อง โดยเฉพาะรายที่ทำทีวีอะนาล็อกเดิม ซึ่งเคยมีผู้ผลิตมากหน้าหลายตา ผลิตงานป้อนให้ช่อง เป็นคอนเทนท์ที่คนติดตามชมตลอดมา ล่าสุดผู้ผลิตรายใหญ่เหล่านั้น ต่างก็มีช่องทีวีดิจิทัลของตัวเอง ทยอยถอนตัวจากการเป็นผู้ผลิตป้อนช่องทีวีเดิม ขยับมาปั้นงานให้ช่องตัวเองแทน จุดนี้ก็เป็นอีกปัญหาที่ผู้ประกอบทีวีดิจิทัลกำลังเผชิญ และต้องหาทางแก้ไข

ทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นการปรับตัว ของผู้ประกอบการในวงการทีวี ที่กำลังเปลี่ยนแพลทฟอร์มจากระบบอะนาล็อก มาสู่ดิจิทัลแบบเต็มรูปแบบ แม้การส่งผ่านระบบรับชมยังไม่ทั่วถึงประชากรทั้งประเทศ อย่างที่ผู้ประกอบการต้องการ แต่ทางเลือกจาก 24 ช่องทีวีธุรกิจ กับผู้ผลิตที่ต่างแข่งขันปักธงดึงผู้ชมด้วยเนื้อหารายการดี โอกาสนี้จึงน่าจะเป็นจังหวะดีที่ผู้บริโภค มีคอนเทนท์สื่อทีวีให้เลือกหลากหลาย โดยไม่ต้องเสียเงินค่าดูเป็นรายเดือน เหมือนในระบบเคเบิลในอดีต