พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
กล่าวกับสำนักข่าวอัลจาซีร่า เผยแพร่เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยพล.อ.ประยุทธ์ ได้ย้ำถึงสาเหตุของการยึดอำนาจจากรัฐบาลชุดที่แล้ว ว่าประเทศมีปัญหาความขัดแย้งจนไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ดังนั้นการเข้ามาในฐานะหัวหน้าคสช. และนายกรัฐมนตรีเป็นความจำป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะนี้อยู่ในระยะที่สามของโรดแมพที่วางไว้ เพื่อเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย
พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวว่าในวันนี้ ประชาชนรู้สึกว่ามีความสุขมากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับก่อนหน้านั้น ที่ความขัดแย้งทางการเมืองรุนแรง และระบุอีกว่าทั้งภาคธุรกิจและต่างชาติ เริ่มมีความเข้าใจกับสถานการณ์การเมืองไทยมากขึ้น แต่ขณะนี้คนเริ่มไม่มีความมั่นใจว่าสถานการณ์จากนี้ไปจะเป็นอย่างไร หากคสช.และรัฐบาลส่งต่อให้รัฐบาลใหม่เข้าบริหารประเทศ การเมืองไทยจะเป็นอย่างไร ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ระบุว่าต้องการสร้างกฏกติกาการเมืองของประเทศใหม่ เพื่อไม่ให้สถานการณ์กลับไปสู่จุดเดิม
อันที่จริง ความกังวลในสถานการณ์การเมืองหรือรูปร่างหน้าตา ของกฏกติกาใหม่จะเป็นอย่างไรนั้น เริ่มได้ยินกันพูดถึงมากขึ้น แม้ว่าปัจจุบันสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองจะไม่ปรากฏให้เห็นในรูปของการชุมนุมเรียกร้อง มีเพียงแต่การแสดงออกไม่พอใจการบริหารประเทศของรัฐบาลและเรียกร้องให้ดำเนินการจัดให้มีการเลือกตั้ง เพื่อกลับเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย แต่คนไทยก็ต้องการความขัดแจนมากขึ้นถึงอนาคตของประเทศหลังสิ้นยุคคสช.ว่าจะเดินไปอย่างไร
ความกังวลเกี่ยวกับอนาคตของประเทศถือเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะในช่วงระยะเปลี่ยนผ่าน ซึ่งขณะนี้กติกาหรือรัฐธรรมนูญยังไม่มีใครรู้ว่าจะออกมาอย่างไร รวมทั้งบทบาทของคนกลุ่มต่างๆในขณะนี้ว่าต่อไปจะเป็นอย่างไร อาทิ คสช.ก็กังวลว่าแผนการปฏิรูปจะไม่มีใครสานต่อ นักการเมืองก็กังวลว่าอนาคตของตัวเองว่าจะเป็นอย่างไร ขณะที่ภาคธุรกิจก็กังวลว่าจะเกิดความวุ่นวายทางการเมืองเหมือนในอดีตจนส่งผลกระทบต่อการค้าการลงทุนของประเทศ
ความกังวลในระยะเปลี่ยนผ่านของสังคมการเมืองไทย ทำให้เกิดการโต้แย้งในประเด็นเล็กน้อยหรือไม่มีความสำคัญต่อการปฏิรูปประเทศ ซึ่งในหลายสถานการณ์ทำให้หลายคนหงุดหงิดต่อสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะพล.อ.ประยุทธ์ได้ยอมรับหลายครั้งว่าไม่ต้องการตอบคำถามที่ไม่สร้างสรรค์และไม่นำไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ นอกจากการก่อให้เกิดความขัดแย้งเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่เราเห็นว่าความคิดความเห็นที่เฟื่องฟูจนเป็นภาวะฟองสบู่ความเห็นทางการเมือง เกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้เท่านั้น
เราเห็นว่าการโต้แย้งและคำถามที่เกิดขึ้นต่ออนาคตของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ ที่กำลังจะประกาศใช้ พล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ต่อหรือไม่ คนในคสช.จะวางทิศทางเพื่ออยู่ต่อประคับประคองรัฐบาลต่อไปหรือไม่ ฯลฯ แสดงให้เห็นว่าการเมืองของประเทศกำลังทำให้เกิดความไม่มั่นใจถึงทิศทางของประเทศ ดังนั้น วิธีการที่ดีที่สุดคือรัฐบาลและคสช. ต้องสร้างความชัดเจนให้เกิดขึ้นเท่านั้น หากมีความชัดเจนแล้ว เราเชื่อว่าความกังวลต่างๆก็จะลดลง รวมทั้งข่าวการรัฐประหารซ้อน ที่มีความเป็นไปได้น้อยมาก








