ในสังคมก่อนยุคทุนนิยมอุตสาหกรรม คือเมื่อก่อน 250 ปีที่แล้ว การที่คนในชุมชนได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินของชุมชน
เช่น ป่าไม้ ทุ่งหญ้า หนองน้ำ ชายฝั่งทะเล ฯลฯ ร่วมกันช่วยให้คนทั้งชุมชนมีความรู้สึกเป็นเจ้าของ และช่วยกันปกป้องดูแลทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ได้ดีกว่า สภาพที่รัฐบาลอ้างว่าเป็นเจ้าของแต่ไม่มีการบริหารจัดการที่ดี ประชาชนไม่รู้สึกว่าใครเป็นเจ้าของ กลุ่มไหนจะมาใช้ประโยชน์ก็ทำได้
เมื่อรัฐบาลกลางเข้าไปแทนที่ชุมชน มักมีการทุจริตฉ้อฉล ใช้อำนาจอภิสิทธิ์ เมื่อเป็นแบบหลัง อาจทำให้คนต่างกลุ่มต่างพยายามตักตวงผลประโยชน์ให้ตนเองมากที่สุด และทำให้ทรัพยากร ป่าไม้ สัตว์ป่า ทุ่งหญ้า ชายฝั่งทะเล ฯลฯ เสื่อมโทรม ถูกใช้จนไม่เหลือหลอได้
กรรมสิทธิ์ของชุมชนในสมัยก่อนที่ทุนนิยมได้ผลดี เพราะคนที่อยู่เป็นกลุ่มชุมชนเล็ก เห็นชัดว่าพวกเขามีประโยชน์ร่วมกัน สามารถที่จะดูแลกันแบบมีกติกาที่เหมาะสม ไม่ให้ใครเอารัดเอาเปรียบมากเกินไป จนทรัพยากรส่วนรวมเสียหายได้ (ใช้คำว่า ของส่วนรวม น่าจะดีกว่า ของหลวง หรือ ของสาธารณะ)
แต่พอชุมชนใหญ่ขึ้น สังคมเติบโตเป็นเมือง เป็นประเทศ เศรษฐกิจเป็นทุนนิยมเพิ่มขึ้น รัฐบาลเข้าไปจัดการยึดเอาป่าไม้ ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญมาเป็นของรัฐ มีกฎหมายและเจ้าหน้าที่รัฐจากส่วนกลางออกไปดูแล เช่น รัฐบาลอาณานิคมในอินเดีย และที่อื่นๆ ทำให้คนในชุมชนไม่รู้สึกเป็นเจ้าของ ไม่สนใจปกป้องดูแลทรัพยากรธรรมชาติเหล่านั้น ประชาชนเริ่มคิดในเชิงหาผลประโยชน์ให้ตนเอง เพราะคิดว่าถ้าเราไม่ทำ คนอื่นก็จะทำ เจ้าหน้าที่รัฐดูแลไม่ทั่วถึง ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและรัฐบาลเป็นคนนอกที่ห่างไกลด้วย การที่รัฐบาลอ้างว่าเมื่อได้โอนป่ามาของส่วนรวมแล้ว ประชาชนควรช่วยกันดูแล จึงไม่ได้ผล โดยเฉพาะในยุคทุนนิยมอุตสาหกรรม ที่สภาพการพัฒนาเศรษฐกิจบีบบังคับและครอบงำทางความคิด ให้คนแต่ละคนต้องดิ้นรนทำงานเพื่อหาเงินเลี้ยงตัวเองและครอบครัวให้มากที่สุดเท่าที่จะหาได้
ในประเทศสังคมนิยมแบบวางแผนจากส่วนกลาง เช่น อดีตสหภาพโซเวียตรัสเซีย, จีน ที่รัฐบาลมีอุดมการณ์โอนสาธารณะสมบัติและปัจจัยการผลิตที่สำคัญมาเป็นของรัฐ ดำเนินการโดยรัฐ เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้งประเทศ ก็พบกับความล้มเหลวเช่นเดียวกัน เพราะระบบบริหารเป็นแบบรวมศูนย์อยู่ที่ส่วนกลางที่ขาดประสิทธิภาพ ไม่มีการกระจายอำนาจการบริหารจัดการให้ชุมชนขนาดเล็ก ได้บริหารเองอย่างเป็นประชาธิปไตย และอย่างที่ประชาชนในชุมชนสามารถรู้สึกได้ว่า พวกเขาเป็นเจ้าของผู้ควบคุมบริหารจัดการเพื่อผลประโยชน์ของพวกเขาเองได้
มชนขนาดเล็ก เช่น มีสมาชิกไม่เกิน 150 คน ที่คนพอรู้จักกัน ดูแลควบคุมกันได้ทั่วถึง ถือเป็นขนาดที่สำคัญในการที่จะช่วยให้การร่วมมือและช่วยเหลือกันในชุมชนได้ผล ถ้ามีระบบการจัดการที่ดีให้ชุมชนได้บริหารจัดการทรัพยากรส่วนรวมกันเองอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ถึงจะเป็นชุมชนขนาดใหญ่กว่านั้น แต่ไม่ใหญ่จนเกินไปนัก ถ้ามีระบบการจัดการบริหารแบบกระจายอำนาจให้ชุมชนได้อย่างเป็นประชาธิปไตย ที่ประชาชนมีส่วนร่วมสูง ชุมชนหรือเทศบาลที่เป็นประชาธิปไตยจริง จะสามารถดำเนินการบริหารทรัพยากรเพื่อส่วนรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพได้เช่นกัน
นักวิชาการผู้เสนอแนวคิดว่าทรัพยากรส่วนรวมคือโศกนาฏกรรม (Tragedy of The Common) เพราะต่างคนต่างจะแย่งกันใช้หรือแอบลักลอบใช้ จนทรัพยากรเสียหาย สู้ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของส่วนตัวไม่ได้ ตีความเรื่องกรรมสิทธิ์ส่วนรวมแบบรวบรัดอย่างง่ายๆ และคลาดเคลื่อน จริงๆ แล้วทรัพยากรที่เป็นส่วนรวมในระดับชุมชน (Communal Property) ชุมชนเป็นผู้ดูแลและดูแลได้ในเกณฑ์ดี จะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมหรือคนส่วนใหญ่อย่างยั่งยืน มากกว่าการให้ทรัพยากรตกเป็นของรัฐหรือเป็นของสาธารณะ แบบที่ใครๆ ก็เข้ามาใช้สอยอย่างไรได้ หรือผู้มีอิทธิพลใช้ได้มากกว่าคนทั่วไป ไม่มีคณะกรรมการชุมชนที่จะดูแลอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพและยุติธรรม
ในสังคมชุมชนในยุคศักดินาและเกษตรกรรมในบางแห่งนั้น ยังเคยมีการจัดการระหว่างทรัพย์สินส่วนตัวกับทรัพย์สินของชุมชน (ส่วนรวม) อย่างเหมาะสมอยู่บ้าง เช่น มีการกำหนดป่า, ที่ดินเป็นของชุมชน แต่ผลผลิตที่สมาชิกคนไหนไปปลูกไปทำไว้ให้ถือเป็นของส่วนตนได้ โดยคนในชุมชนมีการแบ่งปันเรื่องการทำมาหากินกันเอง อย่างต่างฝ่ายต่างยอมรับซึ่งกันและกัน ในยุคทุนนิยมอุตสาหกรรม ที่นายทุนเอกชนมุ่งหากำไรสูงสุด การเน้นกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินส่วนตัว นำไปสู่การทำลายทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมเพื่อผลประโยชน์ของคนส่วนน้อยมากกว่าคนส่วนใหญ่ ยกเว้นแต่รัฐหรือท้องถิ่นประเทศร่ำรวยบางแห่งที่ประชาชนมีความรู้ ตื่นตัว เลือกผู้บริหารที่ค่อนข้างฟังเสียงประชาชน จะมีกฎหมาย กติกาและวัฒนธรรมในการดูแลที่รักษาประโยชน์คนส่วนใหญ่อยู่บ้าง
ประเทศอังกฤษในยุคกลาง สมัยฟิวดัลลิสม์ (ศักดินา) ที่ขุนนางเป็นเจ้าของที่ดิน และชาวนาเป็นไพร่ติดที่ดิน ยังมีขนบธรรมเนียมกติกา เรื่องการที่ชาวนาแต่ละคนมีสิทธิให้แกะของตนมากินหญ้าในทุ่งหญ้าและการใช้ที่ดินส่วนชาวนาจะใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างเหมาะสม เช่น มีการกำหนดว่าใครจะเลี้ยงแกะได้กี่ตัว จนกระทั่งเข้าสู่ยุคทุนนิยมอุตสาหกรรม ราว 250 ปีที่แล้ว เมื่อเจ้าที่ดิน/นายทุนเริ่มล้อมรั้ว (Enclosure) ของใครของมันแล้วนั่นแหละ การแบ่งปันแบบมีกติกาที่เหมาะสมเป็นธรรมจึงสูญหายไป
แม้กระนั้นในยุคปัจจุบัน ในเขตทุ่งหญ้าทางภาคเหนือของอังกฤษหลายแห่งก็ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมนี้ โดยการจำกัดจำนวนแกะของผู้เลี้ยงสัตว์ รวมทั้งอนุญาตให้เฉพาะลูกแกะที่เกิดใหม่ในสถานที่เดิมใช้ทุ่งหญ้า ห้ามซื้อลูกแกะจากที่อื่นมา เป้าหมายก็คือเพื่อรักษาทุ่งหญ้าให้มีหญ้าเติบโตหมุนเวียนได้พอเพียง ไม่ถูกแกะกินจนหมดมากเกินไป การมีกติกาดูแลของที่เป็นทรัพยากรส่วนรวมให้อยู่คงทน จึงเป็นคนละเรื่องกับการปล่อยให้ทรัพยากรเป็นที่สาธารณะแบบที่ใครจะใช้อย่างไรก็ได้โดยไม่มีกติกา
ในปัจจุบัน หลายประเทศพบว่าการรื้อฟื้นกรรมสิทธิ์ของชุมชนและส่งเสริมให้คณะกรรมการชุมชนเป็นผู้ดูแลทรัพยากรสำคัญ เช่น ป่าไม้ บางแห่งอาจทำร่วมกับมูลนิธิ, กองทุนทรัสตีเพื่อการรักษาป่า เป็นเรื่องที่ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าการที่รัฐบาลกลางเป็นผู้ดูแลเอง แต่ก็ต้องมีการจัดระบบตรวจสอบดูแลด้วยว่าคณะกรรมการชุมชนสามารถดูแลเพื่อประโยชน์ของชุมชนได้ยั่งยืนจริง ไม่ใช่ปล่อยเสรีให้ผู้บริหารชุมชนเอาทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนไปขาย หรือให้เช่าทำสัมปทานตัดไม้หรือขุดเจาะทรัพยากรในท้องถิ่นไปใช้ ซึ่งในยุคทุนนิยมอุตสาหกรรม เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้
ระบบการจัดสรรน้ำในแม่น้ำนูเรียใกล้กับเมืองบาเลนเซีย ในสเปน ที่ซึ่งชาวนาอาศัยน้ำจากแหล่งนี้ถึง 15,000 คน มีระบบการแบ่งน้ำที่ส่งมาตามคลองซอยอย่างเป็นธรรมอย่างต่อเนื่องมาไม่ต่ำกว่า 550 ปี น้ำจะไหลมาตามคลอง และชาวนาแต่ละคนจะชักน้ำเข้าที่ของตนเท่าที่จำเป็น โดยมีการโกงกันน้อยมาก ชาวนาที่อยู่บริเวณใกล้เคียงจะเป็นผู้คอยจับตามอง ถ้ามีใครชักน้ำเข้านาตนเองเกินจำเป็น จะมีการร้องเรียนคณะกรรมการใช้น้ำซึ่งมีการประชุมกันทุกสัปดาห์ จากบันทึกย้อนหลังไป 500 กว่าปี มีการโกงหรือขัดแย้งกันน้อยรายมาก ภูมิภาคที่มีน้ำชลประทานดีและชาวนาร่วมมือกันดีนี้ เป็นแหล่งการเกษตรที่อุดมสมบูรณ์ ปลูกธัญพืชได้ปีละ 2 ครั้ง ระบบชลประทานที่ภาคประชาชนเป็นผู้บริหารจัดการดูแลกันเองแบบนี้ ยังถูกนำไปใช้ที่รัฐนิวเม็กซิโก ในสหรัฐฯ อย่างได้ผลมาทุกวันนี้
(อ่านเพิ่มเติม วิทยากร เชียงกูล เพื่อการปฏิรูปมนุษย์และสังคมอย่างลึกซึ้ง สนพ.แสงดาว 2557)









