วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทบทวนความคิดการกำกับดูแลกิจการที่ดี

ก่อนหน้านี้การกำกับดูแลกิจการที่ดีดูจะเป็นเรื่องที่เจ้าของหรือผู้บริหารธุรกิจต้องเริ่มแสดงความจริงใจในลักษณะสมัครใจทำเองเท่านั้น

แต่สภาพแวดล้อมการทำธุรกิจปัจจุบัน ที่เอื้อต่อการเห็นแก่ตัวเองของเจ้าของธุรกิจหรือผู้บริหาร ทำให้เกิดเหตุการณ์ต่างๆ ที่เป็นการเอาเปรียบสังคมและประชาชนทั่วไป จนถึงขั้นสร้างความเสียหายในระดับที่ทำให้ธุรกิจต้องล้มละลายไปก็มีให้เห็น

ในปัจจุบัน ระบบมาตรฐานด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีในระดับนานาชาติ ได้แก่มาตรฐาน ISO 26000 จากองค์กรมาตรฐานสากล (International Standard Organization) แต่ก็เป็นมาตรฐานแบบสมัครใจปฏิบัติ ไม่ใช่มาตรฐานบังคับใช้

สำหรับในประเทศไทย ก็มีตลาดหลักทรัพย์ (ตลท.) และ คณะกรรมการกำกับตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ที่ได้สนับสนุนให้ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD – Thai Institute of Directors Association) ทำการสำรวจการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียนมาอย่างต่อเนื่อง และมีการจัดทำรายงานผลการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทจดทะเบียน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาการกำกับดูและกิจการที่ดีของธุรกิจในประเทศไทย

แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว ความพยายามนี้ก็ยังคงจำกัดวงอยู่เพียงบริษัทขนาดใหญ่ถึงใหญ่มาก ที่ผลการดำเนินธุรกิจอาจกระทบกระเทือนต่อผู้ถือหุ้นรายย่อยที่เป็นประชาชนโดยทั่วไป

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการในลักษณะ “กึ่งบังคับ” ในการกำกับดูแลกิจการวิธีนี้ อาจทำให้เกิดความไม่คล่องตัวขึ้นในการบริหารจัดการในหลายๆ ประเด็น

เช่น ในเรื่องของการลงทุนในระยะยาวเพื่อสร้างนวัตกรรมที่จะให้ผลประโยชน์กลับคืนมาสู่ลูกค้าและผู้บริโภคได้อย่างเต็มที่ ที่อาจมีปัญหาเนื่องจากความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับการสร้างนวัตกรรมที่บางครั้งไม่อาจประเมินสถานการณ์ความสำเร็จล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ หรือสามารถบริหารจัดการให้ได้ผลตามแผนงานเสมอไป เพราะนวัตกรรมเป็นเรื่องของความใหม่ที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และมีความเสี่ยงเชิงพาณิชย์สูง

ซึ่งอาจกลายมาเป็นความล้มเหลวผิดพลาดของคณะกรรมการบริษัทที่ต้องรับผิดชอบในนโยบายการพัฒนาบริษัท ทำให้คณะกรรมการบริษัทและผู้บริหาร มุ่งหวังเพียงความสำเร็จทางธุรกิจในระยะสั้น ที่สามารถเห็นผลได้ง่ายและรวดเร็ว

ซึ่งเป็นเป้าหมายที่นักลงทุนที่ต้องการเข้ามาแสวงหาผลตอบแทนจากการถือหุ้นในบริษัทเป็นอันดับแรก

การกำกับดูแลกิจการที่ดี จึงควรให้น้ำหนักไปที่การมองความสำเร็จของธุรกิจในระยะยาวด้วย ซึ่งหลักการสำคัญอยู่ที่การให้สิทธิของคณะกรรมการและผู้บริหารที่จะบริหารกิจการได้ในระยะยาวที่อาจไม่สะท้อนได้ด้วยผลประกอบการหรือผลกำไรในระยะสั้นได้

การสะท้อนการกำกับดูแลกิจการที่ดีของคณะกรรมการและผู้บริหาร นอกจากการกำหนดเป้าหมายผลตอบแทนหรือกำไรรายไตรมาสหรือรายปีแล้ว จึงควรที่จะให้น้ำหนักกับเป้าหมายระยะยาว เช่น เป้าหมายส่วนแบ่งตลาด จำนวนผลิตภัณฑ์ใหม่หรือนวัตกรรมที่จะนำออกสู่ตลาด หรือยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากลูกค้าหรือตลาดใหม่ๆ เป็นต้น

สำหรับบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียน หรือบริษัททั่วไป รวมถึงบริษัทเอสเอ็มอี ซึ่งมีความคล่องตัวมากกว่าในการตัดสินใจว่าจะบริหารและกำกับดูแลกิจการอย่างไรให้กิจการดำเนินไปสู่ความยั่งยืนโดยไม่ทำความเดือดร้อนเสียหายให้กับสังคมเป็นอันดับแรก

และรวมไปถึงผู้ที่มีส่วนได้เสียกับธุรกิจอื่นๆ อีกด้วย ซึ่งได้แก่ คู่ค้า ลูกค้า หุ้นส่วน รวมไปถึงพนักงานในความดูแลรับผิดชอบของบริษัท

การกำกับดูแลกิจการภาคสมัครใจนี้จึงต้องขึ้นอยู่กับคณะกรรมการบริษัทและทีมผู้บริหารที่จะเป็นผู้กำหนดทิศทางเดินของธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล

โดยในเบื้องต้น ควรมีแนวทางในการดำเนินธุรกิจโดยสุจริต ไม่ขัดต่อกฎหมาย ศีลธรรมและประเพณีวัฒนธรรมอันดีของสังคม

มีการปฏิบัติตามระเบียบการทำธุรกิจ เช่น เสียภาษีอย่างถูกต้องตามกำหนดเวลา นำส่งงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจเพื่อแสดงความโปร่งใสของธุรกิจ นำส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ฯลฯ

ปฏิบัติตามหลักปฏิบัติทางธุรกิจ เช่น ชำระหนี้ตามข้อตกลงกับสถาบันการเงินหรือคู่ค้า ปฏิบัติตามภาระผูกพันในสัญญาซื้อขายที่ได้ตกลงกัน ไม่เอาเปรียบลูกค้าหรือคู่ค้า และไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น เป็นต้น

สำหรับแนวทางการสร้างธรรมาภิบาลของธุรกิจเอสเอ็มอี สถาบันป๋วย อึ้งภากรณ์ ร่วมกับสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย และ สมาคมธนาคารไทย ได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติสำหรับการให้รางวัลธรรมาภิบาลดีเด่นแห่งปีแก่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ เอสเอ็มอี ไว้ใน 3 ด้าน ได้แก่

1) ด้านการปฏิบัติต่อพนักงาน ในการจ่ายค่าตอบแทนครบถ้วนตามกฎหมายหรือดีกว่าที่กฎหมายกำหนด มีระบบการประเมินผลงานและการเพิ่มค่าจ้างเงินเดือนที่มีกฎเกณฑ์ชัดเจน มีการให้ผลประโยชน์เพิ่มเติมและสวัสดิการแก่พนักงานอย่างเหมาะสมตามสถานะของกิจการและความจำเป็นของพนักงาน รวมถึงให้ความช่วยเหลือในด้านการรักษาพยาบาลและการบรรเทาทุกข์

จัดสถานที่ทำงานที่ถูกสุขอนามัยและไม่เป็นอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงาน มีระบบการให้ความรู้และพัฒนาความสามารถของพนักงานให้สูงขึ้น มีช่องทางให้พนักงานได้เสนอความคิดเห็นและมีระบบการตอบสนองข้อคิดเห็นที่ดีจากพนักงาน มีการสำรวจความพึงพอใจของพนักงานต่อองค์กรอย่างสม่ำเสมอ

2) ด้านการปฏิบัติต่อผู้บริโภค โดยการนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค มีระบบการผลิตที่ได้มาตรฐาน มีระบบการควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ไม่เอาเปรียบผู้บริโภคในด้านอรรถประโยชน์ที่ผู้บริโภคควรได้รับ มีการแจ้งปริมาณและราคาสินค้าที่ชัดเจน รวมถึงมีการให้คำแนะนำในการใช้สินค้าอย่างถูกต้อง

มีระบบการรับผิดชอบผลต่อการใช้สินค้า และสามารถสร้างความพึงพอใจให้กับผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง

3) ด้านการปฏิบัติต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เช่น มีระบบกำจัดมลภาวะและของเสียจากการผลิต มีการอนุรักษ์การใช้พลังงาน วัตถุดิบและทรัพยากรในการผลิต ให้ความช่วยเหลือและคืนกำไรต่อชุมชนและสังคมด้วยความจริงใจ ดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสด้วยระบบการทำบัญชีและการรายงานผลการดำเนินธุรกิจที่ถูกต้องเป็นจริง

การกำกับดูแลกิจการที่ดี ไม่จำเป็นที่จะต้องจำกัดวงอยู่แต่ในธุรกิจขนาดใหญ่ ธุรกิจอื่นๆ ที่ต้องการความเติบโตและยั่งยืนอย่างมีประสิทธิภาพและมั่นคง จำเป็นที่จะต้องใช้การกำกับดูแลกิจการที่ดีมาเป็นเครื่องมือในการบริหารธุรกิจเพื่อให้ประสบความสำเร็จได้เช่นกัน