พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
ออกมาเตือนสถานการณ์ภัยแล้ง เนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยาและกรมชลประทาน รายงานสถานการณ์ว่าในปีนี้ประเทศไทย จะเผชิญกับปัญหาภัยแล้ง ดังนั้นการจัดสรรการใช้น้ำจึงเป็นสิ่งสำคัญ หากต้องการไม่ให้เกิดปัญหาในวงกว้างเมื่อเกิดสถานการณ์ขาดแคลนน้ำจริง ซึ่งล่าสุดจากการรายงานน้ำในเขื่อนสำคัญขนาดใหญ่ในภาคเหนือจะเห็นว่าปริมาณน้ำมีน้อยลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
สถานการณ์ภัยแล้งไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย เช่นเดียวกับสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งในเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นในแต่ละปี ภาครัฐได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าในแต่ละปีและก็สามารถผ่านพ้นมาได้ ซึ่งจากสถานการณ์น้ำท่วมและภัยแล้งที่เกิดขึ้นตามสภาพภูมิอากาศในแต่ละปี ทำให้หลายรัฐบาล รวมทั้งรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์เองก็พยายามดำเนินโครงการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ เพื่อหวังว่าหากมีการวางแผนและสร้างโครงสร้างพื้นฐานชลประทานจะสามารถแก้ปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จ
อย่างไรก็ตาม ปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร ภายหลังฝนตกลงมาอย่างหนักในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ในช่วงเดียวกันกับที่หน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รายงานสถานการณ์ภัยแล้ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยยังเผชิญกับปัญหาเดิมๆที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านั้น แม้ว่าจะมีความพยายามแก้ปัญหาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ก็ปรากฏว่าจะเกิดปัญหาเดิมๆทุกครั้งเมื่อถึงฤดูกาล ราวกับว่าที่ผ่านมา ไม่ได้มีการแก้ปัญหาด้านโครงสร้าง นอกจากปัญหาเฉพาะหน้า
รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ได้แถลงนโยบายในเรื่องบริหารจัดการน้ำ ตั้งแต่ต้นว่าจะไม่มีโครงการขนาดใหญ่เพื่อบริหารจัดการน้้ำ มีเพียงการซ่อมบำรุงระบบชลประทานและคูคลองให้สามารถทำงานได้ดีขึ้น แต่ไม่ว่ารัฐบาลจะดำเนินการสิ่งเหล่านี้ไปมากน้อยแค่ไหน สิ่งที่เราเห็นคือมีความคืบหน้าน้อยมากในเรื่องของการแก้ปัญหาและการจัดการน้ำของประเทศ และกำลังรอดูว่ารัฐบาลจะมีโครงการบริหารจัดการเรื่องน้ำกันอย่างไร อย่างน้อยเป็นแผนงานที่สามารถทำได้เร็วในรัฐบาลนี้
การจัดสรรทรัพยากรน้ำของประเทศ ถือว่าเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อนอย่างมาก เพราะเกี่ยวข้องกับคนไทยทั้่งประเทศ อีกทั้งน้ำในระบบจัดสรรนั้นก็มีการใช้ในหลายภาคส่วน ทั้งเพื่อการอุปโภคบริโภค ภาคเกษตร อุตสาหกรรม และการไล่น้ำเค็ม ดังนั้นการจัดสรรน้ำจึงเป็นเรื่องใหญ่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะในตลอดช่วงของปี กิจกรรมการใช้น้ำของคนไทยสลับเปลี่ยนกันไป จึงต้องมีการดูแลให้เหมาะสมกับคนทุกกลุ่ม
อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งน้ำท่วมและภัยแล้ง ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของธรรมชาติ แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นเรื่องการแก้ปัญหาและการจัดการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างกรณีของกรุงเทพมหานคร ก็ได้มีการจัดสร้างอุโมงค์ส่งน้ำเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม ส่วนภาคเกษตรอาจมีการสร้างเหมืองฝายหรืออ่างเก็บน้ำ หรือแหล่งเก็บน้ำอื่น ซึ่งคำถามใหญ่ที่คนมักจะกล่าวโทษเจ้าหน้าที่รัฐหรือรัฐบาลคือในส่วนการบริหารจัดการว่าได้ทำกันมากน้อยแค่ไหน
เราเห็นว่าจากปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมา หน่วยงานของรัฐยังแก้ปัญหากันในลักษณะเดิม กล่าวคือจัดรถบรรทุกน้ำเพื่อบรรเทาการขาดแคลน เป็นต้น ซึ่งการแก้ปัญหาในลักษณะดังกล่าวแสดงให้เห็น ว่าเรายังไม่สามารถคลี่คลายสถานการณ์ของปัญหาได้ เราจึงใช้วิธีเดิมๆที่เคยใช้แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ดังนั้น สิ่งที่เราอยากเห็นจากนี้ไปคือ รัฐบาลจะแก้ปัญหาด้านโครงสร้างของการบริหารจัดการน้ำอย่างไร เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาระยะยาวในอนาคต






