“ถ้าให้ผมอยู่ ผมก็อยู่ แต่ต้องไปหาทางมา... ต้องปกป้องผมจากภายนอกประเทศ รวมถึงภายในประเทศด้วย
ที่กล่าวหาว่าผมอยากสืบทอดอำนาจ” คำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา
+++ นั่นคือท่าทีที่ชัดเจนของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ตอบล้อไปกับกระแส “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง 2 ปี” และถูกวิพากษ์ห์วิจารณ์ว่า จะเป็นการ “ต่อวีซ่า”ให้กับ “รัฐบาล คสช.” ออกไปอีก 2 ปี ซึ่งหากมีการต่ออายุรัฐบาล นั่นหมายความว่า “องคาพยพ”ต่าง ๆ ทั้่ง “คสช.-ครม.-สปช.-สนช.” ก็จะได้อยู่ในอำนาจสืบต่อไปอีก
+++ อย่างไรก็ตาม การที่ “รัฐบาล คสช.” จะได้ “ไปต่อ” หรือไม่ ไม่น่าจะอยู่ที่ “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” หรือ “เลือกตั้งก่อนปฏิรูป” หรือ“กระแส”ที่บางฝ่ายบางพวก“ปลุก”ขึ้นมา แต่น่าจะอยู่ที่เรื่องความเป็นอยู่ โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจภายในครัวเรือน หรือเรื่อง “ปากท้อง” ของชาวบ้านนั่นเอง
+++ หากรัฐบาลสามารถทำให้เศรษฐกิจดี ประชาชนทำมาหากินดี ไม่ฝืนเคือง อยู่ดีมีสุข ไม่มีปัญหาเรื่อง “ชักหน้าไม่ถึงหลัง” การค้าการขายคล่อง เงินสะพัดดี รับรองหากรัฐบาลต้องการ “อยู่ยาว” ก็จะมีแต่ “มวลชน”ออกมาหนุน แต่หากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ เป็นไปในทาง “ตรงกันข้าม” แล้วยังหวังจะอยู่ยาว ก็จะมีแต่เสียง “สาปแช่ง”
+++ เมื่อวานนี้ บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา-บิ๊กเครือสหพัฒน์ ผู้ผลิตสินค้าอุปโภค-บริโภค ที่ประชาชนใช้ในชีวิตประจำวันแถบจะทุกบ้าน ออกมาพูดถึงภาวะกำลังซื้อของประชาชนว่า สถานการณ์ในปัจจุบันกำลังซื้อผู้บริโภคในประเทศอยู่ในภาวะไม่แข็งแรงและมีแนวโน้มถดถอยลงตามลำดับ ซึ่งการกระตุ้นเศรษฐกิจให้กำลังซื้อกลับมาฟื้นตัวดีขึ้น ไม่สามารถใช้แนวทางลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว ควรหามาตรการอื่นเพิ่ม โดยเฉพาะทำให้เงินลงไปหมุนเวียนประชาชนระดับล่างก็จะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น
+++ “นัยยะ” ที่จับได้จากการให้สัมภาษณ์ของบิ๊กเครือสหพัฒน์ คือ ขณะนี้เศรษฐกิจไม่ดี ประชาชนโดยเฉพาะระดับ “รากหญ้า” มีปัญหาเรื่องการ “ครองชีพ” การทำมาหากินฝืดเคือง
+++ “แหลมเชิงดอย” เห็นว่า หากรัฐบาลหันมาเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เพื่อทำให้ประชาชนกินดีอยู่ดี และสามารถทำได้ประสบผลสำเร็จ เรื่อง “อยู่ยาว” ไม่ต้องไปคิดถึงหลอก “ประชาชน” จะเป็นผู้คิดแทนท่านเอง
+++ “เขย่าขวัญบิ๊ก ขรก.” เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ออกมาบอกว่า
รายชื่อข้าราชการทุจริตรอบสอง จำนวน 152 ราย ส่งมาถึงมือนานแล้ว พร้อมระบุว่า “กำลังดำเนินการอยู่ บุคคลใดอยู่ในตำแหน่งหน้าที่หลักก็เอาออกมาและสอบสวนลงโทษ”
+++ ขณะที่ ประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) แย้มว่า รายชื่อข้าราชการทั้ง 152 ราย มีข้าราชการระดับสูง ระดับ “ปลัดกระทรวง” รวมอยู่ด้วย โดยในจำนวนนี้อาจใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) 2557 เข้ามาดำเนินการ และบางส่วนจะส่งให้ต้นสังกัดพิจารณาความผิดเอง
+++ ต้องรอลุ้นกันว่า “ปลัดกระทรวง” หรือ บิ๊กข้าราชการรายใด จะเจอ “แจ๊คพอต” บ้างในรอบนี้ หลังจากก่อนหน้านี้ “ปลัดกระทรวงการท้องเที่ยวฯ” ถูกแจ๊คพอตมาตรา 44 ไปแล้ว






