วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

การจัดการกับสต็อกข้าวสิบเจ็ดล้านตันมรดกบาปที่รัฐบาลยิ่งลักษณ

ผลจากการรับจำนำข้าวตามโครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ดในราคาที่สูงกว่าตลาดของรัฐบาลชุดที่แล้วส่งผลให้ประเทศชาติต้องเสียหายขาดทุน

จากโครงการดังกล่าวที่มีการประมาณการในชั้นนี้ไม่น้อยกว่าห้าแสนล้านบาท นอกจากผลขาดทุนมหาศาลดังกล่าวแล้ว รัฐบาลชุดที่แล้วยังได้เก็บข้าวที่รับจำนำไว้ในสต็อกปริมาณมหาศาลกว่า 17 ล้านตัน ทิ้งเป็นมรดกบาปให้รัฐบาลปัจจุบันต้องสะสาง การเก็บข้าวไว้ในสต็อกจำนวนมากมายดังกล่าวเป็นสิ่งที่วิญญูชนทั่วไปย่อมเล็งเห็นได้ว่า ผู้บริหารที่มีสติปัญญา และคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก ย่อมจะไม่กระทำเช่นนี้


ในช่วงเวลาที่รัฐบาลชุดที่แล้ว ยังบริหารประเทศอยู่ มีข่าวคราวมาตลอดว่าข้าวที่รับจำนำ มีปัญหาคุณภาพ บางส่วนเริ่มเน่าเสียเสื่อมสภาพแล้ว โดยเฉพาะในช่วงปลายของรัฐบาล มีข่าวออกมาถี่ว่า ข้าวในสต็อกมีแต่ข้าวที่เน่าเสีย แต่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่รับผิดชอบเรื่องข้าว ได้แถลงต่อสื่อหลายครั้งหลายหน ว่าข้าวในสต็อกของรัฐบาลไม่มีปัญหาคุณภาพ มีการเชิญสื่อไปทำข่าวพร้อมทั้งแทงตัวอย่างข้าวโชว์เป็นข่าวอยู่บ่อยครั้ง ทั้งที่ช่วงนั้นรัฐบาลชุดนั้นไม่มีเงินจ่ายค่าข้าวให้ชาวนา จึงเป็นที่กังขาของสังคมว่า เมื่อโอ้อวดว่าข้าวในสต็อก เป็นข้าวคุณภาพดี ไม่มีปัญหาเน่าเสีย แล้วเหตุใดจึงไม่ขายข้าวออกไปเอาเงินมาใช้หนี้ชาวนาเล่า


เมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ ก็ต้องรับภาระบริหารจัดการข้าวในสต็อกดังกล่าว หลังจากเข้าบริหารประเทศได้เพียงสองสัปดาห์ ก็ได้แต่งตั้งตั้ง คณะอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้างคงเหลือของรัฐขึ้นมา ให้ตรวจสอบข้าวในสต็อก ทั้งปริมาณและคุณภาพ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในบริหารจัดการและระบายข้าวในสต็อกเพื่อไม่ให้ประเทศชาติต้องเสียหายมากขึ้นไปอีก ผลการตรวจสต็อก ปรากฏว่ามีข้าวในสต็อกทั้งหมด 17 ล้านตันเศษ ขาดหายจากบัญชีประมาณสองแสนตัน ในด้านคุณภาพของข้าว จากผลการตรวจสอบวิเคราะห์ตัวอย่างข้าวที่ได้เก็บมาจากทุกโกดังทุกกอง ปรากฏว่าเป็นข้าวที่มีคุณภาพถูกต้องตามมาตรฐานและผิดไปจากมาตรฐานเล็กน้อยอยู่ในวิสัยที่ตลาดข้าวสามารถรองรับได้รวมกันประมาณสี่ล้านตัน


ส่วนข้าวอีกประมาณ 13 ล้านตัน ก็มีทั้งข้าวผิดประเภทและผิดชนิด เช่น ข้าวหอมมะลิ แต่ข้างในกองเป็นต้นข้าวขาวก็มี เป็นปลายข้าวขาวก็มี ที่เป็น ข้าวเหนียวมีข้าวขาวซุกอยู่ในกองหรือมีข้าวขาวปนอยู่ในกระสอบเดียวกันในปริมาณมากก็มี ที่เป็นข้าวหอมมะลิก็ถูกปลอมปนมาก จำนวนไม่น้อย เป็นข้าวเก่าที่นอกจากผิดมาตรฐานแล้ว สภาพของข้าวก็เป็นข้าวที่เสื่อมสภาพ ขึ้นรา เมล็ดเป็นลาย ผุ มีกลิ่นเหม็น ยุ่ยเป็นผุยผง ถูกนำมาสวมรอยเป็นข้าวปีที่รับจำนำ นอกจากนี้ส่วนที่เป็นปลายข้าว มีสภาพเสื่อมตามสภาพของปลายข้าวที่เสื่อมง่ายกว่าต้นข้าวเกินกว่าครึ่ง


สต็อกข้าว 17 ล้านตันมรดกบาป ที่รัฐบาลชุดที่แล้วทิ้งไว้ มีภาระที่รัฐต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาและดูแลตกวันละประมาณ 65 ล้านบาท ซึ่งยิ่งเก็บไว้นานเข้าค่าใช้จ่ายก็จะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณและข้าวใน สต็อกก็จะยิ่งเสื่อมลงไปตามกาลเวลา ผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ปัจจุบันที่มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องข้าวต้องทุ่มเทการปฏิบัติงานอย่างมากเพื่อระบายข้าวที่มีคุณภาพดีและส่วนที่ผิดมาตรฐานเล็กน้อยออกไปให้มากที่สุดเพื่อลดสต็อกอันจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายของรัฐและให้มีรายได้มาชดเชยการขาดทุนบ้าง รวมทั้งไม่ให้ข้าวทั้งหมดต้องเสื่อมคุณภาพลงโดยเปล่าประโยชน์ แต่การระบายข้าวก็มีข้อจำกัดไม่สามารถเร่งระบายออกมาครั้งละมากๆ หรือบ่อยครั้งได้ เพราะต้องระวังไม่ให้ข้าวที่ระบายออกไปมีผลไปกดราคาข้าวในตลาดอันจะกระทบถึงราคาจ้าวที่ชาวนาจะขายได้


ในช่วงระยะเวลา 10 เดือนที่ผ่านมา สามารถระบายข้าวออกไปได้แล้วสองล้านตันเศษ ยังคงมีข้าวคุณภาพดีหรือทีผิดมาตรฐานเพียงเล็กน้อยอีกประมาณเกือบสองล้านตันที่ยังไม่ได้ระบายออกไป ส่วนข้าวอีกประมาณ 13 ล้านตัน โดยสภาพของคุณภาพที่มีปัญหาและปริมาณจำนวนมาก ย่อมเป็นการยากมากที่จะนำข้าวจำนวนนี้มาระบายในตลาดข้าวเพื่อการบริโภค หากนำตัวเลขค่าใช้จ่ายที่รัฐจะต้องจ่ายถ้ายังคงเก็บข้าวนั้นไว้ต่อไป เปรียบเทียบกับมูลค่าของข้าว ทั้ง 13 ล้านตัน ตามสภาพแล้ว ค่าใช้จ่ายที่รัฐต้องจ่ายน่าจะท่วมมูลค่าข้าวไปแล้ว และหากยังคงเก็บไว้ต่อไป ภาระค่าใช้จ่ายจะเพิ่มทวีคูณเป็นดินพอกหางหมู มากกว่ามูลค่าข้าวขึ้นเรื่อยๆ ตามระยะเวลา นอกจากนี้หากยังคงเก็บข้าวดังกล่าวไว้ในสต็อก ย่อมมีผลทั้งทางตรงและทางอ้อม ในการกดราคาข้าวที่ต่างประเทศจะเสนอซื้อ รวมทั้งราคาข้าวเปลือกที่ชาวนาจะพึงขายได้ด้วย


เมื่อกลางเดือนที่แล้วมีข่าวปรากฏในสื่อมวลชนว่า เพื่อแก้ไขปัญหาข้าวจำนวน 13 ล้านตัน กระทรวงพาณิชย์จะร่วมมือกับหน่วยราชการและเอกชนที่เกี่ยวข้องระบายข้าวในสต็อกที่ที่มีปัญหาเรื่องคุณภาพทั้ง 13 ล้านตัน ให้เอกชนที่ผลิตแอลกอฮอล์นำไปเพื่อใช้ในการผลิตแอลกอฮอล์ ในราคาที่เหมาะสม แล้วใช้แอลกอฮอล์ที่ผลิตจากข้าวดังกล่าวผลิตเป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์ จำหน่ายในราคาเกื้อกูลประชาชน


หากกระทรวงพาณิชย์สามารถดำเนินการกับข้าว 13 ล้านตันตามที่ปรากฏเป็นข่าวได้จริง ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกต้องเหมาะสม ไม่ให้รัฐต้องเสียหายจากภาระค่าเก็บรักษาไปเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อใด และจะเป็นประโยชน์ต่อวงการข้าวไทย ที่จะได้เริ่มเดินหน้าต่อไป ทั้งนี้ใครขอฝากว่าอย่าได้กังวลกับข้อเสนอให้มีการคัดแยกข้าวเพื่อนำข้าวส่วนที่มีคุณภาพดีขายในตลาดข้าวเพื่อการบริโภคซึ่งจะได้ราคาดีกว่าขายให้ภาคอุตสาหกรรม เพราะขั้นตอนการคัดแยกข้าวตามคุณภาพที่ปนเปอยู่ในกองเดียวกันและมีปริมาณถึง 13 ล้านตันต้องใช้เวลานานมากและเสียค่าใช้จ่ายสูง ไม่คุ้มกับเวลาที่ต้องเสียไปและรายได้ที่จะได้รับ