วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นิสัยไร้สุขอุดมทุกข์

แท้จริงแล้วสุขหรือทุกข์จากการทำงานมาจากตัวเราเอง เราสร้างสารพัดเรื่องทุกข์ขึ้นมาได้เสมอ แม้ทำงานในสภาพที่ใครๆ ก็ต้องอิจฉา

ว่ากันว่าถ้าอยากทำงานอย่างไร้สุข วันหนึ่งๆ จมอยู่กับความทุกข์ต้องทำงานไป บ่นไป บ่นได้กับทุกเรื่องในการทำงาน มีนิสัยบ่นทุกเรื่องสักพักจะพบว่าหาคนคุยด้วยยากขึ้น แต่รอบตัวกลับมีเรื่องให้บ่นได้มากขึ้น ถ้าเป็นผู้บริหารจะพบว่าพนักงานไม่ค่อยอยากเข้าใกล้ จากนิสัยทำไปบ่นไป แม้ว่าหลายอย่างรอบตัวไม่ถูกอกถูกใจ การบ่นว่ากับเรื่องเหล่านั้นอยู่เป็นประจำไม่ได้ทำให้เรื่องนั้นดีขึ้นได้ เลิกบ่นแล้วใช้ความรู้ความสามารถที่เคยใช้คิดคำบ่นมาหาทางทำให้เรื่องนั้นดีขึ้นกันดีกว่า คิดหาทางแก้ดีกว่าคิดหาคำบ่น


นิสัยไร้สุขอย่างที่สองคือชอบบังคับให้คนอื่นทำตามที่ตนเองต้องการ ชอบฟังวิทยุระหว่างทำงานแล้วไปเคี่ยวเข็ญให้คนอื่นสนอกสนใจเรื่องที่ตนเองได้ยินได้ฟังมาจากวิทยุ การมุ่งที่จะบังคับให้คนอื่นทำเหมือนตน เชื่อเหมือนตนนั้นสร้างความทุกข์ให้ตนเองได้อย่างต่อเนื่องและยาวนาน แค่เห็นใครที่เคยทำตามที่เราชอบเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นก็ทุกข์แล้ว ถ้าทำใจได้ว่าเมื่อคนเราแตกต่างกัน ย่อมมีหนทางทำงานที่แตกต่างกัน เราทำงานเดียวกันได้ โดยดัดแปลงวิธีทำให้แตกต่างกันตามความเหมาะสมสำหรับแต่ละคนได้ ดังนั้น จึงไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่ต้องทุ่มเทหาหนทางให้คนอื่นทำตามที่เราอยากให้ทำ แม้ว่าจะเป็นผู้บริหาร แต่การบังคับให้พนักงานทำตามที่ตนอยากให้ทำนั้นจะให้ผลที่ไม่ยั่งยืน หมดอำนาจวาสนาเมื่อใด คนที่เคยทำตามที่เราชอบก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน


ดังนั้น หากไม่จำเป็นอย่างยิ่งที่คนอื่นต้องทำตามที่เราต้องการให้ทำ อย่ายอมให้ตนเองเป็นทุกข์จากการที่ได้เห็นคนอื่นกระทำแตกต่างไปจากที่เราอยากให้เขาทำ เราชอบทำงานตอนเช้าก็อย่าไปทุกข์กับการเปลี่ยนคนชอบทำงานตอนสายให้มาทำงานตอนเช้า ลดความอยากที่จะบังคับคนอื่นให้ทำตามลงได้มากเท่าใด ทุกข์ร้อนในการทำงานก็ลดลงไปตามนั้น


ถ้าเชื่อว่าตนเองรู้มากรู้สารพัดเรื่อง แล้วเป็นสุขอยู่กับสารพัดความรู้ที่เชื่อว่าตนเองมีอยู่ย่อมไม่มีทุกข์ในการทำงาน แต่ถ้าเริ่มอยากให้คนอื่นเชื่อในความรอบรู้ของตนเอง แล้วเที่ยวเทศนาสั่งสอนคนอื่นไปสารพัดเรื่อง เราจะกลายเป็นคนที่น่ารำคาญ ถ้าเป็นผู้บริหารจะเป็นคนที่พนักงานเบื่อหน่าย เพราะจะทำอะไรก็โดนเทศนาสั่งสอนไปหมด คนชอบพูดคุยกับคนที่แลกเปลี่ยนกันได้บ้าง แต่ไม่ชอบคุยกับคนที่ตนเองต้องฟังอย่างเดียว พนักงานชอบทำงานกับผู้บริหารที่รับฟังมากกว่าสั่งสอน คนที่ชอบสั่งสอนคนอื่นมีทุกข์เมื่อหาคนมาฟังคำสั่งสอนไม่ได้ ผู้บริหารที่ชอบสั่งสอนทุกข์อกทุกข์ใจที่พนักงานทำท่าทางไม่ใส่ใจการสั่งสอนของตน รู้มากสารพัดเรื่องนั้นเป็นความสุข ตราบเท่าที่ไม่พยายามไปสั่งสอนความรู้สารพัดนั้นกับคนอื่น ถ้าไม่ใช่หน้าที่ ก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องไปสั่งสอนใคร


คนเราผิดพลาดได้เสมอ จึงไม่มีประโยชน์อันใดที่จะทุกข์ซ้ำแล้วซ้ำอีกกับความผิดพลาดที่ผ่านไปแล้ว ถ้าผิดเป็นครู ก็เรียนเรื่องนั้นกับครูครั้งเดียวพอ จะเรียนซ้ำซากไปทำอะไร เราเรียนรู้จากความผิดพลาด เพื่อหาทางไม่ให้เกิดขึ้นมาใหม่อีก เราไม่สามารถแก้ไขความผิดพลาดที่เป็นอดีตไปแล้ว ไม่มีประโยชน์อย่างใดที่จะคิดวนเวียนกับความผิดพลาดในอดีต คนที่ไม่ปรารถนาดีกับเรามักใช้เรื่องอดีตมาเล่นงานเรา แต่จะเล่นงานได้ต่อเมื่อตัวเรายอมย้อนไปหาอดีตเท่านั้น อย่ายอมให้อดีตมาเล่นงานอนาคตของเราด้วยการกล่าวโทษตนเองซ้ำแล้วซ้ำอีก


แม้ว่าเราทุกคนมีเรื่องที่เรากลัว แต่การกลัวไปแทบทุกเรื่องทำให้ต้องจมอยู่กับความทุกข์ กลัวว่าจะทำงานนั้นงานนี้ไม่ได้ เลยไม่กล้าที่จะทำงานนั้น ทำงานไม่ได้ก็กลัวว่าผู้บริหารจะไม่พอใจ กลัวต่อไปว่าอาจถูกผู้บริหารตำหนิ กลัวว่าถูกตำหนิแล้วคนอื่นจะดูถูกดูแคลน กลายเป็นอนุกรมของความกลัวครอบงำชีวิตการทำงานไปโดยตลอด เรากลัวบางเรื่องได้แต่อย่าต่อเติมความกลัวนั้นไปสู่ความกลัวในเรื่องอื่นจนกลายเป็นอนุกรมของความกลัวนั้น ลองกล้ากับบางเรื่องเพิ่มขึ้นอีกนิด กล้าเสี่ยงกับเรื่องที่เราเชื่อว่ามีฝีมือจะทำได้ เอาชนะความกลัวนั้นได้แล้วก็ยกระดับไปท้าทายความกลัวในระดับถัดไป ค่อยๆ ไต่ระดับเอาชนะความกลัวไปเรื่อยๆ การงานจะเป็นสุขมากขึ้นตามไปด้วย แปลงความกลัวให้เป็นความท้าทาย ความสบายใจจะตามมา


ถ้าไม่อยากทุกข์กับการทำงาน อย่าทำงานอย่างไม่เป็นตัวของตัวเอง อย่าแกล้งทำในสิ่งที่เราไม่ได้เป็น อย่ามโนไปเองว่าต้องทำตัวอย่างนั้นอย่างนี้ ผู้บริหารจึงจะชอบ เพื่อนร่วมงานจะชอบ ไม่ถนัดทำงานตอนเย็นๆ แต่ทนทำงานตอนเย็นเพื่อให้คนอื่นเห็นให้คนอื่นชอบ ผลผลิตจากการทำงานย่อมไม่ดีแน่ๆ เราปรับการทำงานให้เป็นตัวของเราเองได้ หากยอมลดละการคิดแทนคนอื่นลงไปบ้าง จะทำงานช้าหรือเร็วก็ทำตามสไตล์ของเราไปเถิด อย่าแกล้งทำเป็นทำงานเร็วทั้งๆ ที่เป็นคนทำงานช้า อย่าทำทางเป็นคนมีระเบียบทั้งๆ ที่รุงรังเต็มที เป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุดแล้วผลงานดีที่สุดจะตามมาเอง