วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อนาคตของร่างรัฐธรรมนูญไทย

ในช่วง ณ ปัจจุบันสมัยพฤษภาคม 2558 ไม่มีการสนทนาในแวดวงวิชาการและสภากาแฟประเด็นใดจะมีความสนุกสนานและตื่นเต้น

คร่รู้ ใคร่เห็นเท่ากับประเด็นอนาคตของร่างรัฐธรรมนูญฉบับมหาปราชญ์ฉบับนี้ว่าจะจบลงอย่างไร บ้างก็ว่าอย่างไรเสียก็คงเข็นกันออกมาจนได้แหละน่าแม้ว่าจะต้องมีการทำประชามติภายหลังการผ่านสภาปฏิรูปฯก็ตาม


บ้างก็ว่าอาจจะผ่านสภาปฏิรูปฯแต่ไปตกม้าตายในตอนทำประชามติ ซึ่งก็มีผู้เชื่อในความเห็นนี้ไม่ใช่น้อย แต่ที่สุดโต่งและแทบจะเป็นไปไม่ได้แต่ก็ยังมีคนเชื่ออยู่ไม่น้อยเช่นกันก็คือการที่สภาปฏิรูปฯต้องกลืนเลือดยอมตายตกไปกับคณะกรรมาธิการร่างฯโดยการลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเพราะไม่อยากเห็นการพ่ายแพ้ในการลงประชามติซึ่งจะมีผลกระทบต่อ คสช.ไม่มากก็น้อย หรือร้ายที่สุดคือเพื่อไม่ให้มีการลงประชามติเกิดขึ้นเพราะไม่ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไรก่อนการทำประชามติย่อมต้องมีการรณรงค์กันอย่างขนานใหญ่โดยไม่สามารถปิดกั้นได้เพราะถ้าปิดกั้นหรือยังขืนใช้ ม.44 ระหว่างการรณรงค์ประชามติอยู่ย่อมจะถูกโจมตีและถูกต่อต้านการลงประชามติกันอย่างแน่นอน และเมื่อเปิดให้มีการรณรงค์ย่อมจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีแรงกระเพื่อมทางการเมืองและมีการกระทบไปถึง คสช.อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ฉะนั้น สปช.จึงต้องยอมสละชีพแก่ผู้ให้กำเนิดตนมาคือ คสช.นั่นเอง


ทั้งหมดทั้งปวงที่กล่าวมาข้างมาข้างต้นล้วนแล้วเป็นไปได้ทั้งนั้น และไม่มีใครสามารถคาดเดาหรือฟันธงลงไปว่าจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แม้แต่ คสช.เองก็ตามก็ต้องวิเคราะห์กันอย่างหนักเพราะไม่ว่าจะเลือกไปทางใดล้วนแล้วแต่มีผลกระทบต่อตนทั้งนั้น เพราะหากเลือกผิดนอกจากจะ “เสียของ” แล้วยังอาจ “ได้รับของ” ที่ไม่พึงประสงค์เป็นผลตอบแทนอีกด้วย


ทิศทางที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด


เมื่อยกเอาความชอบหรือไม่ชอบส่วนตัวออกไป ยกเอาความที่อยากจะให้เป็นหรือไม่อยากให้เป็นออกไปแล้วสิ่งที่ผมคิดว่าน่าจะเกิดขึ้น คือ


1) คณะกรรมาธิการร่างฯพิจารณาปรับแก้ให้เป็นไปตามที่ร้องขอหรือถูกต่อต้านมากออกไป เช่น ลดจำนวนมาตราลงให้เหลือน้อยกว่า 300 มาตรา และยอมในบางเรื่อง เช่น สว.เลือกตั้งจังหวัดละคนไม่ต้องมีกรรมการกลั่นกรองให้เหลือ 10 คนตามร่างฯเพราะปกติแล้วก็มีไม่กี่จังหวัดที่มีผู้สมัครเกินสิบคน,เลิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ สภาคุณธรรม แต่เหลือสมัชชาพลเมืองไว้เพราะไปโฆษณากับบรรดาผู้ที่ขับเคลื่อนจังหวัดจัดการตนเองไว้เยอะ แต่ประเด็นที่หัวเด็ดตีนขาดก็ยอมไม่ได้ก็คือประเด็นที่ถูกบังคับตามมาตรา 35 แห่งรัฐธรรมนูญฯชั่วคราวปี 57 และประเด็นที่เกี่ยวเนื่องเช่น การจำกัดสิทธิทางการเมืองของขั้วอำนาจเก่าไม่ให้ผุดให้เกิดได้หรือประเด็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากคนนอกอย่างไรเสียประเด็นเหล่านี้ก็คงยังคงไว้แม้จะถูกต่อต้านอย่างหนักก็ตาม (ผมคนหนึ่งล่ะ)


2) ขั้นตอนต่อไปต้องมาดูเนื้อหาสาระของการแก้ไขรัฐธรรมนูญฯชั่วคราวปี 57 กรณีที่หากผลการลงประชามติไม่ผ่านว่าจะเป็นอย่างไร การจะตั้งกรรมาธิการร่างฯและสภาปฏิรูปฯชุดใหม่นั้นไม่มีทางเป็นไปได้เพราะเสียเวลา เสียเงิน ที่สำคัญคือเสียหน้า คสช.เอง หากจะกลับไปนำเอารัฐธรรมนูญปี 40 หรือ 50 มาปัดฝุ่นทำใหม่ก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้เพราะจะเป็นการยืนยันว่าสิ่งที่คณะทหารไม่ว่าจะเป็น คมช.หรือ คสช.ทำไปนั้นผิดพลาด เพราะถ้าไม่ผิดพลาดแล้วไปฉีกรัฐธรรมนูญทั้งสองฉบับนั้นทำไม สิ่งที่ดีที่สุดก็คือ การตั้ง สสร.ใหม่โดยอย่างน้อยส่วนใหญ่หรือทั้งหมดต้องมาจากการเลือกตั้ง เพราะนอกจากจะได้ผลบวกในแง่ของความชอบธรรมแล้ว คสช.ยังได้อยู่ต่ออีกระยะหนึ่ง


ฉะนั้น อนาคตของร่างรัฐธรรมนูญฯฉบับมหาปราชญ์นี้จะเป็นอย่างไรจึงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคสช.และแรงผลักดันของประชาชนเป็นสำคัญ หลายคนอาจคิดว่าแรงผลักดันของประชาชนภายใต้กระบอกปืนแบบนี้จะมีผลล่ะหรือ ผมขอเรียนว่ามีผลอย่างแน่นอน อย่าลืมว่าอย่างน้อยประชาชนก็ทำสำเร็จคือการผลักดันให้มีการหยิบยกประเด็นการลงประชามติมาพิจารณาทั้งๆ ที่ไม่มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฯฉบับชั่วคราวปี 57 แต่อย่างใด


กล่าวโดยสรุปถึงอนาคตของรัฐธรรมนูญฯฉบับมหาปราชญ์นี้มีโอกาสแท้งก่อนคลอดถึงเก้าสิบกว่าเปอร์เซ็นต์ด้วยเหตุผลที่ว่าหากคสช.ไม่อยากถูกกระทบกระทั่งจากการลงประชามติก็บีบให้สภาปฏิรูปฯกระทำอัตวินิบาตกรรมด้วยการไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ แล้วตั้ง สสร.ใหม่โดยไม่มีการตั้งสภาปฏิรูปฯ หรือกรรมาธิการร่างฯขึ้นมาอีก (โดยแก้รัฐธรรมนูญฯชั่วคราวปี 57 เพิ่มประเด็นนี้เข้าไปนอกเหนือจากประเด็นของการทำประชามติ)


หากสภาปฏิรูปฯยังดื้อแพ่งผ่านร่างรัฐธรรมนูญออกมาคสช.ก็ต้องไประดมสรรพกำลังขนาดหนักพร้อมกับใช้ยุทธวิธีทั้งใต้ดินบนดินเพื่อที่จะเอาชนะการลงประชามติให้ได้ซึ่งผลที่ตามมาก็คือความวุ่นวายอย่างหนักและก็จะเอาไม่อยู่ แต่ถ้าปล่อยไปตามธรรมชาติโดยการตั้ง สสร.ที่มาจากการเลือกตั้งหากประชามติไม่ผ่าน ก็จะ win win ด้วยกันเกือบทุกฝ่าย


ผมคิดว่าถ้า คสช.และคณะที่ปรึกษามีกึ๋นพอก็คงรู้ว่าควรจะกำหนดอนาคตของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างไรใครก็ได้ช่วยบอก คสช.ให้ผมทีเถอะครับ