ผมได้ยินหลายท่านวิเคราะห์และตีความสุนทรพจน์ของประธานธนาคารกลางสหรัฐเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาไปในรูปแบบต่างๆ
ส่วนตัวผมมองว่านางเยลเลนให้ความสำคัญกับสิ่งที่เรียกกันว่าผลิตภาพหรือ Productivity ของแรงงานสหรัฐเป็นอันดับต้นๆ ในการขึ้นดอกเบี้ยเที่ยวนี้ของธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด เนื่องจากเป็นส่วนที่กล่าวไว้ในตอนท้ายๆ ซึ่งมีบทสรุปที่ดูเป็นปริศนาพอสมควร
ณ เวลานี้ ธนาคารกลางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเฟดหรือธนาคารกลางอังกฤษต่างพาเหรดกันหาข้อมูลเพื่อที่จะให้ได้ตัวเลขว่าเศรษฐกิจของตนเองใกล้จะถึงจุดที่เรียกกันว่าอัตราการเติบโตที่เป็นจุดที่โตเต็มศักยภาพแล้วหรือยัง เนื่องจากถ้าเศรษฐกิจของตนเองเข้าใกล้จุดนี้จริง แล้วยังดึงดันจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับที่ต่ำต่อไป นั่นหมายความว่า ฟองสบู่รอบใหม่กำลังจะมาเยือนแบบไม่รู้ตัว โดยงานศึกษาล่าสุดจากทั้งรายงานเงินเฟ้อของแบงก์ชาติอังกฤษซึ่งขึ้นชื่อว่าปึ๊กพอตัวที่รายงานต่อคณะกรรมการนโยบายการเงิน รวมถึงจากรายงานการศึกษาของเฟดต่างประเมินในลักษณะที่คล้ายคลึงกันว่าเศรษฐกิจของทั้งคู่ต่างเข้าใกล้จุดดังกล่าวเข้าไปทุกขณะ โดยเศรษฐกิจอังกฤษโตต่ำกว่าศักยภาพ เพียงร้อยละ 0.5 ในขณะที่ของเฟดก็ไม่ต่างกันเท่าไรนัก จากการใช้ข้อมูลของเฟด ทาง Goldman Sachs ประเมินว่าเศรษฐกิจสหรัฐโตต่ำกว่าศักยภาพที่คาดกันว่าอยู่ราวร้อยละ 5.1-5.2 ไปร้อยละ 0.6 ดังรูปที่ 1
งานศึกษาที่ถือได้ว่าตอกย้ำความจริงข้อนี้ มาจากนักวิจัยของเฟดที่ประเมินว่าเทคโนโลยีสารสนเทศหรือไอทีในช่วง 7-8 ปีก่อนวิกฤตซับไพร์มได้ทำให้ผลิตภาพของแรงงานในเศรษฐกิจสหรัฐลดลงเป็นอย่างมาก และตัววิกฤตนี้เองก็ส่งผลต่อจำนวนชั่วโมงการทำงานที่ลดลงดังรูปที่ 2
หากนางเยลเลนเชื่อตามงานศึกษาที่กล่าวไว้ เราคงเห็นเฟดขึ้นดอกเบี้ยตั้งแต่เดือนหน้า ทว่านักเศรษฐศาสตร์ระดับเซียนเรียกป๋าอย่างน้อยหนึ่งท่านนามว่า ดร. เคนเนธ โรกอลฟ์ เจ้าของร่วมหนังสือเล่มดัง This time is Different: Eight Centuries of Financial Folly ได้ชี้ให้เห็นถึงข้อจำกัดของงานศึกษาทั้ง 2 ชิ้นว่าอาจไม่สมบูรณ์ ซึ่งต้องบอกว่าขัดกับความรู้สึกของเราอยู่ไม่น้อย
เริ่มจากที่ชี้ว่าทั้งระดับผลิตภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจแท้จริงแล้วเติบโตสูงกว่าที่เห็นๆ กัน เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อที่แท้จริงแล้วต่ำกว่าที่วัดกันแบบเป็นทางการ ไม่ต้องดูอื่นไกลจากรูปที่ 3 จะเห็นได้ว่า ในส่วนของไอทีที่ระดับราคาตามสถิติอย่างเป็นทางการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทว่าในความเป็นจริง เราสามารถซื้อคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์มือถืออื่นๆ ได้ถูกกว่าเมื่อ 10 ปีที่แล้วหลายเท่าตัว
นอกจากนี้ นายโรกอลฟ์ยังเชื่อว่าชนชั้นกลางในโลกมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าสถิติที่รายงานอย่างเป็นทางการในปัจจุบัน จากราคาของสินค้าหลายหมวดที่ลดลงมาอย่างต่อเนื่อง ทว่าสถิติระบุระดับราคาไว้สูงกว่าที่เป็นอยู่ ไม่ต้องดูอื่นไกล ในบ้านเราที่เห็นกันบ่อยในระยะหลังได้แก่ พ่อค้าแม่ขายตามสถานที่ต่างๆ ใช้สมาร์ทโฟนเล่น Social Network กันอย่างมากมาย
หากมองจากมุมนี้ นางเยลเลนก็อาจยังสามารถประวิงเวลาการขึ้นดอกเบี้ยออกไปจนถึงปลายปีได้ แบบไม่ต้องกังวลฟองสบู่เศรษฐกิจแต่อย่างใด ทั้งนี้ในอดีต เหตุการณ์ทำนองนี้เคยเกิดขึ้นในสมัยนายอลัน กรีนสแปน ในครั้งนั้นเขาเลือกที่จะเชื่อแนวคิดหลังมากกว่า
สำหรับนางเยลเลนนั้น ได้กล่าวถึงประเด็นนี้แบบกั๊กๆ ทำให้คงต้องรอผลการประชุมเฟดครั้งหน้าว่า แท้จริงแล้วนางเยลเลนจะเลือกถือหางแนวทางของฝั่งใดมากกว่ากัน แต่ต้องไม่ลืมว่าหากเลือกข้างผิดในวันนี้ เศรษฐกิจสหรัฐก็อาจจะสามารถสะดุดได้ไม่มากก็น้อยในวันหน้าครับ
-----------------
หมายเหตุ : หนังสือเล่มล่าสุดด้านการลงทุนด้วยข้อมูลเชิงมหภาคของผู้เขียน “เล่นหุ้นในไทย รวยไกลรอบโลก” เริ่มวางจำหน่ายทั่วประเทศแล้ว และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ได้ที่ www.facebook.com/MacroView และ LINE ID: MacroView Official ครับ









