หลังจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา อนุมัติแต่งตั้ง คุรุจิต นาครทรรพ
รองปลัดกระทรวงกระทรวงพลังงาน ขึ้นนั่งเก้าอี้ปลัดกระทรวงพลังงาน แบบ “สมใจนึก” แทนอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ที่ย้ายไปนั่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เมื่อสัปดาห์ก่อน
ยุคนี้เสียอย่างจะย้ายวันนี้ แต่งตั้งพรุ่งนี้เลยก็ไม่แปลก สิ่งสำคัญให้การบริหารงานขับเคลื่อนไปได้ก็ดีแล้วก็พอแล้ว
สำหรับ คุรุจิต กับอายุราชการที่เหลืออยู่ 4 เดือนเศษ บอกได้เลยน่าเสียดายยิ่งนัก กับการช่วยงานในส่วนของกระทรวงพลังงาน แต่ข้อดีตอนนี้ของ คุรุจิต เรียกว่าไม่ต้องมานั่งเริ่มงานใหม่ เอาเป็นว่าทุกซอกทุกมุมในกระทรวงพลังงานน่าจะรับรู้หมดแล้ว จะก้าวเดินอย่างไร คงไม่ต้องมานั่งงมเข็มอีกแล้ว
เห็น คุรุจิต บอกชัดเจนมีงาน 3 ส่วนใหญ่ๆ ที่ต้องขับเคลื่อนให้สำเร็จกับห้วงเวลาที่มีอยู่นั้นคือ การทำงานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้ตกลงในหลักการการพัฒนา พื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา เพราะมีการคาดการณ์ว่าจะพบปริมาณสำรองปิโตรเลียม
การดำเนินการตามมติมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือกพช. เมื่อวันที่14 พ.ค.2558 ของกรอบแนวทางบริหารจัดการแหล่งก๊าซธรรมชาติ ที่จะหมดอายุในปี 2565และปี2566 ที่ไม่สามารถต่ออายุสัมปทานได้อีก และ ประเด็นสุดท้ายการออกประกาศเชิญชวนเอกชนให้ยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ซึ่งอยู่ในระหว่างการแก้ไขพ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ.2514
เรื่องเหล่านี้“งานหิน”พอสมควร เรียกว่าท้าทายเก้าอี้ปลัดกระทรวงพลังงานอยู่ไม่น้อย แต่ก็คิดว่าไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร
สำหรับ คุรุจิต หลังเปลี่ยนแปลงรัฐบาลมาดูเหมือน จะมีบทบาทและทำหน้าที่ “ปลัดกระทรวง ในฐานะรองปลัดกระทรวงพลังงาน” มาร่วมปีแล้วไม่ใช่หรือ
วันนี้ยังคงมีผู้คนทุกสารทิศมุ่งหน้าแสดงความยินดีกับ คุรุจิต ในตำแหน่งใหม่ ถือเป็นเรื่องที่ดี ยังไงก็ต้องขอแสดงความยินดีด้วยคน
แต่ก่อนจะสิ้นเดือนก.ย.2558 ตรงนี้น่าจะเป็นประเด็นสำคัญอยู่ไม่น้อย ใคร? คือผู้ที่จะเข้ามาทำหน้าที่แทน คุรุจิต คนต่อไป ตรงนี้ต่างหากที่ต้องเกาะติดอย่าได้กะพริบตาเชียว
ว่ากันว่าตอนนี้เริ่มมีคู่เทียบเกิดขึ้นแบบรอเสียบเมื่อมีตำแหน่งว่าง ระหว่างนี้สายตาก็มองไปที่ ธรรมยศ ศรีช่วย อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์ ผู้ซึ่งมีฉายา“ทองแดงบริสุทธิ์ ไม่มีดีบุกและสังกะสีเจือปน” อีกคนที่มีเสียงสนับสนุนอยู่นั่นคือ ทวารัฐ สูตะบุตร รองปลัดกระทรวงพลังงาน ทั้งคู่ถือว่าได้รับตำแหน่งล่าสุดในสมัยรัฐบาลชุดนี้
หากเทียบแบบความอาวุโส การขึ้นดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมมาเห็นทีต้องยกให้ ธรรมยศ ส่วน ทวารัฐ ถือว่ายังไม่ผ่านตำแหน่งงานอธิบดีกรมมาก่อน แค่ผ่านงานรองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทน ก่อนจะก้าวมาสู่ตำแหน่งรองปลัดกระทรวงพลังงานล่าสุดสำหรับ ทวารัฐ แล้วเรียกว่าระยะหลังโดดเด่นผิดหูผิดตา ในหลายๆเรื่องไม่เฉพาะแต่ด้านการศึกษาที่มีดีกรี จบปริญญาเอก วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต สถาบันเทคโนโลยีแห่งมลรัฐแมสซาซูเซตต์ (MIT) ประเทศสหรัฐอเมริกา แบบไม่ธรรมดาคนหนึ่ง
จริงเมื่อถึงเวลาจริงๆแล้วอาจจะไม่ใช่คู่เทียบคู่นี้ก็เป็นได้ แต่เวลานี้คนกระทรวงพลังงาน เขากำลังยกให้คู่เทียบคู่นี้เป็นคู่ชิงคู่ต่อไปแค่นี้เอง
อีกหน่วยงานหนึ่ง เวลานี้ไม่พูดถึงคงไม่ได้ นั่นปตท.ถือว่างวดเข้ามาทุกขณะ กับการเปิดรับผู้สนใจเข้าดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. วันนี้ยังเห็นแค่เงาลางๆของผู้สนใจยื่นใบสมัคร แต่เชื่อเถอะ 28 พ.ค.นี้ เราจะเห็นชื่อผู้สมัครเข้าชิงตำแหน่งกันถ้วนหน้า ก็เพราะเป็นวันสุดท้ายของการเปิดรับสมัครนั่นเอง
สำหรับปตท. สแกนยังไงก็คงไม่พ้นลูกหม้อปตท.อยู่ดี ส่วนจะเป็นลูกฝั่งไหนมุมไหน ก็ไม่น่าจะผิดความคาดหมาย ที่ใครๆก็รู้อยู่แล้วซีอีโอใหม่ปตท.คือใคร?
หากจะมีผู้สมัครคนอื่นเข้าร่วมวง เชื่อเถอะได้แค่...“ผู้สมัคร”






