วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คอนโดฯ ตจว."พับแผน" ศก.ชะลอ ผู้บริโภคระวัง

ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เป็นประเด็นที่พูดถึงต่อเนื่องตลอด 4 เดือนที่ผ่านมา กระทั่งหน่วยงานที่กำกับดูแลด้านเศรษฐกิจ

            ออกมากระตุ้นด้วยยาแรง ลดดอกเบี้ยนโยบาย ลงต่อเนื่อง 2 ครั้งรวม 0.5% ภายใน 3 เดือน คงเหลืออัตราดอกเบี้่ยนโยบายล่าสุด เพียง 1.25% เรียกได้ว่าต่ำสุดในภูมิภาคเลยทีเดียว สะท้อนความเปราะบางของตลาด ซึ่งภาวะกำลังซื้อชะลอตัว ยังคงทวีความรุนแรง สะท้อนชัดเจนถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บรรยากาศการซื้อ-ขายที่ชะลอตัวชัดเจน การเปิดโครงการมีให้เห็น แต่ความคึกคักหายไป ทดแทนด้วยแคมเปญที่ตอกย้ำภาวะฝืดเคือง เช่น ฟรีดาวน์ พร้อมโอน สวมสิทธิ์เงินดาวน์ แม้กระทั่งอยู่ฟรี 1 ปี ก็มีออกมาให้เห็นในตลาดช่วงนี้

            ไม่เพียงเท่านั้น สัญญาณร้าย สำหรับธุรกิจอสังหาฯ ในบางทำเล เริ่มเกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียมในต่างจังหวัด ข้อมูลล่าสุด จากเวทีสัมมนารายงานผลสำรวจโครงการที่อยู่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 พ.ค. โดยศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ มีประเด็นต้องระมัดระวัง ตามที่นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในต่างจังหวัด หัวเมืองใหญ่ยังคงชะลอตัว เนื่องจากปัญหาโอเวอร์ซัพพลาย โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม หลังจากผู้ประกอบการจากส่วนกลาง รุกเข้าไปเปิดโครงการจำนวนมาก ต้องใช้ระยะเวลาการดูดซับอีก 1-2 ปี ซึ่งจังหวัดที่น่าเป็นห่วง คือ ชลบุรี เนื่องจากมีซัพพลายสะสมมาก คอนโดมิเนียมมากเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพฯ

            อีกเหตุการณ์ ที่สะท้อนปัญหาเดียวกัน คือกรณีเมื่อวันที่ 19 พ.ค.เช่นเดียวกัน นายอำพล วงศ์ศิริ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) พร้อมคณะฯ และนายประพันธ์ ขันธ์พระแสง หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมภูเก็ต ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง บริเวณที่ตั้งโครงการอาคารชุด ACE 1 Condo ของ บริษัท เดอะไนน์ พร็อพเพอร์ตี้ (ป่าตอง) จำกัด หลังมีผู้เสียหายทั้งชาวไทยและต่างชาติ เข้าร้องเรียนกับ สคบ. และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ตว่า ได้มีการชำระเงินจองและเงินดาวน์ให้บริษัทดังกล่าวไปแล้วเฉลี่ยห้องละ 4 แสนบาท หลังจากเริ่มเซ็นสัญญาตั้งแต่เดือนกันยายน 2556 สัญญาระบุก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนเมษายน 2558 แต่พบว่าโครงการยังไม่มีการก่อสร้างใดๆ จึงเรียกร้องขอเงินคืนจากบริษัท แต่ไม่ได้รับคำตอบ

            ผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวเนชั่น รายงานว่า การลงพื้นที่ตรวจสอบที่อาคารสำนักงานพบว่า ไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่ ขณะที่บริเวณพื้นที่ที่ระบุว่าจะสร้างโครงการถูกปิดด้วยแนวรั้วสังกะสี ภายในยังคงเป็นที่ดินว่างเปล่า ไม่มีสิ่งปลูกสร้าง มีผู้เสียหายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ทราบข่าว เดินทางมาให้ข้อมูลเป็นจำนวนกว่า 30 ราย

            กรณีนี้ เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งที่พบ เหตุผลส่วนหนึ่งอาจมาจากภาวะเศรษฐกิจ แต่เหตุผลหลักที่ได้จากผู้ตรวจสอบ ระบุว่าเป็นปัญหาขัดแย้งกันระหว่างผู้ถือหุ้นทำให้การพัฒนาไม่คืบหน้า จึงเป็นหน้าที่ สคบ. ต้องติดตามทวงถามการคืนเงินให้ผู้บริโภค ซึ่งเลขาธิการ สคบ. เผยว่า ปัญหาเกี่ยวกับการซื้ออสังหาฯ เป็นปัญหาใหญ่ที่ร้องเรียนเข้ามายัง สคบ. มากเป็นอันดับ 1 จากยอดร้องเรียนทั้งสิ้นกว่า 1,000 รายต่อปี