ช่วงนี้ข่าวคราวอุบัติเหตุ ที่เกิดขึ้นกับรถจักรยานได้ยินถี่ขึ้น ไม่รู้ว่าเกิดขึ้น หรือว่าเป็นเพราะคนให้ความสนใจมากขึ้น
จากนั้นก็มีคนออกมาพูดถึงเรื่องนี้กันหนาหู ทั้งในส่วนของภาครัฐ และผู้คนที่ร่วมใช้ถนน ซึ่งมีความคิดออกมาหลากหลาย รวมถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเดิมๆ คือ การสร้างเส้นทางจักรยานโดยเฉพาะ ซึ่งที่ผ่านมาก็เห็นชัดเจนว่าไม่ได้ผลมากนัก เพราะมีทั้งรถยนต์ จักรยานยนต์ และอื่นๆเข้าไปใช้กันอย่างเปิดเผย
รวมไปถึงแนวคิดที่จะรื้อฟื้นใบขับขี่จักรยาน การกำหนดเส้นทางและจำกัดเวลาในการให้รถจักรยานออกมาวิ่งได้
ขณะที่ตำรวจก็ออกมาพูดถึงความเข้มงวด ในการตรวจตราผู้ขับรถที่มีแอลกอฮอล์เกินกำหนด โดยเพิ่มความถี่ในการตั้งด่านตรวจ จากเลิกตี 3 เป็นตลอดคืน รวมถึงช่วงเวลากลางวันด้วย
ทั้งหมดนี้ก็ยังไม่รู้ว่าท้ายที่สุดจะออกมาในรูปแบบใด แต่อย่างน้อยก็เป็นเรื่องดีที่มีความตื่นตัว
และไหนๆก็ตื่นตัวกันแล้วก็อยากให้ตื่นตัวนานๆ ต่อเนื่อง และมองให้รอบด้านมากขึ้น ไม่อยากให้พูดกันถึงเฉพาะคนเมาแล้วขับ เพราะต้นตอของอุบัติเหตุที่มาจากคนไม่เมาก็มีอยู่มากเช่นกัน
คนไม่ดื่มเหล้า แต่ขับรถแบบไร้สติ ไม่มีวินัย ผลร้ายก็ไม่แตกต่างกัน
ไม่เชื่อลองเซิร์ชภาพอุบัติเหตุรถจักรยานดูสิครับ มีหลายๆ ภาพที่น่าสนใจ ภาพที่ว่าก็คือ ตำแหน่งการเกิดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบริเวณไหล่ทาง หรือ ซ้ายสุดของถนน หมายความว่าอะไร หมายความว่าทัศนคติในการใช้รถของคนบ้านเราผิดมหันต์ ทำให้คนใช้รถจักรยานมีคำถามสั้นๆ ที่แสดงออกถึงความท้อใจว่า “จะให้ซ้ายไปถึงไหน”
ไหล่ทางไม่ได้มีไว้ให้รถวิ่ง แต่ทุกวันนี้หลายคนลงไปใช้กันจนเกินกว่าจะเรียกว่าเป็นนิสัย... ทำให้ไม่แปลกใจว่าเมื่อเกิดเหตุอะไรสักอย่างการช่วยเหลือจะทำได้ยาก เพราะรถช่วยเหลือก็ไม่เหลือทางให้ไป ทั้งที่ในหลายๆ ประเทศ หากเกิดอุบัติเหตุ หรือว่ามีคนเจ็บป่วยในช่วงเวลาเร่งด่วนที่จราจรหนาแน่น รถช่วยเหลือ รถพยาบาล ก็สามารถใช้ไหล่ทางได้
และอย่าลืมว่าบ้านเราในเกือบทุกเส้นทาง ไหล่ทางเป็นพื้นที่ที่คนท้องถิ่นใช้งาน ทั้งคนเดินเท้า คนขี่จักรยาน มอเตอร์ไซค์ เป็นต้น คนขับรถยนต์จะไม่เหลือที่ให้เขาไว้ใช้งานกันเลยหรือไร
สำหรับไหล่ทาง บางช่วงบางเวลา เจ้าหน้าเองด้วยซ้ำที่โบกให้รถยนต์ลงไปวิ่ง เพื่อหวังระบายรถด้านหลัง (โดยลืมปัญหาด้านหน้า) ซึ่งก็ไม่รู้ว่านี่เห็นต้นเหตุที่ทำให้คนขับรถเคยชิน หรือ เข้าใจผิดเลยเถิดไปว่านั่นเป็นการกระทำที่ถูกต้องด้วยหรือไม่ เพราะฉะนั้นเมื่อรถบนเส้นทางปกติเริ่มชะลอตัว หรือมีรถช้า คนพวกนี้ก็พร้อมจะหักพวงมาลัยลงไหล่ทางทันที โดยที่โอกาสจะเห็นว่ามีอะไรขวางอยู่หรือไม่ก็น้อยเต็มที เนื่องจากคนขับอยู่ด้านขวาของรถ
หักลงไปเจอสิบล้อจอดเสียอยู่ ก็รับผิดชอบตัวเองไปก็แล้วกัน
มีอีกประเด็นหนึ่งที่ตามมาจากข่าวคราวอุบัติเหตุที่น่าเป็นห่วงก็คือ ความขัดแย้งทางความคิดของคนที่ใช้ถนน ที่รถแต่ละประเภทก็จะโทษรถอื่นๆ ว่าเป็นต้นตอ และที่น่ากลัวคือการแสดงความคิดว่าตัวเองพร้อมที่จะเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งจะเป็นการพูดเพราะคะนองปาก หรือประชดประชันหรือเปล่า ไม่รู้ รู้แต่ว่าเป็นทัศนคติในการใช้รถใช้ถนนที่ไม่ถูกต้องนัก
อย่าลืมนะครับว่า เราเป็นเจ้าของรถได้ แต่เราเป็นเจ้าของถนนไม่ได้ เราซื้อรถได้ แต่เราซื้อมารยาท ซื้อน้ำใจในการใช้รถไม่ได้ ต้องสร้างขึ้นมาเองครับ









