วันที่ 19 พฤษภาคม เป็นวันที่นัยยะทางการเมือง และทุกสำนักข่าวให้ความสนใจเป็นพิเศษ
อย่างแรกเลย ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีกำหนดขึ้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีโครงการรับจำนำข้าวเป็นนัดแรก
ข้ามฟ้าไปแดนโสม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นองค์ปาฐกในงาน the 6th Asian Leadership Conference (ALC) ที่โรงแรมเดอะชิลลาโซล เกาหลีใต้ ในหัวข้อ “ครบรอบ70 ปี การสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 : ระลึกถึงอดีต ฉลองสู่อนาคต การก่อร่างพลังใหม่ของพวกเรา”
ทีวีดาวเทียมช่องทะเว็นตี้โฟร์ทีวี ได้นำเสนอข่าวชิ้นนี้อย่างต่อเนื่อง และนักข่าวประจำทำเนียบก็ไม่พลาดที่จะเอาเรื่องนี้ไปถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง
คำตอบจาก “สองขุนศึก” ผู้กุมอำนาจก็ไม่มีอะไรที่รุนแรง เหมือนจะรู้อยู่ว่า กำลังถูกนักข่าวถามนำ
พล.อ.ประยุทธ์ “คงไม่มีใครหลับหูหลับตาฟังแล้วบอกว่าดีทั้งหมด”
พล.อ.ประวิตร “จะพูดในเวทีระดับโลกก็ว่ากันไป แต่อย่ามาเกี่ยวข้องกับประเทศไทย เพราะเป็นเรื่องของส่วนรวมและประเทศ”
จับน้ำเสียงของสองขุนศึก ก็หยั่งรู้ถึงอารมณ์ที่ไม่พอใจมากนัก ที่อดีตนายกฯ ของคนเสื้อแดงมาโฉบเฉี่ยวแถวคาบสมุทรเกาหลี
ขณะเดียวกัน ฝ่ายต่อต้าน “ระบอบทักษิณ” ก็กัดไม่ปล่อย ออกมาแฉเป็นฉากๆ ว่า แผนโลกล้อมไทยเวอร์ชั่นกิมจินี้เป็นอย่างไร? คนจัดอีเวนท์เป็นใคร?
ฝ่าย “ทักษิณ” ก็รู้เกม จึงชงเรื่อง “เยี่ยมหลานตา” โดยโพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ แสดงความดีใจที่จะได้เจอหลานเป็นครั้งแรก หลังจากขึ้นเวทีพูดแล้ว วันที่ 19 พ.ค.นี้ก็ได้เจอหลานแฝดเป็นครั้งแรก
“จะได้อุ้มทั้งสองคน ก็เป็นความสุขอันยิ่งใหญ่ของคนเป็นคุณตาแล้ว รีบมาหาตานะ มาให้ตารับขวัญหน่อย” ข้อความนี้ของทักษิณ สะท้อนความรู้สึกของคนไกลบ้านได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ คอการเมืองได้โยงความเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดของ “ทักษิณ” มาถึงเรื่องของ “ยิ่งลักษณ์” กับคดีจำนำข้าว ซึ่งเธอมีทางเลือกอยู่สองทางคือ “จะตามรอยพี่ชาย” กับ “ยืนสู้คดีจนถึงที่สุด”
วันอาทิตย์ที่ผ่านมา อดีตนายกฯ หญิง นุ่งขาวไปทำบุญ ที่วัดป่าสว่างบุญ ต.ชะอม อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ซึ่งวัดดังกล่าวอาจไม่เป็นที่รู้จักของผู้คนเท่ากับ “พระธาตุพนม” และ “องค์ปฐมเจดีย์” ที่เธอเดินทางไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาก่อนหน้านี้
จริงๆแล้ว ในหมู่นักแสวงบุญแนวโลกทิพย์หรือเหนือธรรมชาติ จะจัดทริปไปทำบุญที่วัดป่าสว่างบุญไม่ขาดสาย โดย “หลวงพ่อสมชาย” ได้สร้างวัดป่าในเนื้อที่กว่า 400 ไร่ และมีพระมหาเจดีย์ 500 ยอด หรือ “พระมหารัตนโลหะเจดีย์ศรีศาสนโพธิสัตว์สว่างบุญ” เป็นสิ่งดึงดูดสาธุชนให้เข้ามาวัดป่าแห่งนี้
หลวงพ่อสมชายเคยเล่าว่า ก่อนการก่อสร้างพระมหาเจดีย์ เที่ยงคืนของวันหนึ่ง หลวงพ่ออธิษฐานจิตขอสร้างพระมหาเจดีย์ 500 ยอด หากสำเร็จหรือไม่สำเร็จ? ขอให้เห็นนิมิตหมายที่ดีในคืนนี้
พลันที่หลวงพ่อเริ่มพิธีสวดมนต์ มดง่ามได้ขึ้นมากัดไต่ทั่วร่าง หลวงพ่อจึงคิดว่า “มดก็คือมาร, มารก็คือมด หากสู้มดได้ก็สู้มารได้ สู้มดไม่ได้ก็สู้มารไม่ได้” หมายถึงสร้างพระมหาเจดีย์ไม่ได้ จึงตัดสินใจยอมอดทนให้มดกัดจนสวดเสร็จ แล้วแผ่เมตตามดง่ามก็หายไป
การที่ยิ่งลักษณ์มาทำบุญที่วัดป่าของหลวงพ่อสมชาย ย่อมมีนัยยะแห่งการต่อสู้เพื่อเอาชนะมาร
“หากสู้มดได้ก็สู้มารได้ สู้มดไม่ได้ก็สู้มารไม่ได้”
แกนนำเพื่อไทยหลายคน ก็แอบหวังลึกๆ ว่าอดีตนายกฯ หญิง จะยอมเจ็บปวด เพื่อหยัดยืนสู้คดีจำนำข้าวจนถึงวันสุดท้าย
พวกเขาเชื่อในพลังประชาชน ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างขนานใหญ่!






