วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชื่อเรียกไม่สำคัญเท่ากับ จะแก้ปัญหาพวกเขาอย่างไร

ปัญหาชาวโรฮิงญามีผลกระทบต่อไทยหนักหน่วง ทั้ง ๆ ที่ประเทศที่เกี่ยวข้องมีทั้งพม่า มาเลเซีย และบังคลาเทศ

ดังนั้น หากจะมีการเชิญประชุมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ก็ควรจะมีมากกว่าแค่ไทย พม่า และมาเลเซียเท่านั้น หากแต่ยังต้องรวมถึงบังคลาเทศ และองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับผู้อพยพ, สิทธิมนุษยชน, และอาจจะต้องให้องค์การสหประชาชาติมาเกี่ยวข้องโดยตรงด้วย

สำหรับไทยหนีไม่พ้นว่าต้อง “กวาดบ้าน” ของเราให้สะอาดเพราะการพบค่ายกักกัน หลุมฝังศพ และศพของชาวโรฮิงญาจำนวนมากและโยงใยไปถึงเจ้าหน้าที่บ้านเมืองจำนวนมาก เป็นเครือข่ายค้ามนุษย์อย่างน่ารังเกียจ เป็นประเด็นสำคัญที่จะต้องตอบประชาคมให้ได้ว่าเราจะแก้ปัญหาในบ้านเราอย่างไร ก่อนที่จะเรียกร้องให้เพื่อนบ้านและองค์กรระหว่างประเทศ เข้ามาร่วมประสานเป็นความเคลื่อนไหวเดียวกัน

ส่วนประเด็นว่าภาษาไทยจะเรียกคนกลุ่มนี้ว่า “โรฮินญา” หรือ “โรฮีนจา” อย่างไร เรามาถกแถลงกันให้ชัดเจนภายในบ้านเราก่อน

วันที่ 8 พ.ค. พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันได้ปรากฏภาพข่าวเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ และมีข้อถกเถียงเกี่ยวกับการใช้ถ้อยคำภาษาไทยที่ชัดเจนของคำว่า โรฮีนจา (Rohingya) และคำว่า เมียนมา (Myanmar) ซึ่ง กอ.รมน.ได้ใช้ถ้อยคำนี้มาตั้งแต่เดือน ส.ค. 2556

กอ.รมน.จึงขอชี้แจงการใช้ถ้อยคำภาษาไทยของคำว่า โรฮีนจา (Rohingya) และคำว่า เมียนมา (Myanmar) นั้น เป็นไปตามที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติได้ประสาน กอ.รมน.เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกัน โดยสอดคล้องกับหลักเกณฑ์การทับศัพท์ภาษาพม่าของราช บัณฑิตยสถาน สรุปคือ คำว่า Rohingya เมื่อทับศัพท์เป็นภาษาไทยจะได้ว่า “โรฮีนจา” และคำว่า Myanmar เมื่อทับศัพท์เป็นภาษาไทยจะได้ว่า “เมียนมา” ด้วยเหตุผลว่า gy เป็นเสียงที่ไม่มีในภาษาไทย ตัวอักษรไทยที่ใกล้เคียงที่สุดคือ จ.จาน ประกอบกับหลักเกณฑ์ของพม่ากำหนดให้ in แทนเสียงอีน และ ar แทนเสียงอา ตามลำดับ

แต่คุณธนานุช สงวนศักดิ์ นักข่าวเนชั่นที่ได้เกาะติดข่าวชิ้นนี้มาหลายปีดีดัก เขียนใน Facebook ของเธอว่าอย่างนี้

เมื่อวานในขณะที่กำลังจะสัมภาษณ์ชาวโรฮิงญาแถวๆ ย่านรามคำแหง ก็เห็นข่าวทางโซเชียลว่าราชบัณฑิต มีการกำหนดเปลี่ยนคำเรียกชาว “โรฮิงญา” ไปเป็น “โรฮีนจา”...

ก็เลยเล่าให้แหล่งข่าวชาวโรฮิงญาฟังว่า ตอนนี้ทางการไทยเขาได้เปลี่ยนชื่อเรียกกลุ่มชาวโรฮิงญาแล้ว ชาวโรฮิงญาบอกไม่รู้เรื่องเลยเพิ่งรู้ข่าวจากเรานี่แหละ...

พร้อมกับเล่าว่าพวกเราเรียกตัวเองว่าชาวโรฮิงญา แม้ไม่มีสัญชาติ พม่าไม่ยอมรับสิทธิความเป็นพลเมือง แต่เรามีดินแดนมีถิ่นเกิดอยู่ที่รัฐยะไข่...จากนั้นก็เล่าต่อไปเหมือนที่เคยเล่าให้ฟังมาก่อนหน้านี้ว่า

คำว่า “โรฮิงญา” นั้นเป็นชื่อดั้งเดิม โดยเริ่มจาก “ระห้ำ” จากนั้นก็มาเป็น “โรฮั่ง” และมาเป็น “โรฮิ่ง”...จนกระทั่งเป็นโรฮิงญาในที่สุด โดยที่คำๆนี้เป็นภาษาอาหรับ...

ในขณะที่รัฐบาลพม่า ไม่เคยเรียกชาวโรฮิงญา ว่า โรฮิงญา...เพราะถ้าเรียกก็จะเป็นการยอมรับว่าโรฮิงญาเป็นกลุ่มชาติพันธุ์หนึ่งในพม่า

ทั้งนี้รัฐบาลพม่าจะเรียกชาวโรฮิงญาว่า “บังกาลี-กะละ” ซึ่งหมายความว่า เป็นแขก/หรือคนที่มาจากบังคลาเทศ (บังกาลี = บังคลาเทศ, กะละ =คนที่มาเที่ยว/แขก) สรุปก็คือ รัฐบาลพม่าไม่ยอมรับชาวโรฮิงญาเป็นคนของตน ไม่เรียกว่าโรฮิงญา แต่เรียกว่าเป็นคนที่มาจากบังคลาเทศ

นอกจากชาวโรฮิงญาในประเทศไทยที่ดิฉันได้พบเจอ จะยืนยันในการเรียกตัวเองว่า “โรฮิงญา” แล้ว เมื่อตอนที่ดิฉันได้เดินทางไปบังคลาเทศเมื่อสามสี่ปีก่อน ได้เจอกับชาวโรฮิงญาในค่ายผู้อพยพในบังคลาเทศ พวกเขาก็เรียกตัวเองว่า “โรฮิงญา” ในขณะที่ชาวบังคลาเทศที่ดิฉันได้คุยด้วย เขาก็เรียกชาวโรฮิงญาว่า “โรฮิงญา” อย่างชัดเจนค่ะ...

แน่นอนว่าชาวโรฮิงญาที่ดิฉันได้มีโอกาสสอบถาม ไม่ต้องการให้เปลี่ยนจาก “โรฮิงญา” ไปเป็น “โรฮีนจา” แต่ถึงที่สุดแล้วก็อย่างที่พวกเราต่างรู้กันดี ว่าชาวโรฮิงญาเองนั้นพวกเขาทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว....

ดิฉันไม่แน่ใจว่าเป้าหมายในการเปลี่ยนคำเรียกชาว “โรฮิงญา” ไปเป็น “โรฮีนจา” นั้นคืออะไร

แต่ถึงแม้ว่าดิฉันจะไม่ชัดเจนในเป้าหมาย...แต่วิธีการที่นำมาใช้นั้นชัดเจนค่ะว่า ทางการไทยไม่ได้แสดงออกถึงความเคารพในกลุ่มชาติพันธุ์เลย

ลองคิดดูเอาเถิดว่าทางการไทยเปลี่ยนชื่อเรียกกลุ่มชาติพันธุ์ของเขา จาก “โรฮิงญา” ไปเป็น “โรฮีนจา” โดยที่ทางการไทยไม่ได้มีการเชิญหรือเรียกพวกเขาไปสอบถามเลยว่าข้อเท็จจริงคืออะไร ต้องการเปลี่ยนหรือไม่ ฯลฯ แบบว่านึกอยากจะเปลี่ยนก็เปลี่ยน

กว่าที่ชาวโรฮิงญา จะรู้ว่าทางการไทยได้เปลี่ยนชื่อเรียกพวกเขาไปเป็น “โรฮีนจา” ก็ต่อเมื่อเรื่องนี้ได้ปรากฎออกมาตามสื่อมวลชนแล้ว

สรุปแล้วเราเปลี่ยนชื่อกลุ่มชาติพันธุ์กลุ่มหนึ่งโดยที่ไม่ได้สอบถามกับพวกเขา ในขณะที่เขาก็ไม่ต้องการเปลี่ยนด้วย...

สำหรับดิฉันแล้ว ยืนยันใช้คำว่า "โรฮิงญา" ต่อไปค่ะ...เพราะมันคงจะแปลกประหลาดมาก ในขณะที่แหล่งข่าวเรียกตัวเองว่า "โรฮิงญา" แต่ดิฉันกลับไปเรียกพวกเขาว่า "โรฮีนจา”

จึงเรียนมาให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบก่อนที่เราจะวิเคราะห์ วิพากษ์ และร่วมกันหาทางออกจากปัญหาที่ละเอียดอ่อน และสลับซับซ้อนโดยเร่งด่วนและจริงจังต่อไป