เจ้าหน้าที่จากสหภาพยุโรป(อียู) อยู่ระหว่างการติดตามการดำเนินงานของไทย
กรณีการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการายงาน ไร้การควบคุม(ไอยูยู) ซึ่งการเข้ามาตรวจสอบในครั้งนี้ยังเป็นเรื่องที่ยากประเมินได้ว่าผลจะออกมาอย่างไร เนื่องจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่อียูไม่ได้ยื่นแผนการให้ฝ่ายไทยรับทราบ แต่จะใช้วิธีการสุ่มตรวจตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และจะมีการสุ่มตรวจอย่างต่อเนื่อง จากนั้นจะแจ้งให้ไทยรับทราบในภายหลัง
ที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาในอุตสาหกรรมการประมงอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเรื่องแรงงานผิดกฎหมายและการทำประมงผิดกฎหมาย ซึ่งล่าสุดได้เร่งดำเนินการตามคำแนะนำของทางอียูให้แก้ปัญหา ตั้งแต่เรื่องข้อกฎหมายต่างๆ ซึ่งรัฐบาลก็เร่งประกาศบังคับใช้ รวมทั้งการทำงานต่างๆของเจ้าหน้าที่ในระดับพื้นที่ โดยรัฐบาลหวังว่ามาตรการทั้งหมดนั้นจะทำให้ไทยรอดพ้นจากการขึ้นบัญชีทำประมงผิดกฎหมาย หรือใบเหลือง ซึ่งยังมีระยะเวลาอีกไม่ถึง 6 เดือน
อย่างไรก็ตาม ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย รวมถึงปัญหาแรงงานในอุตสาหกรรมนี้มีมานาน และเป็นเรื่องซับซ้อนที่แก้ได้ยากมากและเป็นปัญหาในทุกรัฐบาล แม้จะพยายามปฏิเสธกันมาโดยตลอดว่าไทยเราไม่มีปัญหานี้รุนแรงนัก แต่การให้ใบเหลืองของอียูในครั้งนี้ก็เป็นเรื่องที่เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเราจะต้องทำตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ ไม่ว่าเราจะแกขปัญหาไปได้มากน้อยเพียงใดก็ตาม แต่เป็นมาตรฐานที่ทางอียูเป็นผู้กำหนดมา ซึ่งหากเราต้องพึ่งพาตลาดอียูเราก็ต้องปฏิบัติตาม
ขณะนี้ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหวังว่าหลังจากการเข้ามาตรวจสอบในครั้งนี้ จะทำให้ไทยรอดพ้นจากใบเหลือง และจะค้าขายได้ตามปกติ แต่หากพิจารณาถึงความหนักหน่วงของปัญหาที่เกิดขึ้น ก็ถือว่าหลายคนเริ่มมีความกังวลมากขึ้น ว่าไทยอาจจะไม่รอดพ้นใบเหลืองของอียูเป็นแน่ รวมทั้งการขึ้นบัญชีค้ามนุษย์หรือเทียร์3 ของสหรัฐฯ ซึ่งจะประกาศในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ และยิ่งเกิดปัญหาการค้ามนุษย์ในบริเวณจังหวัดภาคใต้ในช่วงที่ผ่านมา ก็ดูเหมือนยิ่งซ้ำเติมปัญหา
เราต้องเข้าใจความจริงประการหนึ่งว่า การประกาศใบเหลือง หรือ การขึ้นบัญชีการค้ามนุษย์ เป็นกติกาที่กำหนดขึ้นจากประเทศที่พัฒนาแล้วและเป็นกติกาที่ใช้เป็นการทั่วไป หากเขาเห็นว่าประเทศใดที่ทำมาค้าขายด้วยเข้าข่ายว่ามีกิจกรรมต้องห้ามเหล่านี้ ดังนั้นเรามีทางแก้ไขทางเดียวเท่านั้น คือ การยอมรับกติกาเช่นว่านี้ จากนั้นก็ปฏิบัติตามอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งการป่าวประกาศว่าไทยไม่มีปัญหาดังกล่าวนั้นไม่เพียงพออีกต่อไป แต่ต้องแสดงให้เห็นว่าเรามีปัญหานี้ลดลง หรือเข้าตามมาตรฐาน
ดังนั้นจากปัญหาที่สั่งสมมานาน และเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาในการแก้ไขในบางประเด็น บางเรื่องอาจไม่ทันตามกำหนดเวลา ซึ่งหากเกิดสถานการณ์จากนี้ไปต่ออุตสาหกรรมการประมงหรือธุรกิจไทยที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์นั้น เราจะต้องทำใจกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น จากนั้นเราจะต้องตั้งหน้าแก้ปัญหาไปในแนวทางเดียวกันนี้ ซึ่งทางออกของเรามีทางเดียวเท่านั้น หากเรายังต้องการค้าขายกับประเทศอื่น คือแก้ปัญหาเหล่านี้ให้หมดสิ้นไปเท่านั้น
เราเห็นว่าไม่ว่าผลของอียู หรือกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯจะออกมาอย่างไร เราก็เพียงแต่ต้องรับผลที่เกิดขึ้นเท่านั้น แต่สิ่งที่ต้องดำเนินการต่อไปคือเราจะต้องไม่ละทิ้งแนวทางการแก้ปัญหาเหล่านี้ต่อไป และเราต้องตระหนักให้มากๆว่าในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีการสื่อสารพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว นับเป็นเรื่องยากมากที่เราจะซุกซ่อนปัญหาโดยไม่มีใครรู้ได้ ดังนั้น เราจะต้องตั้งหลักให้มั่นว่าจากนี้ไป คนไทยจะร่วมกันแก้ปัญหาเรื่องนี้ด้วยตัวเราเองเท่านั้น ไม่มีใครอื่นจะมาช่วยเราให้รอดพ้นปัญหานี้ได้








