วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สัญญาณเตือนจากธปท. เศรษฐกิจยังเปราะบาง

ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือธปท. แถลงตัวเลขเศรษฐกิจในเดือนมีนาคม

 และภาพรวมไตรมาสแรกของปีนี้ แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยยังอ่อนแอ เนื่องจากการส่งออก การใช้จ่ายภาคเอกชนยังลดลง ซึ่งมีผลให้เกิดการว่างงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แม้ว่าที่ผ่านมาภาครัฐใช้จ่ายมากขึ้นโดยเฉพาะการลงทุน และมีภาคการท่องเที่ยวมาช่วยภาพรวมทางเศรษฐกิจ อีกทั้งยังได้รับผลดีจากราคาน้ำมันในระดับต่ำ แต่ก็ปรากฏว่าภาพรวมเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวตามที่รัฐบาลคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านั้นในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

จากภาวะเศรษฐกิจดังกล่าวทำให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือกนง. ลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 1.50% ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบหลายปีตั้งแต่เมื่อครั้งเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในเป็นหลัก แต่ปัญหาใหญ่ของไทยนอกจากเศรษฐกิจภายในประเทศแล้ว ยังได้รับผลกระทบจากภาคส่งออกที่ปรับตัวลดลงในช่วงไตรมาสแรกกว่า 4% ดังนั้นการลดดอกเบี้ยของกนง. นอกจากจะช่วยฟื้นเศรษฐกิจภายในแล้ว ยังจะส่งผลดีต่อภาคส่งออกในระยะต่อไป

แต่ประเด็นเรื่องค่าเงินบาทแข็งค่าในปีนี้ เมื่อเทียบกับประเทศคู่ค้าและประเทศคู่แข่ง เป็นสถานการณ์ที่แตกต่างจากในช่วงปี 2556 ซึ่งในครั้งนั้นประเทศไทยต้องแก้ปัญหาเงินทุนไหลเข้าจำนวนมหาศาลจากกรณีที่สหรัฐดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณต่อเนื่องกันมาหลายปี โดยเป็นปัจจัยโดยตรงต่อค่าเงินบาท ในขณะที่ปีนี้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นผลจากเศรษฐกิจไทยเกินดุลการค้าต่อเนื่อง เพราะราคาน้ำมันลดลงอย่างมาก ส่งผลให้มูลค่าการนำเข้าของไทยลดลงตามไปด้วย

ดังนั้น จากตัวเลขทางเศรษฐกิจในไตรมาสแรก ชี้ให้เห็นว่าเกิดความไม่แน่นอนสูงมาก และเป็นเรื่องที่คาดการณ์ยากว่าแนวโน้มในอนาคตจะเป็นอย่างไร ดังจะเห็นได้จากที่ผ่านมารัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลต่างออกมาพูดไปในทิศทางเดียวกันว่าเศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัว แต่ตัวเลขเศรษฐกิจของธปท. ที่ประกาศออกมาสวนทางกับการคาดการณ์ของรัฐบาล สะท้อนให้เห็นว่ายังมีปัจจัยอื่นที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ และส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจโดยรวม

จากความไม่แน่นอนดังกล่าวนี้ ไม่เพียงแต่เกิดขึ้นเฉพาะกับเศรษฐกิจไทย เพราะแม้แต่สหรัฐก็ไม่แตกต่างกันมากนัก บางช่วงตัวเลขออกมาค่อนข้างสดใส แต่ต่อมาก็กลับทรุดตัวลง ซึ่งลักษณะเช่นนี้ของเศรษฐกิจเป็นอาการของความไม่สมดุลที่เกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจ อย่างเช่นในกรณีนี้ไม่ได้ยินเสียงบ่นจากธุรกิจท่องเที่ยว แต่ได้ยินเสียงบ่นจากภาคเกษตร สะท้อนว่าเศรษฐกิจไม่ได้กระเตื้องขึ้นพร้อมๆ กันในภาพรวม ซึ่งเป็นสิ่งที่ยุ่งยากในการบริหารจัดการ เพราะบางอย่างสามารถจัดการได้ แต่บางอย่างก็นอกเหนือการควบคุมของรัฐบาล เช่นตลาดส่งออก

ดังนั้น การบริหารเศรษฐกิจในภาวะเช่นนี้ ถือเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมากของรัฐบาล อาจไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร เพราะว่าความไม่แน่นอนค่อนข้างสูง ซึ่งเราก็เห็นว่ารัฐบาลน่าจะมาพิจารณาแก้ปัญหา โดยเน้นหนักไปที่บางภาคธุรกิจที่ประสบปัญหา และบางกรณีอาจไม่มีเวลาให้รัฐบาลมากนักในการตัดสินใจ ซึ่งเราเห็นว่าจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ธปท.ประกาศออกมาล่าสุด เป็นสัญญาณที่ชี้ให้เห็นว่าเราไม่สามารถชะล่าใจต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจได้