กรณีคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป (อียู) มีมติภาคทัณฑ์ หรือให้ใบเหลืองกับประเทศไทย
ซึ่งเป็นผู้ส่งออกอาหารทะเลรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก เพื่อแจ้งเตือนไทยอย่างเป็นทางการ ว่าต่อยังไม่มีมาตรการเพียงพอตามกฎระเบียบว่าด้วยการป้องกัน ต่อต้าน และขจัดการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ไร้การควบคุม หรือกฎระเบียบ (ไอยูยู) โดยเวลาอีก 6 เดือน เพื่อแก้ไขปัญหากิจการประมงผิดกฎหมาย ซึ่งขณะนี้รัฐบาลได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวตามมาตรการไอยูยู
ปัญหาการประมงของไทยมีมานานและมีความซับซ้อนอย่างมาก ไม่เพียงแค่การประมงที่ผิดกฎหมายเท่านั้น แต่ยังมีปัญหาการใช้แรงงานเถื่อน จนสื่อต่างชาติกล่าวว่าเป็นแรงงานทาสยุคใหม่ ซึ่งมีการเสนอข้อมูลและข่าวสารออกมามากมายเกี่ยวกับปัญหาประมงของไทย แต่ก็ไม่ปรากฏว่ามีการแก้ไขกันอย่างจริงจัง เป็นเพียงการปฏิเสธข้อกล่าวหาต่างๆจากหน่วยงานรัฐเท่านั้น คำถามก็คือที่ผ่านมา รัฐบาลไทยในอดีตนั้นดำเนินการอย่างไรต่อปัญหาเหล่านี้ และพยายามากน้อยแค่ไหนในการแก้ไข
ประเด็นปัญหาในระดับรัฐบาลยังมีความยุ่งยากมากขึ้นไปอีก เมื่อมีการยกเหตุผลทางเศรษฐกิจเพื่อให้เกิดการผ่อนปรน หรือทำให้หน่วยงานราชการไม่เข้าไปแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ซึ่งในอดีตนั้น เมื่อเกิดกรณีทำประมงผิดกฎหมายและแรงงานเถื่อน ก็มักจะถูกเหตุผลทางเศรษฐกิจบดบังการแก้ปัญหาอย่างแท้จริง ดังนั้นหากรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องการแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจังและเป็นประโยชน์ต่อประเทศในระยะยาวจะต้องมาให้ลำดับความสำคัญต่อประเด็นนี้
แน่นอนว่าผลกระทบเชิงเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมนั้นมีอย่างไม่ต้องสงสัย แต่กติกาเศรษฐกิจการเมืองโลกมีการต่อต้านประมงผิดกฎหมายและการใช้แรงงานอย่างไม่เป็นธรรมกำลังจะกลายเป็นกติกาสากลมากขึ้นเรื่อยๆและมีผลบังคับใช้กับทุกประเทศ ดังนั้นหากเป็นการแก้ปัญหาให้ได้จริง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตั้งลำดับความสำคัญของประเด็นที่เกิดขึ้นระหว่างเหตุผลในเรื่องความยั่งยืนและแรงงานผิดกฎหมาย กับเหตุผลเรื่องเศรษฐกิจว่าเราจะจัดอันดับความสำคัญอย่างไร
หากรัฐบาลเลือกเอาเหตุผลทางเศรษฐกิจมาก่อนเป็นอันดับแรก โดยพยายามแก้ไขปัญหาแบบโอนอ่อนผ่อนตามเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ เราก็เชื่อว่าในที่สุดแล้วปัญหาก็ไม่สามารถแก้ไขได้ จนในที่สุดก็จะกลับมาเป็นปัญหาของไทยในที่สุด แต่หากรัฐบาลให้ความสำคัญในเรื่องกฎหมายและการใช้แรงงานมาก่อน โดยจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ก่อนเหตุผลทางเศรษฐกิจ เราก็เชื่อว่าจะทำให้อุตสาหกรรมประมงไทยได้รับการยอมรับและสภาพการจ้างงานในอุตสาหกรรมนี้ก็จะเป็นไปอย่างถูกต้องมากขึ้น
เมื่อนายกรัฐมนตรีประกาศให้เรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ และต้องการรื้อกฎกติกาการทำประมงใหม่ทั้งหมด จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องกำหนดนโยบายให้ชัดเจนว่าจะให้ความสำคัญในเรื่องของกฎหมายและแรงงานก่อนเป็นอันดับแรก โดยเรื่องเศรษฐกิจเป็นเรื่องรองลงไป ซึ่งการกำหนดนโยบายให้ชัดก็จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถทำงานได้อย่างชัดเจนโดยไม่จำเป็นต้องโอนอ่อนตามผู้ประกอบการหากมีการอ้างเหตุผลทางเศรษฐกิจขึ้นมาบังหน้า และจะต้องสร้างความเข้าใจว่านี่เป็นเรื่องใหญ่หากประเทศของเราจะก้าวไปข้างหน้า
เราเห็นว่าหากรัฐบาลจัดอันดับความสำคัญเพื่อใช้ในการทำงานระดับล่าง ปัญหาต่างๆน่าจะคลี่คลายลง ซึ่งหากรัฐบาลทั้งปัจจุบันและในอนาคตดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจังต่อไป เราเชื่อว่าจะช่วยให้เป็นแบบอย่างกับอุตสาหกรรมอื่นที่มีการใช้แรงงานผิดกฎหมาย เราต้องตระหนักว่าปัญหาเรื่องกฎหมายและการใช้แรงงานจะเป็นเรื่องใหญ่มากหากเราต้องการพัฒนาประเทศไปข้างหน้าตามที่รัฐบาลประกาศไว้ว่าจะก้าวให้พ้นกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง ซึ่งเราจะก้าวไปถึงขั้นนั้นได้ เราจะต้องก้าวให้พ้นปัญหาเหล่านี้ให้ได้ หาไม่แล้วเราก็ย่ำอยู่กับที่และไม่อาจยกระดับประเทศได้









