วันที่ 25 เม.ย. เป็นวันมาลาเรียโลก เป็นโอกาสที่จะพิจารณาสถานการณ์และย้ำเตือนถึงความเร่งด่วนในการต่อสู้กับโรคดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
การควบคุมการระบาดของมาลาเรียมีความก้าวหน้าเป็นอย่างมากทั่วโลกในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ระหว่างปี 2543 ถึง 2556 อัตราการเสียชีวิตจากมาลาเรียลดลงร้อยละ 47 สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ถึง 4.3 ล้านคน 64 ประเทศประสบความสำเร็จในการลดการระบาดและผลกระทบจากโรคดังกล่าว และ 55 ประเทศกำลังจะบรรลุเป้าหมายในการลดผลกระทบจากโรคให้ได้ร้อยละ 75 ในปี 2558
อย่างไรก็ตาม ในช่วงทศวรรษล่าสุด ความก้าวหน้าดังกล่าวกำลังเผชิญกับการคุกคามทั้งในเรื่องของการดื้อยามาลาเรียของปรสิตที่เป็นสาเหตุของโรคและประสิทธิภาพของยากำจัดยุงที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย
ปัจจุบัน มีการยืนยันแล้วว่าในกลุ่มประเทศภูมิภาคลุ่มน้ำโขง 5 ประเทศ รวมทั้งไทย พบการดื้อยา Artemisinin ของปรสิต ซึ่งเป็นยาชนิดหนึ่งที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยมาลาเรีย การค้นพบยีนดื้อยาชนิดนี้ของนักวิจัยสถาบันปาสเตอร์ปารีสและกัมพูชาเป็นประโยชน์ต่อการสังเกตพัฒนาการการดื้อยา การดื้อยาดังกล่าวซึ่งปรากฏในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังระบาดสู่ประเทศเพื่อนบ้านของอินเดีย และอาจขยายไปยังส่วนอื่นๆ ของโลกเช่นเดียวกันกับการดื้อต่อการรักษามาลาเรียก่อนหน้านี้ อาจไปถึงแอฟริกาใต้สะฮารา (ซึ่งมีผู้เสียชีวิตจากมาลาเรียหลายแสนคนต่อปี โดยเฉพาะในเด็ก) และลาตินอเมริกา หากการดื้อยาระบาดไปถึงที่นั่นแล้ว การรักษาแบบวิธีดั้งเดิมจะลดประสิทธิภาพลง
ในส่วนของการต้านทานของยุงพาหะมาลาเรียต่อยากำจัดแมลงที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย มีการค้นพบการต้านทานหลายระดับใน 64 ประเทศซึ่งโรคดังกล่าวแพร่ระบาดเป็นประจำ และการต้านทานนี้มีระดับที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในแอฟริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และลาตินอเมริกา
การต่อสู้กับโรคมาลาเรียจึงเป็นการท้าทายทั้งในเรื่องของความเร่งด่วนทางด้านสาธารณสุข และการแก้ปัญหาซึ่งเกิดขึ้นจากวิวัฒนาการของการต้านทานต่อยา
องค์การอนามัยโลก กองทุนโลกเพื่อต่อสู้โรคเอดส์ วัณโรคและมาลาเรีย (ซึ่งฝรั่งเศสเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนรายใหญ่เป็นลำดับที่สอง จำนวน 360 ล้านยูโรต่อปี) มูลนิธิบิลและเมลินดา เกตส์ ออสเตรเลีย และหุ้นส่วนระดับชาติและนานาชาติจำนวนมากเสนอและดำเนินมาตรการแก้ไขที่เหมาะสม กรณีในไทยเช่นเดียวกับในประเทศเพื่อนบ้านอันได้แก่ ลาว เมียนมาร์ กัมพูชา และเวียดนาม มีการดำเนินโครงการระดับภูมิภาคเพื่อต่อสู้การดื้อยา Artemisinin ด้วยการสนับสนุนทางการเงินจากกองทุนโลก มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มวิธีที่จะต่อสู้กับมาลาเรียในพื้นที่ของแต่ละประเทศ และเพื่อให้เกิดโครงการข้ามพรมแดน การระบาดของโรคมาลาเรียไม่จำกัดพื้นที่ พื้นที่ที่โรคดังกล่าวชุกชุมมักเป็นพื้นที่ป่า การป้องกัน (โดยเฉพาะการแจกมุ้ง) และการรักษาฟื้นฟูได้รับการสนับสนุนทางการเงินเพิ่มขึ้น เพื่อปูทางไปสู่การกำจัดโรคดังกล่าว
ฝรั่งเศสสนับสนุนด้านการเงินการวิจัยทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับมาลาเรียในภูมิภาคเกือบ 1.5 ล้านยูโรแก่โครงการเกี่ยวกับการต้านทานยากำจัดแมลง ซึ่งดำเนินการโดย สถาบันปาสเตอร์ลาวร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพฯ และสถาบันของฝรั่งเศสสองแห่ง อันได้แก่ IRD และ CIRAD และโครงการการศึกษาเรื่องการกำจัดมาลาเรียซึ่งดำเนินการในไทย กัมพูชา และลาว โดยมหาวิทยาลัยมหิดล และศูนย์วิจัยมาลาเรียโซโกล (Shoklo Malaria Research Unit : SMRU) อำเภอแม่สอด ซึ่งบริหารงานโดย ศาสตราจารย์ ฟรองซัวร์ นอสเตน (Prof. François Nosten)
ระหว่างงานประชุมวิทยาศาสตร์ที่จัดขึ้นเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาที่กรุงเทพฯ นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญมาลาเรียได้ย้ำเตือนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการร่วมมือกันต่อสู้กับมาลาเรียอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะต้องเพิ่มจำนวนการวิจัยตลอดจนการลงพื้นที่ด้วยการสนับสนุนของภาครัฐและความร่วมมือของชุมชนต่อการดำเนินการ
การขับเคลื่อนเป็นสิ่งจำเป็นอย่างไม่ต้องสงสัย ฝรั่งเศสยังคงมุ่งมั่นในเรื่องดังกล่าวอย่างไม่ลดละ
-----------
นักเขียน :
ตีแยรี วีโต
เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย









