วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปัญหาทางปฏิบัติ ว่าด้วยปัญหาที่ดินทำกิน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)

 ประกาศว่าจะใช้มาตรา 44 ซึ่งกำลังถูกตั้งคำถามอยู่ในขณะนี้ เพื่อแก้ปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกรทั่วประเทศ โดยล่าสุดได้ใช้อำนาจมาตราดังกล่าวมาจัดสรรที่ดินกว่า 7 พันไร่ให้กับชุมชนในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นลักษณะของการให้อนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ที่อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ มีผู้ได้รับประโยชน์จากการจัดสรรครั้งนี้ 1,235 ครัวเรือน

การจัดสรรที่ดินดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ ตั้งแต่เริ่มเข้าบริหารประเทศ ในขณะเดียวกันทหารและเจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เข้าตรวจพื้นที่หลายแห่งในเขตป่าสงวน หรือ เป็นเขตที่เคยมีการจัดสรรที่ดินทำกินให้กับประชาชนไปแล้ว โดยล่าสุดทำการตรวจรีสอร์ทชื่อดังบริเวณเขาใหญ่ ก็พบว่ามีการครอบครองที่ดินอย่างไม่ถูกต้องนัก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งเข้าตรวจสอบที่ดินบริเวณอื่นของประเทศ

การตรวจพื้นที่และดำเนินคดีกับผู้ครอบครองอย่างผิดวัตถุประสงค์ในที่ดินของรัฐนั้น เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทุกรัฐบาล และเมื่อมีการตรวจพบความผิดเกิดขึ้น ก็มักจะมีผู้เกี่ยวข้องไม่กี่กลุ่มเท่านั้นที่เข้าไปหาประโยชน์จากที่ดินของรัฐ หากเป็นกรณีใหญ่ๆและมีที่ดินแปลงใหญ่ โดยมีโอกาสสร้างมูลค่าเศรษฐกิจ ก็จะพบว่ามีนายทุน นักการเมือง ทั้งท้องถิ่นและระดับชาติ และอีกส่วนที่สำคัญคือเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งทำให้การได้มาที่ดินกลายเป็นเรื่องถูกกฎหมายและมีความชอบธรรม

อันที่จริง การแก้ปัญหาที่ดินทำกินเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตกมานาน และดูเหมือนยิ่งแก้ก็ยิ่งสร้างปัญหาใหม่ตามมา อาทิ เมื่อรัฐบาลหาที่ดินทำกินในพื้นที่ป่าสงวนที่เป็นพื้นที่รกร้างว่างเปล่า ก็จะพบว่ามีการหาช่องทางการขายสิทธิการใช้ที่ดิน และมีการเปลี่ยนมือให้กับนายทุนหรือนักการเมืองท้องถิ่น แม้แต่นักการเมืองระดับชาติ นั่นหมายความปัญหาที่ดินทำกินก็แก้ไม่ได้ ในขณะเดียวกับประชาชนที่ได้รับการจัดสรร ก็จะไปบุกเบิกป่าแห่งใหม่ และทำให้เกิดปัญหาใหม่ตามมา

หากติดตามนโยบายการแก้ปัญหาที่ดินทำกินของประชาชน ที่ไร้ที่ดินทำกินตั้งแต่ต้น เราจะเห็นได้ว่ามีปัญหาในหลายระดับและเกี่ยวพันกันไปหมดจนไม่รู้ว่าจะแก้ไขอย่างไร อาทิ รัฐบาลในบางยุคได้พยายามหาพื้นที่นำร่องเป็นต้นแบบการแก้ปัญหาให้กับพื้นที่อื่น แต่ลักษณะปัญหาแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน จนยากที่หาสูตรสำเร็จในการแก้ปัญหาได้ อีกทั้งบางกรณีเกี่ยวข้องกับอิทธิพลทางการเมือง ก็ยิ่งทำให้การแก้ปัญหามีความล่าช้าและบางกรณีก็แทบไม่สามารถเปลี่ยนแปลงใดๆได้

ดังนั้น แนวทางของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ในการแก้ปัญหาที่ดินทำกินนั้น ไม่ถือว่าเป็นนโยบายหรือแนวทางแก้ปัญหาใหม่ แต่สิ่งที่อาจแตกต่างกันคือการปฏิบัติ หากรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ดำเนินการอย่างจริงจังกับผู้กระทำความผิด โดยเฉพาะกลุ่มนายทุนและผู้มีอิทธิพลทางการเมือง เราก็เชื่อว่าปัญหาต่างๆก็คลี่คลายไปได้มาก เพราะหากตรวจสอบกันจริงๆแล้ว ตัวการสร้างปัญหาอาจไม่ใช่ชาวบ้านที่ไร้ที่ทำกิน แต่เกิดจากอิทธิพลภายนอกที่เข้าไปหาประโยชน์

เราเชื่อว่าปัญหาการแก้ไขเรื่องที่ดินทำกินนั้นสามารถทำได้ เพราะขณะนี้แทบไม่ต้องอธิบายกันเลยว่าพื้นที่ใดมีปัญหาอะไร และต้นเหตุของการไม่มีที่ดินทำกินคืออะไร เนื่องจากสังคมไทยมีความรู้เรื่องนี้มานานแล้ว แต่ปัญหาสำคัญคือการปฏิบัติอย่างตรงไปตรงมา และความต่อเนื่องของแนวทางปฏิบัติ เพราะสิ่งนี้คือหัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาที่ดินทำกิน หากไม่ดำเนินการอย่างจริงจังก็แก้ไม่ได้ และหากไม่มีความต่อเนื่อง เมื่อเปลี่ยนรัฐบาล ปัญหาเดิมก็กลับมาให้เห็นอีกครั้ง