ผ่าลูกศรที่สาม Abenomics

ผ่าลูกศรที่สาม Abenomics

ไตรมาสแรกของปี 2015 นับเป็นช่วงเวลาที่การปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจหรือลูกศรที่สามของนโยบาย Abenomics ของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น นายชินโซ อาเบะ

มีความคืบหน้าไปมากที่สุดนับตั้งแต่มีการกระตุ้นเศรษฐกิจมากว่า 3 ปี บทความนี้จะขอกล่าวถึงโครงการต่างๆ ในลูกศรที่สามโดยย่อ ดังนี้


หนึ่ง การเปิดเสรีภาคเกษตรให้มีการแข่งขันมากยิ่งขึ้น


รัฐบาลญี่ปุ่นได้มีความพยายามในเรื่องนี้อยู่ 2 ประการ ได้แก่ การลดกำแพงภาษีสินค้าเกษตรบางประเภท ดังรูปที่ 1 เพื่อให้มีการแข่งขันมากยิ่งขึ้น และ ทำการรวบรวมการใช้พื้นที่ดินซึ่งกระจัดกระจายไม่เป็นระบบและมีผลิตผลต่ำให้มีความเป็นระบบมากขึ้น


ทั้งนี้ จะมีการออกกฎหมายเพื่อที่จะสร้าง ‘Farmland Banks’ ในการทำให้เป็นตัวกลางในการเช่าพื้นที่ภาคเกษตร


สอง การปฏิรูประบบธรรมาภิบาล


วัตถุประสงค์เพื่อสร้างระบบแข่งขันให้กับบริษัทเอกชนในญี่ปุ่น ผ่านกลไก Stewardship Code และ JPX-Nikkei 400 ได้แก่


ทางที่หนึ่ง ผ่านกฎหมายที่ชื่อว่า Stewardship Code (SC) ของญี่ปุ่นสนับสนุนให้นักลงทุนสถาบัน อาทิ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม ทำหน้าที่ในฐานะของผู้ถือหุ้นอย่างแข็งขันผ่านการสนทนาอย่างเป็นทางการกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ทั้งนี้ หากนักลงทุนตัดสินใจที่จะปฏิบัติตาม SC ก็จะต้องเปิดเผยนโยบายการโหวตและผลการโหวตของตนเองต่อบริษัทที่ได้เข้าไปลงทุน


ทางที่สอง ผ่านดัชนี JPX-Nikkei 400 ณ วันนี้ ได้ลงนามให้นักลงทุนกว่า 200 แห่ง บังคับให้บริษัทมี ROE ที่สูงขึ้น รวมถึงการจัดทำดัชนี JPX-Nikkei 400


ทั้งนี้ รายละเอียดของการจัดทำดัชนี JPX-Nikkei 400 ซึ่งตั้งขึ้นโดยตลาดหุ้นญี่ปุ่นช่วงต้นปีที่แล้ว มีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกบริษัท 400 แห่ง เพื่อที่จะสร้างกลไกแรงจูงใจให้มีธรรมาภิบาลที่ดีและมีผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้นที่สูงขึ้น


โดยให้น้ำหนักของการพิจารณาของผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้นหรือ ROE และกำไรจากผลประกอบการ รวมถึงมูลค่าหุ้นในตลาดหรือ Market Capitalization ไว้อย่างละร้อยละ 40 ที่เหลือ เป็นการให้บริษัทเหล่านี้มีคณะกรรมการบริษัทอิสระจากภายนอกอย่างน้อย 2 ท่าน ทั้งนี้ บริษัททั้ง 400 แห่งดังกล่าว จะมีการทบทวนทุกๆ ปี โดยหากพิจารณาผลประกอบการที่ผ่านมาของอีทีเอฟของดัชนีดังกล่าวจะให้ผลตอบแทนสูงกว่าดัชนีนิเคอิอยู่ราวร้อยละ 2


ผลจากความพยายามดังกล่าว ณ ตอนนี้ ร้อยละ 74 ของบริษัทขนาดใหญ่ในตลาดหุ้นญี่ปุ่นมีคณะกรรมการอิสระในบอร์ดของบริษัทอย่างน้อย 1 ท่าน ณ เดือนมิถุนายน 2014 ที่น่าสนใจคือ 4 บริษัทขนาดใหญ่มีบอร์ดคนนอกเป็นครั้งแรก ดังตาราง




สาม การเปิดเสรีการผลิตไฟฟ้า


เพื่อที่จะขจัดการผูกขาดด้านการผลิตไฟฟ้า ทางการญี่ปุ่นได้มีการสร้างระบบการผลิตไฟฟ้าที่มีการแข่งขันกันระหว่างบริษัทต่างๆ ในระดับชาติ ในปีนี้ จะมีการออกกฎหมายบังคับให้ distributor ต้องไม่มีความเกี่ยวข้องกับ supplier


สี่ ปฏิรูประบบบำนาญ


โดยนายกฯอาเบะ ได้พยายามผลักดันให้กองทุนบำนาญแห่งชาติลงทุนในหุ้นมากขึ้น ทว่าถูกแรงต้านจนต้องถอยกลับมา ล่าสุด ได้สามารถผลักดันให้กองทุนบำนาญสาธารณะขนาดใหญ่ 2 แห่งลงทุนในหุ้นให้ได้มากขึ้นเป็นที่เรียบร้อย


ห้า National Strategic Zones หรือ การจัดโซนนิ่งพื้นที่พิเศษเชิงกลยุทธ์ระดับชาติ เพื่อที่จะดึงดูดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือ FDI และกิจกรรมต่างๆ ของบริษัทข้ามชาติ ด้วยการผ่อนคลายภาคบริการอย่าง การแพทย์ การจ้างงาน การศึกษาและการเกษตร ซึ่งได้แบ่งเป็น 6 โซนทั่วญี่ปุ่นในเดือนมีนาคม 2014 โดยล่าสุดได้มีการลดภาษีของเงินลงทุนค่าใช้จ่ายสินค้าทุน หรือ CAPEX และ งบวิจัยและพัฒนา ทั้งนี้ แต่ละโซนจะพัฒนาตามความต้องการของท้องถิ่นต่างๆ


เริ่มจากโตเกียวจะลงทุนในธีมของโอลิมปิก 2020 ซึ่งได้มีการเร่งการปฏิรูปการทำงานของทีมงานเพื่อจะมหกรรมกีฬาออกมาให้ดีที่สุด ส่วนในเมืองใหญ่อื่นๆ ได้มีการประกาศเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2014 ให้มีการต้อนรับหมอกับนางพยาบาลต่างชาติจากต่างชาติและใช้ยาขนานใหม่ๆ รวมถึงบรรดาคุณแม่สามารถหาแม่บ้านมาช่วยดูแลลูกของตนเองได้ และให้มี One-stop service สำหรับนักลงทุนต่างชาติ ท้ายสุด จะสร้างให้โตเกียวเป็นศูนย์กลางการเงินแห่งใหม่


หก การเพิ่มแรงงานป้อนให้ตลาดในญี่ปุ่น จากรูปที่ 2 จะเห็นได้ว่าแรงงานของเพศชายสูงขึ้นเรื่อยๆ การ สร้างระบบสนับสนุนให้ผู้หญิงและชาวต่างชาติเข้ามาในตลาดแรงงาน จะช่วยให้แรงงานของญี่ปุ่นที่ขาดแคลนอยู่มีมากขึ้น ทั้งนี้ ทางการญี่ปุ่น ได้เตรียมออกกฎหมายและข้อกำหนดระบบบำนาญที่เอื้อให้ผู้หญิงและชาวต่างชาติอยากเข้าตลาดแรงงานในญี่ปุ่น


ในปี 2015 น่าจะเป็นปีทองของลูกศรที่สามสำหรับนโยบาย Abenomics ครับ


---------------------------------
หมายเหตุ หนังสือเล่มล่าสุดด้านการลงทุนด้วยข้อมูลเชิงมหภาคของผู้เขียน “เล่นหุ้นในไทย รวยไกลรอบโลก” เริ่มวางจำหน่ายทั่วประเทศแล้ว และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ได้ที่ www.facebook.com/MacroView และ LINE ID: MacroView ครับ