จังหวัดที่น่าลงทุนด้านธุรกิจท่องเที่ยวมากที่สุดของประเทศไทย!

จังหวัดที่น่าลงทุนด้านธุรกิจท่องเที่ยวมากที่สุดของประเทศไทย!

เมื่อคราวที่แล้ว ผู้เขียนได้เสนอรายชื่อจังหวัด 40 ลำดับแรกที่น่าลงทุนไปแล้ว โดยการจัดลำดับนี้เป็นผลการศึกษาที่สนับสนุนโดย กองประสานการลงทุน

ฝ่ายลงทุนธุรกิจท่องเที่ยว ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) วันนี้เรามาคุยกันถึงที่มาของการจัดลำดับ และนโยบายที่ควรใช้ในการยกระดับศักยภาพของแต่ละจังหวัดท่องเที่ยวที่สำคัญ


การจัดลำดับดัชนีความน่าลงทุนอาศัยดัชนีย่อย 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือ ดัชนีด้านศักยภาพทางตลาด และดัชนีศักยภาพของอุปทานการรองรับ ซึ่งขั้นตอนการทำก็คือ การดูดัชนีแนวโน้มตลาดก่อน ซึ่งอาศัยตัวแปร 9 ตัว เช่น การขยายตัวของนักท่องเที่ยว อัตราการเข้าพัก ค่าใช้จ่ายประเภทต่างๆ ฯลฯ เมื่อได้ค่าคะแนนมาแล้ว ตัดกลุ่มที่มีศักยภาพต่ำออก จาก 79 จังหวัดเหลือ 41 จังหวัด แล้วนำค่าคะแนนของแนวโน้มตลาดไปรวมกับค่าคะแนนความผันผวนตลาด ทำให้ได้ดัชนีรวมด้านดีมานด์ ในด้านศักยภาพด้านซัพพลายใช้กลุ่มตัวชี้วัด 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 กลุ่มสิ่งดึงดูดใจ กลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานและทรัพยากรมนุษย์ กลุ่มที่ 3 กลุ่มสภาพแวดล้อม ซึ่งรวมตัวแปรด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และทางสุขอนามัยดัชนีรวมแต่ละด้านจะแสดงใน ตารางที่ 1


จากตารางจะเห็นว่า ในจังหวัดท่องเที่ยวยอดนิยมที่ติดทะเล ดัชนีด้านอุปสงค์อยู่ในลำดับสูงกว่าอุปทานทั้งสิ้น หมายความว่า อุปทานกำลังรองรับตามไม่ทันอุปสงค์แล้ว ยกตัวอย่างเช่น ภูเก็ต ชลบุรี สุราษฎร์ธานีที่ค่าคะแนนโอกาสทางการตลาดล้ำหน้าศักยภาพการรองรับไปมาก ชวนให้คิดว่าจังหวัดเหล่านี้เริ่มมีปัญหาสภาพแวดล้อม กระบี่จัดเป็นจังหวัดน่าลงทุน แต่มีความพร้อมด้านกายภาพ (ลำดับ 7) ต่ำกว่าโอกาสทางการตลาด (ลำดับ 3) ส่วนพังงาเป็นจังหวัดน่าลงทุนลำดับ 23 สาเหตุที่พังงามีลำดับต่ำกว่าความคาดหมายมากมาจากความไม่พร้อมด้านซัพพลายคือ ตกไปอยู่ลำดับที่ 31 (จึงไม่อยู่ในตาราง) ทั้งๆ ที่พังงาอยู่ในลำดับ 7 ของโอกาสทางตลาด พังงาจึงเป็นจังหวัดที่รัฐควรต้องเพิ่มการลงทุนด้านสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก ยกตัวอย่างเช่น ท่าเรือ เดี๋ยวนี้ท่าเรือท่องเที่ยวที่ปากบารา จังหวัดสตูลก็ดีกว่าที่ทับละมุของพังงาแล้ว พังงาจึงมีเอกชนไปลงทุนน้อย เพราะเอกชนจะเข้าไปลงทุนมากๆ ก็ต่อเมื่อสาธารณูปโภคภาครัฐพร้อมมากกว่านี้


ส่วนเชียงใหม่ดัชนีด้านอุปทาน (ซัพพลาย) อยู่อันดับ 4 แต่ดัชนีอุปสงค์อยู่อันดับ 5 ว่า หมายความว่า ความฝันของคนท่องเที่ยวเชียงใหม่ยังไม่เป็นจริง เชียงใหม่เป็นจังหวัดเดียวในภาคเหนือที่ติด 10 อันดับแรกของดัชนีความน่าลงทุนและอยู่ในลำดับ 4 เชียงใหม่เป็นจังหวัดท่องเที่ยวหลักในภาคเหนือของประเทศไทยมาช้านานและได้รับการลงทุนด้านสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกและสิ่งดึงดูดใจมากที่สุด เช่น สนามบินนานาชาติ การลงทุนเพื่อจัดกีฬาซีเกมส์ การจัดงานระดับโลก ที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ หอประชุมนานาชาติ และไนท์ซาฟารี เป็นต้น รวมทั้งมีโอกาสได้หมีแพนด้าจากประเทศจีน อย่างไรก็ดี สิ่งที่เชียงใหม่เป็นได้ทุกวันนี้ก็แค่ หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของคนไทยและเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ 3 ดาวของนักท่องเที่ยวนานาชาติ ต่างจากภูเก็ตซึ่งสามารถดึงดูดรายได้จากการท่องเที่ยวทำให้รายได้ต่อหัวสูงกว่าเชียงใหม่ถึง 2.5 เท่า จึงนับเชียงใหม่ยังใช้ศักยภาพไม่เต็มที่สรุปสั้นๆ ก็คือ เชียงใหม่ไปไม่ถึงดวงดาว


เชียงรายอยู่ในลำดับ 16 ของจังหวัดน่าลงทุน มีดัชนีสูงทุกตัวยกเว้นสิ่งดึงดูดใจคือ ขาดความโดดเด่นในภาพรวมทั้งๆ ที่เชียงรายเป็นเมืองหน้าด่านที่ต่างจากเมืองอื่นคือ มีแหล่งอารยธรรมโบราณ (เชียงแสน) และเป็นเมืองที่ศิลปินท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงทั้งในระดับสากลและระดับชาติได้กลับมาร่วมยกระดับเมืองเชียงราย ให้เป็นเมืองแห่งศิลปะ มีดอยตุงและยังมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จัดอีเว้นท์ระดับชาติจนเชียงรายกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจหนึ่งของนักท่องเที่ยว แต่ขาดแบรนด์ในภาพรวม เชียงรายน่าจะขายความเป็น Art and Garden City ได้ในระยะยาวถ้าทุกภาคส่วนสามารถมีการลงทุนไปในทิศทางเดียวกับอนาคตของเมือง ก็จะทำให้เชียงรายงานเมืองแห่งพฤกษาหน้าหนาวได้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น


อุดรธานีเป็นจังหวัดที่จัดอยู่ในลำดับที่ 10 ของจังหวัดน่าลงทุนของประเทศ และเป็นลำดับ 2 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รองจากขอนแก่นซึ่งอยู่ในลำดับ 8 อุดรธานีก็มีศักยภาพการรองรับสูงกว่าตลาด หมายความว่า ยังผลักดันด้านตลาดได้อีก


อุดรธานีเป็นศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์ของอีสานตอนบน มีแหล่งท่องเที่ยวค่อนข้างกระจายและขนาดเล็ก จึงไม่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวแบบ mass แต่เหมาะกับการท่องเที่ยวแบบพักผ่อนและเปลี่ยนบรรยากาศตาม Life style ของผู้มีฐานะจากลาว และในจังหวัดใกล้เคียง


คราวหน้าลองมาดูรายละเอียดของดัชนีอุปสงค์อุปทานกันนะคะ