สีจิ้นผิงประกาศเปิดศึกกับ ‘2 มลพิษ’ ที่คุกคามชาติ

สีจิ้นผิงประกาศเปิดศึกกับ ‘2 มลพิษ’ ที่คุกคามชาติ

ผู้นำจีนประกาศเสียงดังฟังชัด ว่านโยบายสูงสุดของรัฐบาลจีนวันนี้คือการจัดการกับ “มลพิษ” 2 เรื่องใหญ่

นั่นคือ มลพิษทางการเมือง” และ มลพิษสิ่งแวดล้อม

สีจิ้นผิงเป็นทั้งประธานาธิบดี, เบอร์หนึ่งของพรรคคอมมิวนิสต์ และผู้กุมบังเหียนกองทัพ

หรือพูดอีกนัยหนึ่งเขาคือ คนกุมอำนาจเบ็ดเสร็จของจีนวันนี้ ดังนั้นแนวทางการปราบ มลพิษ สองด้านจึงเป็นนโยบายใหญ่ที่เผชิญกับการท้าทายไม่น้อย

หากเติ้งเสี่ยวผิงสร้างชื่อด้วยวลีเด็ดที่ว่า “แมวสีอะไรไม่สำคัญ ขอให้จับหนูได้ก็ถือเป็นแมวที่ดี” สีจิ้นผิง ก็กำลังจะสร้างตำนานตนเองด้วยคำขวัญที่ว่า

  “เราต้องปราบคอร์รัปชันด้วยการจับทั้งเสือตัวใหญ่และแมลงวันตัวน้อย

หมายความว่าหากจะจัดการกับเรื่องทุจริตประพฤติมิชอบ ก็ต้องไม่กลัวหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน ต้องจับทั้งปลาเล็กปลาใหญ่

เขายืนยันว่าการสอดส่องดูแลความประพฤติคนของรัฐนั้น จะต้องไม่มีข้อยกเว้น ยิ่งเป็นคนของพรรคคอมมิวนิสต์ก็ยิ่งต้องเอาจริง

วันก่อน สีจิ้นผิง ไปตรวจงานต่างจังหวัด ได้รับรายงานความคืบหน้าการพัฒนาเศรษฐกิจของท้องถิ่น ซึ่งมีผลทางด้านบวกไม่น้อยขณะที่การรณรงค์ต่อต้านคอร์รัปชันในระดับชาติไปถึงระดับล่างยังเดินหน้าอย่างขมักเขม้น

เขาบอกว่าการที่เศรษฐกิจเดินหน้าไปอย่างดี ขณะที่มีการต่อต้านการโกงกินนั้น แสดงว่าการต่อต้านเรื่องฉ้อฉลไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ

ตรงกันข้ามกับความเชื่อของคนบางหมู่บางเหล่าว่า หากรัฐบาลเดินหน้าปราบนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐที่โกงกิน ก็จะมีผลทำให้เศรษฐกิจหยุดชะงัก เพราะบางคนเปรียบเทียบการให้สินบนเป็นเสมือน น้ำมันหล่อลื่นเศรษฐกิจ หากปราบคนโกง เครื่องยนต์เศรษฐกิจของประเทศก็จะติดขัด

ผู้นำจีนต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่า ความจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่

ความจริงในเมืองไทยก็มีคนพูดถึงทฤษฎีนี้อยู่เหมือนกัน บางคนอ้างว่าการเคร่งครัดกับการจับคนโกงทำให้งบประมาณของรัฐไม่ลื่นไหลอย่างที่ควรจะเป็น แต่หลายคนก็แย้งว่านี่เป็นข้ออ้างของคนทำงานไร้ประสิทธิภาพมากกว่า เพราะหากไม่มีการเรียกร้องเงินใต้โต๊ะ ไม่มีการเรียกค่าน้ำร้อนน้ำชา งานการของรัฐก็ควรจะเดินหน้าได้คล่องแคล่วกว่าเดิม

จัดการกับ มลพิษทางการเมืองยังไม่พอ ผู้นำจีนเดินหน้าปราบ มลพิษสิ่งแวดล้อมอย่างเอาเป็นเอาตายด้วย

เพราะเขารู้ว่าหากคุณภาพชีวิตของคนจีนยังย่ำแย่ สิ่งแวดล้อมถูกทำลายในกระบวนการพัฒนาทางเศรษฐกิจ และสุขภาพของคนจีนสึกกร่อนเพราะมาตรฐานสิ่งแวดล้อมต่ำกว่าที่ควรจะเป็น รัฐบาลก็ไม่อาจจะฝันเห็นเสถียรภาพทางการเมืองและสังคมได้เลย

ปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมของเมืองจีนเป็นประเด็นร้อนแรง และอยู่ในภาวะย่ำแย่ไม่ต่างกับเรื่องคอร์รัปชัน ที่รุนแรงกว่าเพราะมลพิษสิ่งแวดล้อมกระทบชีวิตประจำวันของทุกคน และมีให้เห็นอย่างโจ๋งครึ่มตลอดเวลาขณะที่ความประพฤติมิชอบนั้นยังแอบ ๆ ซ่อน ๆ ไกลหูไกลตาชาวบ้าน หลายเรื่องก็จับมือใครดมไม่ได้

สีจิ้นผิงจึงต้องลงมือจัดการกับ มลพิษทั้งสองประการ ซึ่งเป็นงานหินอย่างยิ่ง และต้องเจอกับแรงต้านที่ไม่เปิดเผยอย่างหนักหน่วง

แต่เมื่อขึ้นหลังเสือและเป็นเสือดุตัวใหญ่เสียด้วย...ก็ย่อมจะลงไม่ได้