สรุป ‘เหตุผลทางธุรกิจ’ ของวิถี ‘ธนาคารที่ยั่งยืน’

สรุป ‘เหตุผลทางธุรกิจ’ ของวิถี ‘ธนาคารที่ยั่งยืน’

ถึงแม้ว่าตลอดสามทศวรรษที่ผ่านมา ธนาคารหลายแห่งจะประกอบธุรกิจโดยยึดมั่นในหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน

แนวคิดและเหตุผลทางธุรกิจของ “การธนาคารที่ยั่งยืน” ก็ดูราวกับเพิ่งตกผลึกอย่างชัดเจนในทศวรรษแรกของศตวรรษที่ 21 นี้เอง


ในปี ค.ศ. 2007 บรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ (International Finance Corporation : IFC) องค์กรในเครือธนาคารโลกที่ปล่อยสินเชื่อให้กับภาคเอกชน สรุปในรายงาน “การธนาคารเพื่อความยั่งยืน” (Banking for Sustainability) ว่า ความยั่งยืนสำหรับภาคธนาคารนั้นมีองค์ประกอบที่สำคัญสองส่วนด้วยกัน -


“องค์ประกอบแรก คือ การจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์และในการปล่อยสินเชื่อ ...องค์ประกอบที่สอง คือ การค้นหาโอกาสการพัฒนาผลิตภัณฑ์เปี่ยมนวัตกรรมในสาขาใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน นั่นหมายถึงการสร้างผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่สนับสนุนการพัฒนาสินค้าและกิจกรรมเชิงพาณิชย์ที่สร้างประโยชน์ทางสังคมและสิ่งแวดล้อม


“โอกาสใหม่ๆ ที่กำลังเติบโตขึ้นเหล่านี้พัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง มีตั้งแต่พลังงานหมุนเวียน ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน กระบวนการผลิตและเทคโนโลยีสะอาด การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ไมโครไฟแนนซ์ บริการทางการเงินที่พุ่งเป้าไปยังกลุ่มสตรี และที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย โมเดลธุรกิจซึ่งตอบโจทย์เหล่านี้กำลังสร้างกลุ่มลูกค้าใหม่และตลาดใหม่ และกำลังช่วยให้สถาบันการเงินสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง เสริมสร้างชื่อเสียงในสายตาของลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียรายสำคัญ เข้าถึงแหล่งทุนใหม่ และสร้างความไว้วางใจและการสนับสนุนจากผู้มีส่วนได้เสีย”


วันนี้ทั่วโลกมีสถาบันการเงินจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่บูรณาการ “ความรับผิดชอบต่อสังคม” เข้าไปในการกำหนดกลยุทธ์ การปฏิบัติงาน และวัฒนธรรมองค์กร บางแห่งเรียกตัวเองว่า “ธนาคารเขียว” (green bank) เน้นการให้บริการทางการเงินกับโครงการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและโครงการฟื้นฟูระบบนิเวศ


การเติบโตของ “การธนาคารที่ยั่งยืน” ในแง่แนวคิดและวิถีปฏิบัตินั้นสอดคล้องกับกระแสที่คนตื่นตัวมากขึ้นเรื่อยๆ เกี่ยวกับผลกระทบเชิงลบจากการธนาคารที่ “ไม่ยั่งยืน” ธนาคารที่พยายาม “ยั่งยืน” จะค่อยๆ ยกเลิกการสนับสนุนธุรกิจหรือกิจกรรมที่ไม่ยั่งยืน อาทิ การผลิตพลังงานโดยใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล เพิ่มการสนับสนุนพลังงานหมุนเวียนและโครงการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแทน ธนาคารบางแห่งบนเส้นทางนี้สนับสนุนโครงการที่สร้างผลกระทบต่อสังคมเป็นบวก อาทิ สินเชื่อขนาดจิ๋วเพื่อบรรเทาปัญหาความยากจน บริการเพื่อผู้พิการที่เข้าถึงได้ ฯลฯ


ในขณะเดียวกัน มาตรฐาน แนวร่วม และรางวัลด้าน “การธนาคารที่ยั่งยืน” ก็เริ่มปรากฏและเติบโต มาตรฐานซึ่งเป็นที่รู้จักสูงสุดได้แก่ ชุดหลักอีเควเตอร์ (Equator Principles : EPs) ซึ่งถูกออกแบบมาเป็นมาตรฐานสำหรับการปล่อยสินเชื่อโครงการขนาดใหญ่ที่รับผิดชอบ สถาบันการเงินที่ลงนามรับหลักการชุดนี้จะต้องบูรณาการหลักอีเควเตอร์เข้ากับกระบวนการและขั้นตอนกลั่นกรองสินเชื่อภายในธนาคาร และจะไม่สนับสนุนโครงการที่ลูกค้าไม่ยอมทำหรือไม่สามารถทำตามหลักอีเควเตอร์ได้ เมื่อหันมามองด้านการยกย่อง หนังสือพิมพ์ ไฟแนนเชียล ไทมส์ ร่วมกับบรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ ก็ได้มอบรางวัล “การเงินที่ยั่งยืน” หรือ FT/IFC Sustainable Finance Awards สำหรับสถาบันการเงินและสถาบันจัดการลงทุนที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นประจำทุกปีนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2006 เป็นต้นมา


โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme : UNEP) ตีพิมพ์รายงานหลักปฏิบัติ “UNEP FI Guide to Banking & Sustainability” ในปี 2011 ซึ่งปัจจุบันมีสถาบันการเงินร่วมลงนามกว่า 200 แห่ง ก่อนหน้านั้นในปี 2009 ธนาคารที่มุ่งทำธุรกิจอย่างยั่งยืน 16 แห่งจากทั่วโลก ร่วมกันก่อตั้ง “แนวร่วมการธนาคารเน้นคุณค่าแห่งโลก” (Global Alliance for Banking on Values : GABV) เป็นเครือข่ายอิสระของธนาคารที่ใช้ผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินนำส่งการพัฒนาที่ยั่งยืนให้กับประชากรและชุมชนที่เข้าไม่ถึงการเงินในระบบ ตลอดจนปรับปรุงสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันแนวร่วมดังกล่าวมีสถาบันการเงินเป็นสมาชิก 25 แห่งจาก 25 ประเทศทั่วโลก เข้าถึงประชากรรวม 10 ล้านคน และดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด “ไตรกำไรสุทธิ” (Triple-Bottom-Line หมายถึงการมุ่งสร้างกำไรทางการเงินควบคู่ไปกับประโยชน์ทางสังคมและสิ่งแวดล้อม)


ในภาคปฏิบัติ วงการ “ธนาคารที่ยั่งยืน” วันนี้จะต้องพิสูจน์ผ่านการดำเนินธุรกิจในสองด้านหลักด้วยกัน ได้แก่ 1) การปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบ และ 2) การเสริมสร้างการเข้าถึงบริการทางการเงินของกลุ่มประชากรที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน


ผู้เขียนในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย “เหตุผลทางธุรกิจของการธนาคารที่ยั่งยืนในประเทศไทย” พบว่า ปัจจุบันวงการธนาคารพาณิชย์ไทยโดยรวมยังค่อนข้างล้าหลังทั้งสองด้าน แต่ธนาคารพาณิชย์ที่นำวิถีปฏิบัติของธนาคารที่ยั่งยืนไปประยุกต์ใช้น่าจะมีโอกาสทางธุรกิจหลายประการ โดยเฉพาะเมื่อคำนึงถึงความสนใจของธนาคารหลายแห่งที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในระดับภูมิภาค ภายหลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) ประกอบกับสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการบุกตลาดผู้มีรายได้น้อย จากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของการใช้สมาร์ทโฟนและเครือข่ายอินเทอร์เน็ต


โดยรวม คณะวิจัยสรุป “เหตุผลทางธุรกิจ” ของการเข้าสู่วิถีการธนาคารที่ยั่งยืนของธนาคารพาณิชย์ไทย ได้ในตาราง

หมายเหตุ: บทความข้างต้นเป็นส่วนหนึ่งจากรายงานวิจัย “เหตุผลทางธุรกิจของการธนาคารที่ยั่งยืนในประเทศไทย” โดยบริษัท ป่าสาละ จากัด มีผู้เขียนเป็นหัวหน้าโครงการ ดาเนินการภายใต้ทุนวิจัยจากมูลนิธิร็อกกีเฟลเลอร์ ขอเชิญทุกท่านที่สนใจประเด็นนี้เข้าร่วมงานเสวนาและงานแถลงเปิดตัวผลการวิจัย วันที่ 25 มีนาคม 2558 ณ โรงแรมฮิลตัน สุขุมวิท 24 อ่านรายละเอียดและลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์บริษัทป่าสาละ -