จะปฏิรูปภาคเกษตรได้หรือไม่

จะปฏิรูปภาคเกษตรได้หรือไม่

รัฐบาลกำลังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศ โดยพยายามเร่งออกมาตรการเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้ สิ่งที่รัฐบาลทำได้ในขณะนี้คือการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีออกมาให้มากที่สุด เพราะดูเหมือนเป็นภาคเดียวที่รัฐบาลสามารถควบคุมได้ ซึ่งดูเหมือนว่าอัตราการเบิกจ่ายมีสัดส่วนที่สูง แต่เม็ดเงินกระจายออกไปในวงกว้างเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศนั้นยังเป็นปัญหาสำคัญ กล่าวคือ มียอดการเบิกจ่าย แต่เบิกจ่ายจริงไม่มากนัก

แต่เศรษฐกิจภาครัฐ หรือเม็ดเงินจากงบประมาณแผ่นดิน ถือว่ามีสัดส่วนไม่มากนักเมื่อเทียบกับเศรษฐกิจภาคอื่นของประเทศ ดังนั้นจากภาวะที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เศรษฐกิจไทยมีปัญหาในเรื่องความเชื่อมั่น การบริโภคภาคเอกชนต่ำ อีกทั้งราคาสินค้าเกษตรตกต่ำต่อเนื่องมายาวนานจากปีก่อน ส่งผลต่อกำลังซื้ออย่างมากและในเมื่อสัดส่วนของภาครัฐมีค่อนข้างน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับภาคเศรษฐกิจทั้งหมด แม้จะเร่งเบิกจ่ายมากขึ้นเพียงใด แต่ส่วนอื่นไม่ฟื้นตัวกลับมาปกติ ก็ถือว่าการเบิกจ่ายไม่ได้ผล

หากติดตามปัญหาเศรษฐกิจของไทยในช่วงที่ผ่านมา ยกเว้นกรณีวิกฤติต้มยำกุ้งในปี 2540 จะเห็นได้ว่าเศรษฐกิจไทยผูกติดกับเศรษฐกิจอย่างแยกไม่ออก และนับวันจะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดยิ่งขึ้นจนถึงระดับรากฐาน ดังนั้นเมื่อเศรษฐกิจโลกชะลอตัวหรือเกิดวิกฤติขึ้นมาเหมือนในขณะนี้ ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยไปด้วย ส่วนความรุนแรงนั้นก็ขึ้นกับว่าคนกลุ่มใดมีความสัมพันธ์อย่างไรกับส่วนที่เป็นปัญหาของเศรษฐกิจระดับโลก ยิ่งใกล้ชิดกันมากก็ยิ่งได้รับผลกระทบมาก

ยกตัวอย่างกรณีภาคส่งออกของไทย ที่ต้องพึ่งพาตลาดโลกเป็นหลัก ทั้งสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่ราคาตกต่ำมา 2 ปี ซึ่งประชาชนในภาคเกษตรถือว่าเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ เมื่อราคาสินค้าเกษตรตกต่ำจึงกระทบต่อรายได้และกำลังซื้อเป็นลูกโซ่ แม้ว่าราคาน้ำมันที่เป็นต้นทุนหลักทั้งภาคอุตสาหกรรมและเกษตรจะลดลงอย่างมาก แต่ก็ไม่สามารถพยุงให้เศรษฐกิจระดับรากหญ้ากระเตื่้องขึ้นมาได้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอิทธิพลของเศรษฐกิจโลกต่อเศรษฐกิจไทยลงลึกอย่างมาก

อันที่จริง ผู้เชี่ยวชาญของรัฐบาลหลายยุคหลายสมัยต่างก็เผชิญกับภาวะเดียวกันทั้งสิ้น เพียงแต่ปัญหาที่เกิดขึ้นมีความหนักเบาต่างกันเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ทุกรัฐบาลจะมีนโยบายดูแลราคาสินค้าภาคเกษตร ในขณะเดียวกันก็มีแนวคิดที่จะแก้ปัญหาระยะยาวด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต หรือแม้แต่การผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการตลาด กล่าวคือ ทุกรัฐบาลมีผู้เชี่ยวชาญที่รู้ปัญหา ่แต่มีมาตรการแก้ต่างกันไปตามสถานการณ์

รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็เช่นเดียวกัน มีนโยบายลดต้นทุนภาคเกษตร การส่งเสริมปลูกพืชให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ตลอดจนสนับสนุนให้เกษตรกรลดพื้นที่เพาะปลูกพืชเกษตรบางประเภท แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ว่ามาตรการของรัฐบาลได้ผลหรือไม่ แต่สิ่งที่เห็นคือภาคเกษตรยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวต่อไป และกำลังส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ดังที่เป็นอยู่ในขณะนี้

ในเมื่อเศรษฐกิจไทยมีความเกี่ยวพันกับเศรษฐกิจโลกอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นต้องรีบแก้ปัญหาในเรื่องราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ขณะเดียวกันยังต้องหาทางแก้ปัญหาระยะยาว และหากติดตามดูมาตรการของรัฐบาลก็จะเห็นว่าไม่ต่างจากรัฐบาลก่อนหน้านั้น กล่าวคือ ขณะที่ปัญหาเฉพาะหน้าก็รุมเร้าอยู่ตลอดเวลา แต่ก็พยายามหาทางแก้ปัญหาระยะยาว ผลสุดท้ายเราก็อาจกลับไปสู่จุดเดิม การปฏิรูปภาคเกษตรซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญก็อาจต้องชะลอออกไปอย่างไม่มีกำหนด