แก๊งป่วน “หมูปิ้งนมสด”

แก๊งป่วน “หมูปิ้งนมสด”

เป็นธรรมดาที่ จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)

 จะต้องออกปกป้ององค์กร และเหล่าแกนนำว่า ไม่เกี่ยวข้องกับคดีบึ้มศาลอาญา รัชดา

เนื่องจาก “ตัวละคร” ที่่ถูกออกหมายจับชุดแรก 5 คนนั้น ค่อนข้างโนเนม โดยเฉพาะ “มหาหิน ขุนทอง” ที่ตำรวจ-ทหาร นำมาแถลงต่อสื่อมวลชน ดูเป็นคนบ้านๆ ไม่น่าจะคิดการใหญ่

“จตุพร” พยายามตั้งคำถามว่า ทำไมจับได้ทันที? และทำไมต้องให้ผู้ต้องหาใส่เสื้อแดง?

จริงๆแล้ว คำถามข้างต้นนั้น เทียบไม่ได้กับความเห็นของ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ที่เขียนวิจารณ์ขบวนการเสื้อแดงภายใต้การนำของ ทักษิณ-นปช. อย่างตรงไปตรงมา

  โดยเฉพาะประเด็น "การไม่กำจัดกิจกรรม "ใต้ดิน" ในหมู่เสื้อแดง!!

แกนนำ นปช. รู้ดีว่า กิจกรรมนอกลู่นอกทางในขบวนการคนเสื้อแดง ปรากฏอยู่เนืองๆ ด้วยเหตุนี้ จตุพร จึงย้ำแล้วย้ำอีกว่า นปช.ยืนยันการปกครองในระบอบเดียวเท่านั้นคือ ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข

จตุพรเองก็ทราบดีว่า มีคนบางกลุ่มยืนยันใน ระบอบประชาธิปไตยประชาชน

กรณีคำสารภาพของ “มหาหิน ขุนทอง” เกี่ยวกับอุดมการณ์ประชาธิปไตยประชาชน ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ ในหมู่คนเสื้อแดงจำนวนหนึ่ง มีการพูดถึงเรื่องนี้มานานแล้ว

ที่สำคัญ การออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 4 คน มีความสนใจยิ่ง

นั่นคือ วิชัย ตั้ม อยู่สุข ,นเรศ อินทรโสภา ,สรรเสริญ ศรีอุ่นเรือน และชาญวิทย์ จริยานุกูล

ผู้ต้องหาทั้ง 4 รายนี้ เป็นการขยายผลจากการสอบปากคำมหาหิน ขุนทอง ซึ่งกลุ่มนี้ มีการนัดหมายประชุมเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ในร้าน หมูปิ้งนมสด จ.ขอนแก่น

นัยว่าเพื่อวางแผนเคลื่อนไหวก่อเหตุความรุนแรง โดยอ้างการประชุมธุรกิจเกี่ยวกับน้ำดื่มบังหน้า และในที่ประชุมได้มีข้อสรุปจัดตั้ง “องค์กรภาคีภาคประชาชนเพื่อประชาธิปไตย”

ตัวละครหน้าใหม่ที่เป็นเจ้าของสถานที่จัดการประชุม มีที่ไปที่มา ไม่ธรรมดา!

  นเรศ อินทรโสภา หรือ ณเรศ อินทรโสภา เป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง เจ้าของบริษัทเอ็มพีโปรดักชั่น 2009 ,ธุรกิจขายตรง และธุรกิจหมูปิ้งนมสด

ในเฟซบุ๊คณเรศ อินทรโสภา ได้เล่าฉากชีวิตของตัวเองว่า “ชายคนนี้เกิดมาเป็นลูกกำพร้าอยู่วัดได้เรียนจบแค่ชั้น ป.6 แต่มีความฝันอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ จากความมุ่งมั่นที่ไม่หยุดยั้ง อึดอดทน กระตือรือร้น ไม่หยุดทำ สื่อสัตย์ต่อความคิดตัวเอง จนเขาเปลี่ยนตัวเองพลิกชีวิตจากเด็กวัด กำพร้า บ้านนอก ผันตัวเองสู่นักธุรกิจระดับประเทศ”

นเรศหรือณเรศ ในอีกบทบาทหนึ่งคือ ที่ปรึกษาพรรคพลังประเทศไทย และเขาได้เตรียมลงสมัคร ส.ส.ในเขตเลือกตั้ง จ.ขอนแก่น หรือ จ.อุดรธานี

พรรคพลังประเทศไทย เป็นพรรคการเมืองของคนเสื้อแดง ที่มี ดาชัย อุชุโกศลการ เป็นหัวหน้าพรรค โดยก่อนหน้านั้น ดาชัยเคยแกนนำหมู่บ้านเสื้อแดงภาคเหนือ และสมาชิกสภาจังหวัดลำปาง

ในช่วงที่มีการเตรียมการตั้งพรรคพลังประเทศไทย ทั้ง “โกตี๋ เรดการ์ด” และ “ลุงยิ้ม ตาสว่าง” ต่างก็ร่วมคิดร่วมกันสร้างพรรคกับดาชัย

ลำพังนักธุรกิจหนุ่มคนเดียว คงไม่น่าเชื่อว่า จะวาดฝันตั้งองค์กรการเมืองใหม่ แต่พลันที่ปรากฏชื่อของ สรรเสริญ ศรีอุ่นเรือน และ ชาญวิทย์ จริยานุกูล คนเดือนตุลาสายเหนือ (มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) ในแวดวงนักกิจกรรมภาคประชาชน ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ของจริง”

เนื่องจากสองคนนี้ ผ่านการหล่อหลอมจากการต่อสู้ในชนบท ร่วมกับสหพันธ์ชาวนาชาวไร่ภาคเหนือในช่วงก่อนเหตุการณ์ 6 ตลา 2519 และหลังจากได้เข้าป่าจับปืนยืนสู้ตามอุดมการณ์ฟ้าสีทองผ่องอำไพ

สรรเสริญ และชาญวิทย์ เริ่มต้นเส้นทางการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยประชาชน เริ่มตั้งแต่ปลายปี 2549 ร่วมกับ “กลุ่มวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ” จนกระทั่งก่อรูปเป็น “แนวร่วมประชาธิปไตย ขับไล่เผด็จการ” (นปก.)

ระยะหลัง ใครก็ทราบว่า ทั้งคู่เป็น นักทฤษฎีของฝ่ายประชาธิปไตยประชาชน ที่ไม่ใช่ฝ่าย นปช.

หลายคนอาจรู้สึกขำๆ กับคำสารภาพของมหาหิน ที่บอกประชุมวางแผนกันในร้านนมสด แต่หากสืบค้นประวัติตัวละครกันอย่างลงลึกแล้ว ก็จะรู้ว่า คนกลุ่มนี้ฝันใหญ่ คิดการใหญ่

  คนเหล่านี้มีอุดมการณ์ มีความเชื่อ ไม่ใช่แกนนำ สู้แล้วรวยหรือ สู้แล้วไม่ตายอย่างมิต้องสงสัย