เอสเอ็มอีธรรมาภิบาลดีเด่น ปี 2558

เอสเอ็มอีธรรมาภิบาลดีเด่น ปี 2558

ทุกๆ ปี ในวันที่9มีนาคม จะมีการมอบรางวัลธรรมาภิบาลดีเด่นแห่งปี เพื่อยกย่องให้เกียรติกับ "เอสเอ็มอี"ที่มีการดำเนินกิจการที่มีธรรมาภิบาลดีเด่น

ธรรมาภิบาล หรือ Good Governance หมายถึง การจัดการบ้านเมือง สังคม สถาบัน หรือธุรกิจ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เปิดเผยโปร่งใส มีความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้ มีความชอบธรรม ยุติธรรม มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และมีมาตรฐานคุณธรรม จริยธรรม

สำหรับเอสเอ็มอี ซึ่งทำธุรกิจด้วยข้อจำกัดหลายประการที่ต่างจากธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ยังใส่ใจดูแลในเรื่องการทำธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาลนั้น ควรที่จะได้รับการสนับสนุนให้มีขวัญกำลังใจในการพัฒนาธุรกิจตามแนวดังกล่าวให้ยั่งยืนสืบไป จึงเป็นที่มาของการมอบรางวัลดังกล่าว

สำหรับเกณฑ์เบื้องต้นที่จะใช้พิจารณามอบรางวัล คือ ต้องเป็นสถานประกอบการขนาดย่อมที่มีการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลและจดทะเบียนการค้าเพื่อประกอบกิจการในประเทศไทย มีคนไทยถือหุ้นเกิน 50% ดำเนินการมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ปี และมีทรัพย์สินถาวรสุทธิ (ไม่รวมที่ดิน) ไม่เกิน 50 ล้านบาท

ตัวชี้วัดเบื้องต้นสำหรับการคัดเลือกเข้าพิจารณารางวัล มี 7 ข้อ ได้แก่

1) ประกอบธุรกิจโดยสุจริต ไม่ขัดต่อกฎหมาย ศีลธรรม และวัฒนธรรมอันดีของสังคม 2) ได้เสียภาษีอย่างเหมาะสม ไม่มีประวัติด่างพร้อยในเรื่องการเสียภาษี 3) ชำระหนี้ตามกำหนดข้อตกลงกับสถาบันการเงินและไม่เป็นหนี้ NPLs
4) เงินส่วนทุนไม่ติดลบ และมีผลประกอบการได้กำไรสุทธิไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ปี ที่ผ่านมา 5) นำส่งงบการเงินภายในกำหนดเวลาทุกปี ไม่พบประวัติการถูกลงโทษตาม พ.ร.บ. การบัญชี 6) ไม่เป็นธุรกิจที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และ 7) ไม่มีประวัติด่างพร้อยในเรื่องคดีความ ไม่มีคดีที่ฟ้องร้องค้างอยู่ หรือได้รับคำเตือนจากทางราชการเกี่ยวกับการพิพาทด้านแรงงาน สิ่งแวดล้อม และการจ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคม

สำหรับเกณฑ์หลัก ที่จะวัดการดำเนินการที่มีธรรมาภิบาล แบ่งออกเป็น 3 หมวด ได้แก่ หมวดการดูแลพนักงาน (33 คะแนน) การดูแลผู้บริโภค (34 คะแนน) และการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม (33 คะแนน)

เอสเอ็มอีที่ได้รับรางวัลชนะเลิศธรรมาภิบาลดีเด่นแห่งปี 2558 ได้แก่ บริษัท วินเซ็นท์ แฟคทอรี่ จำกัด ธุรกิจผลิตกระเป๋าตั้งอยู่ที่จังหวัด นนทบุรี เสนอชื่อเข้ารับรางวัล โดย ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

บริษัท วินเซ็นท์ แฟคทอรี่ จำกัด เริ่มทำธุรกิจจากการเป็นร้านค้าเล็กๆ 1 คูหา ย่านฝั่งพระนคร ในปี พ.ศ. 2531 เติบโตขึ้นเพราะได้รับการยอมรับจากตลาดเพิ่มมากขึ้น จึงขยายธุรกิจมาจดทะเบียนเป็น “ห้างหุ้นส่วนจำกัด” ในปี 2533 และในปี 2536 ได้ตั้งโรงงานขึ้นที่ย่านตลิ่งชัน เป็นอาคาร 2 คูหา และจดทะเบียนเป็น “บริษัทจำกัด”

ในปี 2549 ได้ขยายธุรกิจคลังเก็บสินค้าและงานบริการ โดยสืบเนื่องมาจากการที่ให้บริการเก็บสินค้าที่ลูกค้าขอฝากไว้ก่อน จนกระทั่งมีความต้องการของลูกค้าในด้านนี้ จึงกลายมาเป็นธุรกิจใหม่ขึ้นมาได้

ในปี 2553 ได้ย้ายโรงงานมายังสถานที่ปัจจุบัน มีพื้นที่เพื่อการผลิตกว่า 1,650 ตารางเมตรพร้อมระบบสาธารณูปโภค และในปี 2555 ก่อสร้างคลังสินค้า 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 1,560 ตารางเมตร อยู่ที่อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี

ในปี 2555 ได้พัฒนาสายการผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ งานเครื่องหนัง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้มากขึ้น

บริษัทได้กำหนดปรัชญาการดำเนินธุรกิจ โดยยึดหลักคุณภาพต้องมาก่อน สร้างความสัมพันธ์ในการดำเนินธุรกิจเพื่อให้คนไทยได้พัฒนาและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถพึ่งพาตนเองได้ มีความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่า การทำธุรกิจนี้

“ไม่ใช่ขายกระเป๋า แต่ขายความเป็นตัวตนของตนเอง”

จุดเด่นของ บริษัท วินเซ็นต์ แฟคทอรี่ จำกัดในด้านผู้บริโภค ได้แก่ ความสามารถรองรับความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มภายใต้งบประมาณที่ลูกค้ากำหนด สินค้าโดดเด่นด้วยดีไซน์ด้วยทีมออกแบบของบริษัทเอง มีบริการครบวงจรตั้งแต่การออกแบบ คัดสรรวัตถุดิบและอะไหล่ที่มีคุณภาพ และบริการส่งมอบสินค้าที่ตรงเวลา สามารถบริการพิมพ์ลายกราฟฟิคโดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ และมีความพร้อมในการบริการหลังการขายเนื่องจากมีโรงงานผลิตเป็นของตนเอง

บริษัทให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตทุกขั้นตอน ตั้งแต่การรับทราบความต้องการของลูกค้า การรับและรวบรวมข้อมูลจากพนักงานขายและพนักงานการตลาด การพัฒนาสินค้าจากทีมออกแบบที่ตรงหรือเหนือความคาดหมายจากลูกค้า การผลิตสินค้าตัวอย่างหรือสินค้าต้นแบบ การตรวจสอบคุณภาพ ตรวจสอบบรรจุภัณฑ์ การส่งมอบ และบริการหลังการขาย

การปฏิบัติต่อพนักงาน ได้ให้ความสำคัญในการดูแลความเป็นอยู่ขั้นพื้นฐานของพนักงานเป็นอย่างดี เป็นไปตามกฏหมายแรงงาน ได้มาตรฐานทั้งในเรื่องผลตอบแทนและสวัสดิการต่างๆ สนับสนุนให้พนักงานมีความก้าวหน้าในการงานด้วยการส่งพนักงานไปอบรมศึกษาดูงานทั้งในและต่างประเทศ มีนโยบายส่งเสริมรายได้ให้พนักงานนอกเหนือเวลาทำงาน จัดตั้งเงินกองทุนพิเศษสำหรับพนักงานบริหารงานโดยพนักงานในรูปกรรมการสวัสดิการพนักงาน มีการตั้งบัญชีภาระผูกพันผลประโยชน์ของพนักงาน

ส่วนในด้านการปฏิบัติต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม บริษัทได้จัดการดูแลเศษวัสดุที่เหลือจากขั้นตอนการผลิต จะมีการคัดแยกเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อ เช่น เศษผ้า สามารถนำไปออกแบบใหม่เพื่อทำสินค้าในราคาที่ถูกลง แกนม้วนผ้า แกนหลอดด้าย เศษถุงพลาสติก จะทำข้อตกลงขายคืนให้กับผู้จำหน่ายที่เกี่ยวข้อง

ให้ความช่วยเหลือและตอบแทนสังคมในหลายรูปแบบ เช่น การบริจาคเครื่องใช้สำนักงานที่ไม่ใช้แล้วแก่องค์กรการกุศล มอบของขวัญวันเด็นแก่โรงเรียนต่างๆ ในชุมชน ช่วยบุตรหลานพนักงานให้มีรายได้พิเศษในช่วงระหว่างหยุดภาคเรียน ตลอดจนการแบ่งปันผลไม้ที่ปลูกในพื้นที่โรงงานเพื่อสร้างความเขียวขจีและภูมิทัศน์ที่ดีในโรงงานให้กับพนักงานและชุมชนโดยไม่คิดมูลค่า เป็นต้น

คอลัมน์ในสัปดาห์นี้ จึงขอยกย่อง บริษัท วินเซ็นต์ แฟคทอรี่ จำกัด ที่ได้เป็นตัวอย่างที่ดีในการดำเนินธุรกิจเอสเอ็มอีด้วยธรรมาภิบาลดีเด่น

จนเป็นผู้สมควรได้รับรางวัลธรรมาภิบาลดีเด่นแห่งปี 2558 อย่างเต็มภาคภูมิ