ใครบงการ"บึ้มศาล"

ใครบงการ"บึ้มศาล"

ก่อนอื่นก็ต้องขอชื่นชม "ทหาร-ตำรวจ" ที่สามารถ"ตะคุบ"ตัวคน 2 ร้ายที่ลอบปาระเบิด

           ใส่ศาลอาญาได้ทันควัน ถือเป็นคดีแรกเลยมังเกี่ยวกับ"ระเบิด" ที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการได้ทันอกทันใจ เพราะคดีที่ผ่าน ๆ มา ยังไม่เห็นที่จะจับตัวได้รวดเร็วขนาดนี้ ดูอย่างเหตุระเบิดที่บริเวณใกล้ห้างสยามพารากอน ที่ปรากฏใบหน้าคนร้ายชัดเจน จนป่านนี้แล้วก็ยังไม่ระแคะระคายว่าจะได้ตัวคนร้ายมาดำเนินคดีเลย

            +++ แต่สำหรับคดีระเบิดหน้า "ศาลอาญา" ขณะนี้ศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องสงสัยแล้วรวม 5 คน นอกจาก นายยุทธนา เย็นภิญโญ นายมหาหิน ขุนทอง ที่จับตัวได้แล้ว ยังมีอ น.ส.ธัชพรรณ ปกครอง น.ส.ณัฏฐพัชร์ อ่อนมิ่ง  และนายวิระศักดิ์ โตวังจร ที่ถูกออกหมายจับ

            +++  และจากปากคำของ นายยุทธนา ที่ให้การกับตำรวจ ระบุว่ามีการวางแผนจะก่อเหตุสร้างสถานการณ์ครั้งใหญ่ในวันที่ 15 มี.ค. ด้วยการวางแผนวางระเบิดป่วนกรุง ร่วม 100 จุด

            +++ หากเป็นเช่นนั้นจริง รับรองคนลงมือต้องไม่ใช่แค่ 4-5 คน ที่ถูกออกหมายจับนี้แน่ ดังนั้นต้องมีการเตรียมการและผู้ร่วมขบวนการอีกจำนวนมาก

            ++++++ ประเด็นที่สังคมสงสัยคือ "ใครคือจอมบงการ" สำหรับคนร้ายที่ถูกจับได้แม้จะให้การกับตำรวจจนสามารถขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการได้เพิ่มเติม แต่ "ผู้อยู่เบื้องหลัง"  ตำรวจจะสามารถ "สาว"ไปถึงได้หรือไม่

            +++ นายโชคชัย รุจินินนาท รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ออกมาบอกว่า  การใช้อาวุธสงครามกระทำต่อศาลอาญา เท่าที่จำได้มี 3 ครั้งแล้ว และกรณีที่เกิดขึ้นช่วงเกิดเหตุเป็นช่วงเวลากลางคืน ไม่มีประชาชนหรือเจ้าหน้าที่รปภ.อยู่ในบริเวณนั้น จึงมองว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ในช่วงกฎอัยการศึก เป็นการก่อเหตุเชิงสัญลักษณ์ เพราะศาลอาญาเป็นส่วนหนึ่งของศาลยุติธรรม นับเป็นการท้าทายอำนาจบ้านเมือง

            +++ "พลพรรคเพื่อไทย"ได้ออกมาตั้งวงชำแหละร่างรัฐธรรมนูญ โดยตีตราว่า รัฐธรรมนูญที่กำลังจัดทำขึ้นสะท้อนความไม่เชื่อถือ ไม่ไว้วางใจ ไม่เคารพประชาชนและยึดอำนาจอธิปไตยไปจากประชาชนโดยยึดอำนาจจากประชาชนในการเลือกตั้งส.ว. เป็นส.ว.มาจากการลากตั้งทั้งหมด, ให้ส.ว.อยู่ในวาระ 6 ปี ซึ่งนานกว่า ส.ส.และสามารถดำรงตำแหน่งติดต่อกันได้ 2 สมัยโดยให้ส.ว.มีอำนาจสำคัญมากมาย เช่น เสนอกฎหมายตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ สรรหาองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ถอดถอน ส.ส.ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชน ถอดถอนนายกรัฐมนตรี ประธานศาลฎีการวมทั้งให้ความเห็นชอบผู้จะเป็นรัฐมนตรี เสียงของประชาชนไม่มีความหมาย

            +++ การเปิดทางให้ผู้ที่ไม่ได้มาจากประชาชน ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้ย้อนยุคไปสู่ระบบก่อนพฤษภาทมิฬ 2535 ซึ่งเป็นการถอยหลังเข้าคลอง เปิดช่องให้เกิดการสืบทอดอำนาจ และนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงไม่มีที่สิ้นสุด ทำลายกลไกการตรวจสอบรัฐบาล

            +++ รัฐธรรมนูญที่กำลังจัดทำ ทำให้รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ เปลี่ยนระบบเลือกตั้งเป็นแบบสัดส่วนผสมอ้างว่า นำแบบเยอรมันมาใช้ แต่เป็นเยอรมันเทียม ที่ซับซ้อนเข้าใจยาก มีองค์กรตามรัฐธรรมนูญและกลไกต่าง ๆ ที่ทำให้รัฐบาลเกือบทำงานไม่ได้ ผลเสียหายก็จะตกอยู่กับประชาชน การลดจำนวนส.ส.เขตเหลือเพียง 250 คน จากเดิม 375 คน จะส่งผลให้เขตเลือกตั้งมีขนาดใหญ่ และกว้างมากเกินไปส.ส. ซึ่งเคยดูแลประชาชนก็ทำให้ดูแลได้ไม่ทั่วถึง

            +++ นอกจากนี้การเสนอให้ตั้ง "สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ" และ "คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ" ซึ่งล้วนมีที่มาจาก สนช.-สปช. ที่มีนัยสำคัญของการ" สืบทอดอำนาจ" เพื่อมากำกับควบคุมรัฐบาลในอนาคต เช่นนี้แล้วสิ่งที่ดำเนินอยู่น่าจะไม่ใช่หนทางที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาของประเทศอย่างที่ทุกคนคาดหวังได้

 

แหลมเชิงดอย:[email protected]