วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สมัชชาคุณธรรม

การประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. มี รองประธานสปช. ทัศนา บุญทอง ทำหน้าที่ประธาน

  พิจารณารายงานผลศึกษา “สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ” และ “ร่างพระราชบัญญัติสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ พ.ศ....” ของคณะกรรมการการปฏิรูปคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ พิจารณาเสร็จแล้ว ได้มีมติ 217 ต่อ 10 เห็นชอบรายงานนี้ และมีมติ 220 ต่อ 4 ให้ส่งความเห็นของสมาชิก สปช. ให้กับผู้เกี่ยวข้องดำเนินการปรับปรุงแก้ไขร่างกฎหมาย

>>> แนวคิดและที่มา ของ “สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ” (Assembly or General Assembly) เป็นกระบวนการดำเนินงานร่วมกันอย่างมีระบบ สม่ำเสมอ ระหว่างภาคีสมาชิกที่มีปณิธานและเป้าหมายร่วมกันที่จะวางแผนงาน จัดประชุมระดับพื้นที่/ภูมิภาค พิจารณาประเด็นสำหรับการประชุมใหญ่ ศึกษาค้นคว้าทางวิชาการ และกิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น การเรียนรู้ร่วมกัน การเสริมสร้างความร่วมมือรวมพลัง อันนำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบาย/ยุทธศาสตร์ที่นำเข้าสู่การประชุมใหญ่เป็น “เจตนารมณ์” ร่วมกัน

>>> “สมัชชาคุณธรรม” เป็นกระบวนการให้เครือข่ายองค์กรภาคี “ด้านคุณธรรมจริยธรรม-ภาคประชาสังคม-ประชาชน” และ “หน่วยงานรัฐ-เอกชน” ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การทำงาน “ด้านคุณธรรม” และ “องค์ความรู้” ต่างๆ อย่างกัลยาณมิตร เพื่อนำไปสู่การเสนอแนะนโยบายสาธารณะด้านคุณธรรมจริยธรรมต่อภาครัฐ และภาคสังคม

>>> “อำนาจ-หน้าที่” ของสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ในการกำหนดมาตรฐานคุณธรรม จริยธรรม ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และผู้บริหารระดับสูงของทุกองค์กรที่ใช้อำนาจรัฐ” พลเดช ปิ่นประทีป บอกว่า หลังจากนี้สามารถตั้งสมัชชาคุณธรรมได้ทันที โดยไม่ต้องรอการ ยกร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ รวมทั้งไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายลูกออกมารองรับ เพราะการจัดตั้งสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ เป็นไปตามร่างพระราชบัญญัตินี้อยู่แล้ว

>>> สิน สื่อสวน ผอ.ศูนย์คุณธรรม ชี้แจงหลักการและเหตุผลร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวว่า ให้มีกลไกที่มีประสิทธิภาพในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของหลักนิติธรรม และการสร้างคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลในทุกภาคส่วน และทุกระดับให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทยที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา กลไกดังกล่าวเพื่อวางมาตรฐานคุณธรรม จริยธรรมของบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ กรรมการ หรือผู้บริหารองค์กรเอกชนที่ทำธุรกรรมกับรัฐ กำหนดมาตรฐานธรรมาภิบาลของหน่วยงานของรัฐทุกประเภท และหน่วยงานเอกชนที่เป็นคู่สัญญากับภาครัฐ กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีสอบทานหรือไต่สวนการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานคุณธรรม จริยธรรม หรือธรรมาภิบาลของบุคคลและหน่วยงาน ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุนและประสานความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งทางวิชาการและนวัตกรรมในกระบวนการพัฒนาคุณธรรมความดีในรูปแบบต่างๆ

>>> สำหรับผู้เขียนแล้ว สนับสนุนว่าประเทศไทยควรมีหลักธรรมาภิบาล แต่มันควรเกิดจาก “จิตสำนึก” ไม่ใช่การปลุกเร้าจาก “องค์กรผู้ขาดความดี” ที่“สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ” กำลังจะเป็นผู้กำหนดมาตรฐานให้เรา ธรรมาภิบาลในใจคนต้องสร้างตั้งแต่เด็กอนุบาล ไม่ใช่การสร้าง “องค์กรใหม่” อยู่ร่ำไป เรามีองค์กรที่กำหนดเรื่องดี-เลว อยู่มาก แต่ไม่เกิดประโยชน์เพราะเราไม่ได้ปลุกจิตสำนึกในใจคนในชาติ

>>> ที่สำคัญ “สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ” ไปยกเลิก พ.ร.ฎ.จัดตั้งศูนย์คุณธรรม (องค์กรมหาชน) พ.ศ.2554 แล้ว โยกคนไปอยู่อีกองค์กร โดยที่ผ่านมาเราไม่เคยเห็นผลงานอันประจักษ์ขององค์การมหาชนนี้มาก่อน

>>> อยู่ๆ บอกว่าจะตั้งเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ อีกทั้งการยกร่างรัฐธรรมนูญ ยังไม่แล้วเสร็จ เรากำลังจะให้รัฐธรรมนูญที่เขียนใหม่ให้มีเนื้อหาเป็นไปตามกฎหมายลูก หรือต่อไปนี้เราจะเรียกว่า “กฎหมายรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ”

>>> เรื่องนี้ถ้าเจตนาดี ก็อย่ารีบข้ามขั้นตอน

 

     สุทธิรักษ์ อุฒมนตรี twitter@sutthirak_ntv