แม่น้ำทุกสายมองปัญหาให้เป็นโอกาส

แม่น้ำทุกสายมองปัญหาให้เป็นโอกาส

แนวคิดของท่านนายกรัฐมนตรีที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงของประเทศในเชิงการพัฒนาแก้ไขความผิดพลาดในอดีต

มีความต้องการให้องคาพยพที่เป็นแกนกลางในการนำความเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็น สนช. สปช. ครม. กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ และ คสช. ขับเคลื่อนแนวทางนโยบายต่างๆ ไปพร้อมๆ กัน ปัญหาหลายๆ อย่างที่ผ่านมามีทั้งความคิดอ่านที่มุ่งผลประโยชน์สูงสุดของประเทศแต่อาจมีวิธีการมุมมองความคิดที่แตกต่างกัน ไม่พึงเป็นสิ่งที่จะบั่นทอนความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะแก้ปัญหาเดิมๆ ที่หมักหมมอยู่ รอวันแก้ไข


ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในแม่น้ำทั้งห้าสายวันนี้ต้องมองไปข้างหน้าด้วยการยึดโยงความเชื่อมโยงสัมพันธ์กันของทุกองค์กรที่ต้องมุ่งประสานบูรณาการหลักการแนวทางของทุกฝ่ายให้สามารถผลักดันยุทธศาสตร์การสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นอย่างสร้างสรรค์ ความไม่พอใจในเรื่องใดเป็นการส่วนตัวหรือการมองความเห็นที่ไม่ลงรอยกันในบางเรื่องเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องถึงขั้นแตกหักกันนั้น อาจมิใช่สิ่งที่ประชาชนคาดหวังหรืออยากเห็นภาพเช่นว่านี้ปรากฏขึ้นบ่อยครั้ง


ระยะเวลาหรือกรอบเวลาการทำงานของแม่น้ำทุกสายข้างต้นถูกกำหนดไว้ค่อนข้างชัดเจน ภายในเดือนเมษายนนี้ เราทั้งหลายน่าจะได้เห็นเค้าโครงของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ใช้เวลาร่างยาวนานกว่าสี่เดือนมีนักวิจารณ์ติงว่างบประมาณที่ใช้ไปร่วมๆ ร้อยล้านบาท จะคุ้มค่าคุ้มราคากับงบประมาณที่จะต้องใช้ไปมากน้อยอย่างไร ตรงนี้อาจเป็นการจ้องจับผิดกันเกินไปแทนที่จะดูกันที่เนื้อหาสาระซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการใช้เป็นหลักนำในการเปลี่ยนแปลงกลับไปใส่ใจกับเรื่องของเม็ดเงินและเรื่องยิบย่อยจุกจิกโดยใช่เหตุ เว้นแต่ว่าหากมีการนำงบประมาณไปใช้ผิดประเภทผิดวัตถุประสงค์หรือส่อไปในทางไม่ชอบมาพากลอย่างไรนั้นจึงน่าจะพิจารณา


ในส่วนของสิ่งใหม่ๆ ที่เราคาดว่าจะได้เห็นอันเป็นผลพวงจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ มองเห็นอยู่หลายเรื่อง ทั้งในแง่ของสิทธิความเป็นพลเมือง สิทธิชุมชนที่เพิ่มพูนมากขึ้น มีการเปิดโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของรัฐได้สะดวกรวดเร็วง่ายดายยิ่งขึ้น การตรวจสอบภาคประชาชนและประชาสังคมที่เข้มแข็ง ขณะเดียวกันก็ไม่ละเลยที่จะสร้างหรือออกแบบระบบทางการเมืองและกลไกการบริหารราชการแผ่นดินให้เกิดประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุดกับประชาชนทุกหมู่เหล่า


ทั้งนี้ ยังมีเรื่องเร่งด่วนที่สังคมจับตามองทั้งเรื่องการศึกษาและเรื่องของการปฏิรูปองค์กรตำรวจให้เป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชน แม้จะมีความคืบหน้าแต่แรงต้านนั้นสูงยิ่ง ทั้งเรื่องของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับบุคลากรของทั้งสององค์กรและโฉมหน้าของระบบการศึกษาที่เคยเป็นมาขององค์กรด้านการศึกษารวมไปถึงรูปแบบการให้บริการประชาชนขององค์กรตำรวจจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด เราอาจได้เห็นการพัฒนามาตรฐานวิชาชีพครูทั้งในแง่เงินเดือนสวัสดิการ ความก้าวหน้าจะสามารถรักษาคนดีมีคุณธรรมสร้างการยอมรับให้เกิดความมีเกียรติมีศักดิ์ศรีมากกว่าที่แล้วมา ตำรวจเองจะต้องเป็นตำรวจของประชาชนให้บริการทุกชนชั้นอย่างเสมอหน้าเท่าเทียมกัน นั่นเป็นความคาดหวังที่คนในสังคมนี้อยากเห็นอยากได้อยากมี


หากสังคมนี้สามารถบรรลุเป้าหมายในการลดความเหลื่อมล้ำและปราศจากการเอารัดเอาเปรียบอย่างไม่เป็นธรรม และสามารถที่จะเพิ่มโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมที่เป็นไปเพื่อส่วนรวมมากยิ่งขึ้น เชื่อว่าการแก้ปัญหาหลายประการจะง่ายยิ่งขึ้น


สิ่งที่อาจยังเป็นปัญหาข้อถกเถียงน่าจะได้แก่การแก้ปัญหาความขัดแย้งของชาติที่อาจเรียกได้ว่าเป็นบ่อเกิดหรือที่มาของการเกิดแม่น้ำทั้งห้าสายสำคัญในวันนี้ยังคงอยู่ระหว่างการตรึกตรองพิจารณาอย่างรอบคอบและแสวงหาหนทางในการระงับยับยั้งความขัดแย้งที่จะไม่เป็นการสร้างปัญหารอบใหม่หรือมีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติ


ซึ่งท่านทั้งหลายคงเห็นต้องตรงกันว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องร้อน เป็น “ของร้อน” ที่หยิบจับขึ้นมาทีไร คำว่าปรองดองมักกลับกลายเป็นเรื่อง “เปลืองตัว” ของหลายคนที่พยายามจะเสนอแนะแนวคิดวิธีการใหม่ๆ ในการแก้ปัญหาดังกล่าวอยู่เนืองๆ