องค์กรอิสระไม่ใช่คำตอบ

องค์กรอิสระไม่ใช่คำตอบ

สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.)ได้เสนอรายงาน และร่างพระราชบัญญัติสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ

 ให้คณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาและหากเห็นชอบก็จะนำเสนอเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อออกเป็นกฎหมายเพื่อบังคับใช้ โดยสาระสำคัญของการมีสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ เพื่อให้มีการตั้งองค์กรอิสระทำหน้าที่กำหนดมาตราฐานจริยธรรมและคุณธรรมของข้าราชการ ผู้บริหาร นักการเมือง และมีหน้าที่ตรวจสอบเรื่องตามการร้องเรียน

บทบาทหน้าที่ของสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ จะถือเป็นส่วนหนึ่งที่กระตุ้นให้ภาคสังคมและประชาชน ได้เกิดความตระหนักในพฤติกรรมและปรับให้เป็นกระบวนการและมาตรการลงโทษทางสังคม หรือ โซเชียลแซงชั่นในอนาคตได้ และเสริมเข้ากับกระบวนการพิจารณาทางกฎหมายที่มีความเข้มแข็ง โดยสปช.เชื่อว่าองค์กรอิสระที่ตั้งขึ้นใหม่นี้จะเป็นทางออกของปัญหาจริยธรรม คุณธรรม และธรรมาภิบาลที่เกิดขึ้นในอดีตได้ ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในกระบวนการปฏิรูปประเทศ

แน่นอนว่าอาจมีคำถามถึงความจำเป็นในการตั้งสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ เพราะปัจจุบัน สังคมไทยไม่ได้มีปัญหาในเรื่องกฏหมาย แต่มีปัญหาด้านปฏิบัติมากกว่าไม่มีกฏกติกาบังคับใช้ อีกทั้งยังมีกระบวนการยุติธรรมในการตัดสินปัญหาทางกฏหมายต่างๆ ซึ่งหากมีการตั้งองค์กรใหม่และมีหน้าที่กำหนดมาตรฐานและตรวจสอบจริง ก็เท่ากับว่่าสังคมไทยกำลังจะมีองค์กรอิสระทำหน้าที่ตัดสินความชั่วดีของสังคมขึ้นมาอีกหนึ่งองค์กร

ประเด็นสำคัญยิ่งกว่าความซ้ำซ้อนการทำงาน ก็คือ ต่อจากนี้ไปสังคมไทยจะมีเพียงมาตรฐานด้านจริยธรรมจากสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ และยิ่งสมัชชามีอำนาจมากเท่าไร ก็อาจจะยิ่งสร้างปัญหาตามมามากยิ่งขึ้น หากเป็นผู้กำหนดมาตรฐานแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสังคมไทยที่มีความหลากหลายในปัจจุบัน การใช้มาตรฐานเดียวแบบตายตัว ก็อาจสร้างความตรึงเครียดทางสังคมได้โดยง่าย ในกรณีที่มาตรฐานจากสมัชชาแห่งชาติอาจไม่เป็นที่ยอมรับ

อย่างไรก็ตาม จากวัตถุประสงค์การตั้งสมัชชาดังกล่าวนั้น เราเห็นความตั้งใจดีในความพยายามแก้ปัญหาในสังคมไทย และเห็นว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่สังคมไทยจำเป็นต้องมีมาตรฐานบางอย่างมาควบคุมกลุ่มคนที่เรียกว่าบุคคลสาธารณะ เพราะที่ผ่านมานั้น ไม่มีความชัดเจนนักว่าจะดูแลคนเหล่านี้อย่างไร และเมื่ออยู่เหนือการควบคุม ในขณะที่ตัวเองมีอำนาจ ก็ยิ่งสร้างปัญหาให้มากขึ้น หากมีการใช้อำนาจอย่างผิดๆเหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาในอดีต

แต่สิ่งที่ต้องระวังอย่างมากและอาจส่งผลคาดไม่ถึง ก็คือ หากเราให้อำนาจกับสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติมากเกินไป จะยิ่งสร้างปัญหามากกว่าแก้ปัญหา เพราะจากบทเรียนในอดีตนั้น การออกกฏเกณฑ์ให้คนประพฤติปฏิบัตินั้นเป็นเรื่องอันตรายอย่างมาก และมีโอกาสมากที่สมัชชาแห่งนี้จะมีอำนาจมากเกินไปในการชี้ผิดชี้ถูก ดังนั้นการกำหนดขอบเขตบทบาทและหน้าที่ของสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติจึงเป็นสิ่งจำเป็นอันดับแรกที่ต้องทำให้เกิดความชัดเจน

เราเห็นว่าการแก้ปัญหาเรื่องคุณธรรม หรือ ความชั่ว-ความดีของบุคคลสาธารณะเป็นสิ่งจำเป็น แต่การตั้งองค์กรใหม่ขึ้นมาดูแลเป็นเรื่องจำเป็นหรือไม่นั้นเรายังต้องตั้งสงสัย แม้ว่าจะอ้างว่าเป็นระบบเสริมกระบวนการยุติธรรม แต่เรายังเห็นว่าการเพิ่มประสิทธิการทำงานของกระบวนการยุติธรรมในปัจจุบันเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าและจะส่งผลดีต่อสังคมไทยในระยะยาว หากเราตั้งหน่วยงานใหม่เพื่อแก้ปัญหาความไร้ประสิทธิภาพขององค์กรเดิม เราเชื่อว่าต่อไปสังคมไทยจะมีองค์กรในลักษณะนี้เต็มบ้านเต็มเมือง