วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หลักการเปลี่ยนหลักกูไม่เปลี่ยน

เมื่อบ้านต้องมีเสาเข็ม ทำงานก็ต้องมีหลักการ ถ้าบ้านไม่ได้ย้ายไปไหน เสาเข็มก็อยู่ที่เดิม ถ้าการงานไม่เปลี่ยน หลักการก็ควรจะคงอยู่เช่นเดิม

ถ้าบริบทเปลี่ยน บทบาทเปลี่ยนไป หลักการก็ต้องเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย คล้าย ๆ กับการที่เราย้ายที่ปลูกบ้าน เสาเข็มก็ต้องย้ายที่ เราอาจต้องการปรับเปลี่ยนห้องต่าง ๆ ในบ้านไปบ้างในวันหน้า แต่เสาเข็มก็อยู่เหมือนเดิม เว้นแต่ขยายพื้นที่เพิ่มเติม เราก็มีเสาเข็มเพิ่มขึ้นจากเสาเดิมที่มีอยู่ ขยายงานให้กว้างขวางมากขึ้น ย่อมต้องมีหลักการเพิ่มเดิม แต่หลักเดิมก็ยังอยู่เหมือนเสาเข็มเดิมที่ไม่ได้ย้ายไปไหน


คนเรามองไม่เห็นเสาเข็ม เมื่อตัวบ้านสร้างเสร็จแล้ว เมื่อทำงานไปนาน ๆ เรามักไม่ค่อยเห็นหลักการ เห็นแต่วิธีปฏิบัติ ทำให้ยึดติดอยู่กับวิธีปฏิบัติมากกว่าหลักการ ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อปฏิบัติแบบเดิมไปนาน ๆ วิธีที่ใช้ทำงานนั้นก็ปรับเปลี่ยนไปตามที่เราชอบเราถนัด จนคลาดเคลื่อนไปจากหลักการดั้งเดิมที่กำหนดไว้ เราเปลี่ยนสภาพของบ้านตามที่เราอยากให้ เปลี่ยนจนอยู่นอกขอบเขตฐานรากเดิม ส่วนต่อเติมก็ทรุดบ้าง เสียหายแบบอื่นบ้าง การปรับเปลี่ยนวิธีปฏิบัติให้ตรงตามความชอบ ความถนัดของตนเอง โดยไม่ได้คำนึงถึงหลักการดั้งเดิมที่มีอยู่ จึงเหมือนกับมีหลักกูมาอยู่คู่กับหลักการ


การที่ผู้บริหารผูกพันตนเองเข้ากับวิธีปฏิบัติที่ตนถนัดตนชอบ จนกระทั่งหลงเชื่อไปว่าวิธีปฏิบัติที่ตนใช้อยู่นั้นคือหลักการสำคัญในการทำงานนั้น จะส่งผลให้ผู้บริหารต้องทำทุกอย่างเพื่อรักษาวิธีการปฏิบัตินั้นไว้ ยอมแม้กระทั่งปรับเปลี่ยนหลักการที่ใช้กันมาแต่ดั้งเดิม เพื่อให้วิธีการปฏิบัตินั้นยังคงอยู่ต่อไปได้เมื่อมีการปรับเปลี่ยนผู้บริหารในวันหน้า ทำให้วิธีการปฏิบัตินั้นกลายเป็นหน้าตาของผู้บริหาร การปรับเปลี่ยนย่อมหมายถึงการเสียหน้า ซึ่งยอมไม่ได้ เราจึงได้เห็นสารพัดความขัดแย้งที่เริ่มต้นมาจากความพยายามในการรักษาหลักกู แต่ยอมเปลี่ยนหลักการ ดังนั้นถ้าไม่อยากลำบากลำบนในการรักษาหน้า ก็อย่าไปยึดมั่นในหลักกู ให้ยึดหลักการไว้ก่อน หลักการเปลี่ยนได้ตามการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยที่ผู้บริหารไม่เสียหน้าแต่อย่างใด เพราะหลักการเป็นของทุกคนในองค์กรนั้น หลักกูเป็นเพียงวิธีปฏิบัติของคนใดคนหนึ่งเท่านั้น เปลี่ยนหลักกูจึงเป็นเรื่องเสียหน้าที่หลายท่านยอมไม่ได้


เล่ากันว่าในวงการปัญญาชนวงการหนึ่ง ผู้บริหารกระตือรือร้นอย่างยิ่งกับการปรับปรุงคุณภาพปัญญาชนอย่างต่อเนื่อง แต่บังเอิญไปชอบอกชอบใจวิธีปฏิบัติที่เพื่อนบ้านเขาใช้อยู่ ก็เลยอยากเอามาใช้ในวงการปัญญาชนของตนเองบ้าง ตอนที่ไปดูวิธีการปฏิบัติของเพื่อนบ้านนั้นไม่ได้ใส่ใจว่ามาตรฐานปัญญาชนของบ้านนั้นเมืองนั้นต่ำกว่าบ้านเมืองของตน อาจจะเพลินไปกับวาทะและภาพลักษณ์ที่ปรุงแต่งมาล่อใจ เพื่อนบ้านก็ฉลาดล้ำเลิศด้วยการเรียกชื่อวิธีปฏิบัตินั้นให้ดูเหมือนกับเป็นวิธีการในระดับภูมิภาค ผู้บริหารท่านนี้จึงผูกพันตนเองอย่างแนบแน่นกับวิธีการปฏิบัติที่ถูกอกถูกใจ แล้วไล่บังคับให้คนอื่นชื่นชมตามตนเอง โดยหลงลืมหลักการไปว่าคุณภาพไม่เท่ากัน คือไปเอาวิธีดูแลคุณภาพของระบบที่คุณภาพต่ำกว่า มาใช้กับระบบที่มีคุณภาพสูงกว่า คราวนี้ใครจะมาบอกอย่างไรท่านก็ไม่ยอม จากเดิมที่ตั้งหลักการไว้ว่าจะไปอยู่ระดับแนวหน้าของโลก ก็ยอมแก้ไขมาเป็นมุ่งมั่นไปสู่ความโดดเด่นในระดับภูมิภาค เพื่อให้สอดคล้องวิธีปฏิบัติที่ตนเองผูกพันไปอย่างเต็มตัว ภายหลังเมื่อรู้เต็มอกว่าเป็นวิธีปฏิบัติที่อ่อนด้อยกว่าเดิมในด้านคุณภาพก็ถอยไม่ได้แล้ว ต้องเดินหน้าให้คนอื่นเชื่อตามว่าวิธีปฏิบัตินั้นดีล้ำเลิศ เพราะกลายเป็นหลักกูไม่ใช่หลักการไปเสียแล้ว ความพยายามในการรักษาหลักกูทำให้ถึงขั้นที่เปลี่ยนจากผู้ที่บริหารตามหลักการและความเป็นจริง มาเป็นนักโฆษณาชวนเชื่อ ยกแต่ข้อดีของหลักกูของตนเอง แต่ถล่มยับหลักกูของคนอื่น มโนสารพัดกับหลักการดั้งเดิมที่มีอยู่ ซึ่งคงเดาต่อไปได้ไม่ยากว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับวงการปัญญาชนนั้น หลังจากหลักการเปลี่ยนได้ แต่หลักกูเปลี่ยนไม่ได้


เรามักจะหลงไปผูกพันตนเองกับวิธีปฏิบัติมากเกินกว่าที่สมควรจากการที่ไม่เข้าใจหลักการดั้งเดิมที่เป็นรากฐานของการงานนั้นดีเพียงพอ หลักการไม่แน่นเมื่อใด หลักกูมาเมื่อนั้น บริหารงานใดขอให้เข้าใจหลักการของเรื่องนั้นอย่างแท้จริงเสียก่อน การไม่ชอบไม่ถูกใจวิธีปฏิบัติที่จำใจต้องกระทำจะเพิ่มแนวโน้มที่เราจะผลักดันตัวเราเองไปผูกพันกับวิธีปฏิบัติใหม่ที่ตรงข้ามกับที่เราไม่ชอบ กลายเป็นปฏิกิริยาที่ไม่มีเหตุผล เจอวิธีใหม่ใดตรงข้ามกับวิธีเดิมฉันเชียร์สุดตัวไว้ก่อน อย่าผูกพันกับของใหม่เพียงเพราะไม่ถูกใจของเก่า หากเราไม่ชอบผู้คนที่มีส่วนในการกำหนดวิธีปฏิบัติที่เราต้องกระทำตาม แรงเสริมให้เราผูกพันตัวเรากับวิธีปฏิบัติแบบอื่นก็มากขึ้นตามความไม่ชอบที่มีต่อคนนั้น ยิ่งไม่ชอบมากเท่าใด หลักกูก็ตามมามากเท่านั้น เพราะไม่ใช่เรื่องของเหตุผล แต่เป็นเรื่องส่วนตัว ถ้าไม่อยากกลายเป็นผู้พิทักษ์หลักกู ขอให้แยกวิธีปฏิบัติ ออกจากเรื่องตัวบุคคล ไม่ชอบหน้าคนนั้น ไม่ได้หมายถึงวิธีการที่เขาทำจะใช้ไม่ได้


เราเหน็ดเหนื่อยกันกับหน้าที่การงานกันมากอยู่แล้วในทุกวันนี้ ถ้าจะช่วยกันลดเวลาลดภาระกับผลที่ตามมาจากการเปลี่ยนหลักการ แต่ไม่เปลี่ยนหลักกูลงไปได้บ้าง การงานจะทุกข์ยากน้อยกว่าเดิมอีกไม่น้อย