วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

"ยิ่งลักษณ์"บนทางสองแพร่ง

วันนี้ (24 ก.พ.) "ศาลฎีกา" ได้นัดประชุมใหญ่ผู้พิพากษาศาลฎีกาที่มีกว่า 170 คน

  เพื่อคัดเลือก 9 คน ให้เป็น "องค์คณะ" พิจารณาคดีอาญา ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในคดีทุจริตจำนำข้าว หลังจากอัยการสูงสุดหอบสำนวนยื่นฟ้องต่อศาลฯ ซึ่งใช้ระยะเวลาผ่านไปแค่ 5 วัน เท่านั้น จากที่กฎหมายกำหนดให้สามารถนัดประชุมใหญ่ไม่เกิน 14 วัน นับแต่วันที่ยื่นฟ้อง

            +++ ตามกำหนดการนั้น  "19 มี.ค." เป็นวันที่ "ศาลฎีกานักการเมือง" นัดชี้ชะตา "ยิ่งลักษณ์" ว่าจะประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณาหรือไม่ และหากศาลรับคดีไว้พิจารณา องค์คณะผู้พิพากษา 9 คน ก็จะกำหนดวันพิจารณาครั้งแรก และส่งสำเนาคำฟ้องให้จำเลยมาศาลในวันพิจารณาครั้งแรก ซึ่งหากจำเลยมาศาลในวันดังกล่าว ผู้พิพากษาจะเป็นผู้พิจารณาในการขัง หรือปล่อยตัวจำเลยชั่วคราว

    +++ สำหรับคดีอาญาจำนำข้าวนี้ "ยิ่งลักษณ์"  ถูกฟ้องใน 2 ข้อหาคือ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ระวางโทษจำคุก 1-10 ปี ปรับ 2,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 123/1 ระวางโทษจำคุก 1-10 ปี ปรับ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

            +++ เรียกได้ว่า หากศาลพิพากษาให้มีความผิด เจอ "คุก" แน่นอน ส่วนจะต้องถูก "จองจำ" เป็นเวลากี่ปี ขึ้นอยู่กับศาลเท่านั้น ที่จะเป็นผู้ชี้อนาคต"ยิ่งลักษณ์"

            +++ แต่ก่อนจะไปถึงขั้นนั้นต้องมาลุ้นกันก่อนว่า 19 มี.ค.นี้ "ยิ่งลักษณ์" จะไปศาลหรือไม่ ซึ่งความจริงแล้วในวันที่ 19 มี.ค. "ยิ่งลักษณ์" ไม่จำเป็นต้องไปศาลก็ได้ เพราะไม่มีกฎหมายใดบังคับไว้ว่าต้องไป แต่ในวันที่ศาลนัดพิจารณาคดีครั้งแรกนั่นแหละ "ยิ่งลักษณ์" จะต้องไปปรากฏตัวต่อศาล และทำเรื่องขอปล่อยตัวชั่วคราว ในระหว่างพิจารณาคดี

            +++ อย่างไรก็ตาม ในวันนัดพิจารณาคดีครั้งแรก ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นในเดือน "พ.ค." หาก "ยิ่งลักษณ์หนี" ไม่ไปปรากฏตัวต่อศาล ศาลก็จะออกหมายจับ และดำเนินการพิจารณาคดีลับหลัง

            +++ นอกจากคดีอาญาที่มีผลต่อ "คุกตะราง" แล้ว "ยิ่งลักษณ์" ยังต้องเจอกับ "วิบากกรรม" ในคดีแพ่ง ที่จะถูกฟ้องร้องเรียกชดเชยความเสียหายจากการดำเนินโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งในยุค "รัฐบาลยิ่งลักษณ์" ก่อให้เกิดความเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท

            +++ นอกจากจะต้องลุ้น "ติดคุก-ไม่ติดคุก" แล้ว ยังต้องลุ้นกับการ "สิ้นเนื้อประดาตัว" อีกต่างหาก

            +++ ระหว่างนี้จึงเป็นอะไรที่นอกจาก "ยิ่งลักษณ์" จะคิดหนักแล้ว ครอบครัวโดยเฉพาะ "พี่ชาย-พี่สาว" คงคิดหนักไม่ต่างกันว่า จะเอาอย่างไรดี       

            +++ สำหรับแนวทางหลักของ "ยิ่งลักษณ์" มีเพียง 2 แนวทางเท่านั้นคือ "อยู่สู้คดี" และรอฟังคำพิพากษา ซึ่งมี "คุก" เปิดประตูรออยู่ กับอีกแนวทางคือ "หนี" ปล่อยให้ศาลพิจารณาคดีและมีคำพิพากษาไป แล้ว "ยิ่งลักษณ์" ก็รอเวลาให้ "พรรคเพื่อไทย" กลับมาเป็นรัฐบาล แล้วค่อยไปลุ้นหาหนทาง "นิรโทษกรรม" ล้มล้างคดีความต่าง ๆ ทั้งหมดต่อไป

            +++ ไม่ว่าจะเป็นในแนวทางไหน "ยิ่งลักษณ์" ก็เสี่ยงทั้ง 2 แนวทาง เพราะหากหนีก็ต้องหนี 15 ปี ตามอายุความคดี แถม "สนช." ก็กำลังพิจารณาแก้กฎหมาย ป.ป.ช.ที่กำหนดให้การหนีคดีทุจริตไม่มีอายุความอยู่ด้วย ก็ไม่รู้ว่าจะมีผลโยงใยถึงคดี"ยิ่งลักษณ์" ด้วยหรือไม่

            +++ ยามนี้ภายในใจ "ยิ่งลักษณ์" คงเครียดๆๆๆๆ ไม่รู้จะเครียดอย่างไรแล้ว