มีคนคิดเล่นๆ ว่าทำไมวงการสงฆ์ไทยมีปัญหา แล้วก็มีคนช่างสังเกตบอกว่า ให้ลองไปดูในรัฐธรรมนูญสิแล้วจะรู้
พระสงฆ์เป็นผู้อยู่ในสถานะที่ประชาชนเคารพศรัทธา เป็นผู้ทรงด้วยคุณธรรม ปฏิบัติและเคร่งครัดในพระธรรมวินัย และยังเป็นคนไทยที่มีสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่รัฐธรรมนูญทุกฉบับของไทยซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศที่ผ่านมา ได้กำหนดสิทธิและสถานะภาพของพระภิกษุสงฆ์อยู่ในระดับเดียวกับผู้ต้องขัง หรืออาชญากร และผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน
เช่น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 100 ระบุว่า "บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ในวันเลือกตั้ง เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง (1) เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช (2) อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (3) ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย (4) วิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ"
คนช่างสังเกตตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงต้องรวมพระภิกษุไปอยู่ในมาตราหรือหมวดเดียวกับผู้ต้องขัง หรือคนวิกลจริต หากเห็นว่าภิกษุสามเณรไม่ควรมีสิทธิเลือกตั้ง ก็น่าจะมีวิธีเขียนแยกออกมาอีกมาตราหนึ่งได้ไหม จะได้ยกสถานะ "พระ" อย่างที่ควรจะเป็น
ในหน้าการเมืองฉบับวันนี้ "กรุงเทพธุรกิจ" ได้หยิบผลศึกษาว่าด้วยการปฏิรูปมหาเถรสมาคม (มส.) มานำเสนอ ซึ่งก็เข้ากับกระแสวิพากษ์วิจารณ์มติ มส.ที่ให้ "พระธัมมชโย" พ้นมลทินจากข้อกล่าวหายักยอกทรัพย์ของวัดพระธรรมกายพอดี
อย่างไรก็ดี ในผลศึกษาฉบับเดียวกัน ซึ่งศึกษาโดยข้าราชการระดับที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ได้ระบุถึงแนวทางการปฏิรูปพระพุทธศาสนาด้านอื่นๆ เอาไว้อีก ได้แก่
O การปฏิรูปและพัฒนาองค์กรการศึกษาของสงฆ์ ซึ่งในรายงานบอกว่าเป็นองค์กรสำคัญที่สุด แต่อ่อนแอที่สุด
กล่าวคือ การศึกษาของพระสงฆ์ ประกอบด้วย
1.การศึกษาพระปริยัติธรรม มี 2 แผนก ได้แก่ แผนกธรรม (นักธรรมสำหรับพระสงฆ์ ธรรมศึกษา สำหรับคฤหัสถ์) มี 3 ชั้น คือ นักธรรมชั้นตรี โท และเอก หรือ ธรรมศึกษาชั้นตรี โท และเอก กับ แผนกบาลี (สำหรับพระสงฆ์เท่านั้น) มี 8 ชั้น คือ ประโยค 1-2 / เปรียญธรรม (ป.ธ.) 3-4-5-6-7-8-9 (บริหารโดยคณะสงฆ์-แม่กองธรรม/แม่กองบาลี)
2.โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา มี 6 ชั้น คือ มัธยมศึกษา ปีที่ 1-6 (บริหารโดยกองศาสนาศึกษา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ)
3.อุดมศึกษา คือ มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย กับ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
ปัญหาด้านการศึกษาของพระสงฆ์ คือ ขาดนโยบาย แผนงาน หรือการสั่งการที่มีประสิทธิภาพ การบริหารดำเนินการไม่ชัดเจน งบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนด้านการศึกษาของพระสงฆ์มีน้อยมาก ส่วนใหญ่จะไปทางด้านศาสนวัตถุ สาธารณูปการ การสาธารณสงเคราะห์ ทำให้เกิดความขาดแคลนตั้งแต่เริ่มต้นจนจบการศึกษา และการทำงานเมื่อจบการศึกษาก็มีปัญหา ทำให้นักเรียนหรือผู้ที่จะเข้าเรียนไม่มั่นใจในอนาคต ขาดความสนใจ ส่งผลทำให้ความเข้าใจในพระพุทธศาสนาอ่อนแอ
ผลการศึกษาระบุว่า การมีพระสงฆ์ที่มีคุณภาพทางการศึกษา มีความรู้ เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จะทำให้การบริหารงานพระพุทธศาสนาดีขึ้นทั้งในและต่างประเทศ แต่ขณะนี้คณะสงฆ์ขาดทั้งปริมาณและคุณภาพที่พอเพียงกับการพัฒนา
ข้อพิจารณาในปฏิรูปและพัฒนาด้านการศึกษาของพระสงฆ์ วิธีที่สามารถทำได้ ควรกำหนดนโยบายการดำเนินการ วิธีการบริหารการศึกษาที่แน่นอน ชัดเจน ต่อเนื่อง และมีการสนับสนุนที่เพียงพอ
ที่สำคัญการออกกฎหมายบังคับให้เด็กต้องเรียนตามเกณฑ์ที่รัฐจัด จนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หรือที่เรียกว่า "การศึกษาภาคบังคับ" แม้จะส่งผลดีต่อการพัฒนาการศึกษา แต่อีกด้านหนึ่งก็ทำให้เยาวชนที่บวชเรียนถูกบังคับให้ลาสิกขาเพื่อเรียนสายสามัญตามปกติ เพราะถือว่าผิดกฎหมาย
นี่เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ขาดศาสนทายาทไป ขณะที่คณะสงฆ์เองก็ไม่มีวิธีการรองรับ และหาเยาวชนเข้าทดแทนเพื่อบวชเป็นสามเณร ถือเป็นอีกปัญหาที่ต้องช่วยๆ กันพิจารณาและปฏิรูปกันต่อไป









