Freedom to Fail

หลายคนบ่นว่าไม่อยากเป็นลูกจ้างคนอื่น แต่กลับไม่กล้าเปิดธุรกิจเป็นเจ้านายตัวเอง เพราะเขากลัวว่าจะไม่ประสบความสำเร็จ
หลายคนบ่นว่าไม่อยากอยู่เป็นโสด แต่กลับไม่กล้าที่จะเปิดใจรับใครเพราะเพียงแค่กลัวเจ็บจากความรัก นักเรียนบางคนอยากลงเรียนวิชาบางวิชาเพราะคิดว่าน่าสนใจและมีประโยชน์กับอาชีพในอนาคต แต่ไม่กล้าลงเพราะเขาบอกกันว่าเกรดยาก คุณล่ะคะ เคยไหมที่คุณเคยอยากทำอะไรสักอย่าง แต่ก็ไม่กล้าที่จะทำเพราะกลัวที่จะไม่สำเร็จ ถ้าคุณเป็นหนึ่งในกลุ่มคนเหล่านี้ รบกวนอ่านบทความนี้ให้จบนะคะ
คงจะไม่มีใครไม่รู้จักสโลแกน “JUST DO IT” ของ Nike ที่ทำให้บริษัทได้สัดส่วนการตลาดรองเท้าและกีฬาของอเมริกาเหนือเพิ่มจาก 18% เป็น 43% และเพิ่มมูลค่าการขายทั่วโลกจาก 877 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 9,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใน 10 ปี (ค.ศ. 1988-1998) (ข้อมูลจาก Center for Applied Research เรื่อง Mini-case study : Nike’s “Just Do It” Advertising Campaign) แต่จะมีกี่คนที่ทราบว่าผู้อยู่เบื้องหลังสโลแกนอันนี้คือ บริษัทโฆษณา Wieden & Kennedy ที่มี Dan Wieden เป็นผู้ก่อตั้ง ถึงแม้ว่าจากสโลแกน JUST DO IT ที่ Dan Wieden เป็นผู้ให้กำเนิดจะทำให้เราอาจเดาว่าเขาจะต้องเป็นคนกล้าที่จะทำทุกอย่าง อย่างไม่ลังเลและหวาดกลัวอะไรเลย แต่แท้ที่จริงเขาเคยยอมรับว่าเขาเคยทำงานที่บริษัทผลิตภัณฑ์กระดาษ Georgia-Pacific เขายอมรับว่าเขาไม่ชอบงานที่เขาทำเลย แต่ก็ไม่กล้าที่จะลาออกเอง เขาเลยพยายามทำงานให้ไม่ดีตามความคาดหวังของบริษัท เขาต้องใช้เวลาทั้งหมดห้าปีกว่าที่บริษัทจะเป็นฝ่ายไล่เขาออกเอง (ข้อมูลจาก
http://adage.com/article/agency-news/dan-wieden-s-advice-small-agencies-learn-fail/243329/) ลองถามตัวคุณดูซิคะว่า 5 ปี คุณทำอะไรได้มากแค่ไหน
ถึงแม้ว่า Dan Wieden จะเสียเวลาไปถึงห้าปีกว่าจะก้าวออกมาจากสิ่งที่ไม่ชอบได้ แต่สิ่งที่ดีของชีวิต Dan Wieden ก็คือเขาใช้บทเรียนจากการไม่กล้าเปลี่ยนชีวิตตัวเอง ให้เกิดประโยชน์กับชีวิตที่เหลืออยู่ของเขาและส่งต่อบทเรียนนั้นให้กับผู้อื่น เมื่อเขาตั้งบริษัทโฆษณา Wieden&Kennedy แล้วนั้น เขาได้ให้บริษัทของเขาทำเข็มปักกระดาษที่ปั๊มคำว่า “Fail Harder” เพื่อเตือนใจพนักงานให้กล้าที่จะคิด กล้าที่จะทำ และกล้าที่จะล้ม คราวนี้คุณลองมาถามตัวเองสิคะว่า คุณเคยมีความคิดที่จะกล้าล้มไม่ว่าเรื่องใดในชีวิตบ้างไหม
ในสังคมของบ้านเรา การล้มเหลวเป็นเรื่องที่น่าอับอายเสียยิ่งกระไร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม เมื่อเราล้ม เราอาจจะมีความรู้สึกว่าทุกคนที่อยู่รอบข้างนั้นต้องทราบเรื่องความล้มเหลวของเราเสมอ จะรู้สึกว่าเวลาเดินไปไหนจะมีแต่คนรุมสมน้ำหน้า ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ เราจะไม่ขอล้มดีกว่า แต่เราเคยนึกกันไหมคะว่า ถ้าเราไม่เคยล้ม เราจะรู้จักการลุกได้อย่างไร
ดิฉันเชื่อว่าคนที่ไม่เคยล้มแสดงว่าคนคนนั้นไม่เคยทำอะไรเลยในชีวิต ในฐานะนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่ง ชีวิตของดิฉันจะเต็มไปด้วยการลองผิดลองถูก เพราะทุกๆ การทดลอง เราไม่สามารถจะรู้ได้เลยว่าการทดลองจะสำเร็จดังอย่างที่เราคาดหวังไว้หรือไม่ หลายคนคงแปลกใจว่าแล้วทำไมพวกเรานักวิทยาศาสตร์กับไม่เคยหยุดทำการทดลอง นั่นก็เพราะทุกๆ การทดลองที่ไม่สำเร็จ เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เสมอ และสิ่งใหม่ๆ เหล่านั้น เราสามารถนำมาใช้ปรับปรุงในการทดลองครั้งต่อไป จนในที่สุดเราจะได้ผลการทดลองที่สำเร็จนั่นเอง ถ้าพวกเรากลัวที่จะผิดพลาด ก็เหมือนกับเราไม่ได้เดินเข้าใกล้กับความสำเร็จขึ้นมาเลย
ดังนั้น เราอาจปรับทัศนคติความกลัวที่จะล้ม มาเป็นความกล้าที่จะล้มกันเถอะคะ ดั่งที่อภิมหาเศรษฐี Bill Gates แห่งบริษัทไมโครซอฟท์เคยกล่าวไว้ว่า “Success is a lousy teacher. It seduces smart people into thinking they can’t lose.” ซึ่งหมายความว่า ความสำเร็จเป็นครูที่ไม่ได้เรื่อง เพราะความสำเร็จนั้นหลอกล่อคนเก่งให้เข้าใจว่าเขาจะไม่มีวันล้ม บางครั้งเราก็ต้องยอมที่จะล้มเพื่อให้เรียนรู้ว่าในอนาคตเราจะทำอย่างไรที่จะไม่ต้องล้มอีก ไม่ต้องกลัวที่จะล้มกันนะคะ ขออย่างเดียว ขอให้เมื่อเราล้ม เราต้องลุก และเรียนรู้จากการล้มนั้นด้วยนะคะ







